รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒

อุตตม สาวนายน หารือเรื่องการนำประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการทางการเงินไปพิจารณาให้เป็นประโยชน์ โดยเน้นย้ำถึงกระบวนการประชาสัมพันธ์ที่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป และมีการนำเสนอสิ่งที่ผ่านกระบวนการนั้นไปอภิปรายในพิธีสารฉบับที่ 8 นอกจากนี้ ยังเสนอแนะว่าผลประโยชน์จากพิธีสารนี้จะเกิดขึ้นได้เต็มศักยภาพหากควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายและแผนงานอื่น ๆ เช่น การค้าขายและการลงทุนในภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยในบริบทของสมาชิกอาเซียน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณา อภิปรายโดยให้ความเห็นตั้งข้อสังเกตรวมถึงแสดงความกังวลห่วงใยเกี่ยวกับพิธีสาร ฉบับที่ ๘ ที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการทางการเงินในครั้งนี้ ซึ่งผมเรียนว่าทางกระทรวงการคลังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ก.ล.ต. ธนาคารแห่งประเทศไทย พวกเราจะนำประเด็นเหล่านี้ไปพิจารณาให้เป็น ประโยชน์ครับ โดยเฉพาะในภาคปฏิบัติที่จะตามมานะครับ ผมกราบเรียนในประเด็นต่อไปนี้ เพื่อขออนุญาตชี้แจง

ในเรื่องแรกกระบวนการอย่างที่ท่านได้รับทราบแล้วนะครับ ฉบับที่ ๘ นี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากฉบับก่อนหน้ามาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ๒๐ ปีครับ โดยการทำงาน ผมกราบเรียนว่ามีระบบที่ผ่านคณะทำงานพิจารณาการเปิดเสรีการค้าบริการทางการเงิน หรือที่เรียกว่า คงป. สั้น ๆ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากทั้ง ธปท. ก.ล.ต. คปภ. คณะกรรมการ ที่ดูแลเรื่องประกันภัยกระทรวงการคลัง และรวมถึงผู้แทนของภาคเอกชนเองด้วย อันนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่มีภาคเอกชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริการด้านการเงิน อาทิ สมาคม ธนาคารไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัย สมาคมจัดการการลงทุน สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเองขอยกตัวอย่างมาร่วมกันพิจารณา มาร่วมกันคิดว่าอะไรจะเป็น ประโยชน์กับประเทศไทยให้ได้มากที่สุด และขณะเดียวกันเราจะดูแลผลประโยชน์ของ ผู้ประกอบการไทยอย่างไรให้รัดกุมให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเป็นกระบวนการที่ใช้มาต่อเนื่อง นอกจากนั้นก็เป็นขบวนการที่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไปด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นมิใช่ความเห็นจากผู้ประกอบการจากธุรกิจเท่านั้น แต่จากประชาชนทั่วไปที่ คณะกรรมการพิจารณาการเปิดเสรีการค้าทางการเงินถือปฏิบัติให้ได้ความเห็นมาทั้งในการ ใช้เว็บไซต์ (Website) ที่จะเปิดรับฟังแล้วก็จัดสัมมนาให้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียต่อพิธีสาร ฉบับที่ ๘ นี้ ก็ขอกราบเรียนว่าสิ่งที่พิธีสารฉบับนี้นำเสนอนั้นก็ได้ผ่าน กระบวนการดังที่ผมได้กราบเรียนได้นะครับ รับฟังความคิดเห็น ระดมความคิดเห็นด้วยกัน จากหลายภาคส่วน ผมขอกราบเรียนในบางประเด็นที่ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาอภิปรายนะครับ

ประเด็นแรก เป็นในเรื่องของการเจรจา โดยเฉพาะแบบทวิภาคีที่เกี่ยวข้องกับ ภาคธนาคารพาณิชย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้พูดไว้ว่าในตรงนี้อาจจะ มีประเด็นว่าคู่เจรจานั้นเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ก็กราบเรียนว่าจะเจรจาทวิภาคีได้ในกรอบนี้ ก็ต้องเป็นความยินยอมของประเทศคู่นั้น ๆ ที่จะเห็นพ้องต้องกันที่จะเปิดเจรจา และแน่นอน ในส่วนของประเทศไทยนั้นตามที่ผมเรียนดูทั้งประโยชน์ที่จะได้รับ แล้วก็ไม่ให้เกิดความเสียเปรียบ ดูแลตรงนี้ให้เกิดความสมดุลให้มากที่สุด

ประเด็นที่ ๒ ก็คือการเปิดเสรีตามที่ท่านสมาชิกรัฐสภาได้กรุณาอภิปรายไปแล้ว ว่าการเปิดเสรีนั้นก็ยังคงอยู่ในกฎเกณฑ์ของผู้กำกับดูแลในประเทศไทย และนอกจากนั้น เรายังสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ตามที่เราเห็นสมควรในการที่จะอนุญาตให้องค์กรธุรกิจ จากต่างประเทศมาดำเนินธุรกิจได้ในประเทศไทยภายใต้พิธีสาร ฉบับที่ ๘ นี้

ประเด็นที่ ๓ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งก็คือการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและระบบ การเงินของประเทศไทยไปสู่ยุคเทคโนโลยีใหม่ หรือที่ทราบกันดีก็คือเทคโนโลยีดิจิทัล เพราะฉะนั้น พิธีสารฉบับนี้หากจะได้ประโยชน์สูงสุดต้องควบคู่ไปกับการพัฒนา ยกระดับระบบการเงิน ของประเทศไทย ตลาดทุนของประเทศไทย เป็นสิ่งซึ่งเรียนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้ อย่างมาก ในส่วนของกระทรวงการคลัง ขออนุญาตยกตัวอย่าง เรากำลังดำเนินการโดยใช้ เทคโนโลยีบล็อกเชน (Block chain) ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลของกรมต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงการคลัง เชื่อมโยงกับตลาดหลักทรัพย์ ภาคธุรกิจ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศนั้นทันสมัยแล้วก็ก้าวทันโลก

ประเด็นที่ ๔ การกำกับดูแล ผมขออนุญาตให้ความมั่นใจว่าหน่วยกำกับดูแล ธนาคารแห่งประเทศไทย อาทิ ก.ล.ต. ทำหน้าที่อย่างเข้มข้นแล้วก็มีข้อมูล มีเทคโนโลยี ที่จะช่วยในการกำกับดูแลสอดส่องผู้ประกอบการ แล้วก็ดูแลผลประโยชน์ของประชาชน ที่ใช้บริการทางด้านการเงิน

ประเด็นสุดท้ายที่ผมขอกราบเรียนก็คือประโยชน์จากพิธีสารนี้ ประโยชน์สูงสุด ถ้าจะพึงเกิดก็คงต้องติดตามดูเป็นระยะต่อไป และที่สำคัญประโยชน์ที่จะเกิดนี้ จะเกิดได้อย่าง เต็มศักยภาพก็ต้องควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายและแผนงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาย ในภาคส่วนอื่น ๆ การลงทุนในภาคส่วนอื่น ๆ ควบคู่กันไปครับ ก็จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับ ประเทศไทยในบริบทของสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ขอบพระคุณครับ