สงวน ชี้บริหารใต้พรม ตั้งคำถามความมั่นคง-การใช้กฎหมาย

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

สงวน พงษ์มณี ตั้งข้อสังเกตการขยายอำนาจด้านความมั่นคงไปทั่วประเทศภายใต้กฎหมายและคำสั่ง คสช. ที่ยังคงมีผลบังคับใช้ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และตั้งคำถามถึงความจำเป็นและความเหมาะสมของการบริหารราชการใต้พรมที่อยู่นอกระบบปกติ

นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลำพูน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ แล้วผมเตรียมมาพูดมาก แต่ว่าผมกลับไม่ได้พูดในสิ่งที่ผมต้องการจะพูดแต่ต้น แต่ว่าเนื่องจากมีคนพูดไปบ้างแล้ว ผมจึงอยากจะพูดในสิ่งที่ผู้อื่นยังไม่ได้พูด ท่านครับ ผมเข็มขัดสั้นนะท่านประธาน ผมคาดไม่ถึงว่าท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. จะเข้ามานั่งฟัง การแถลงนโยบายของท่าน ซึ่งผมต้องยอมรับว่าชื่นชมครับ ท่านประธาน การตอบคำถาม และการตั้งคำถาม ณ เวทีแห่งนี้ ท่านครับ มันคือวิธีคิดและวิธีทำงานของคนที่แสดง ความเห็น ท่านครับ วันนี้ผมเห็น โดยเฉพาะรัฐมนตรีบางท่าน ผมก็เข้าใจว่าผมเพิ่งพบบุคลิก ที่ผมเห็นว่าผมเองก็น่าจะเข้าไปหาได้บ้าง เพราะท่านตั้งใจที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ท่านครับ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน และจะทำให้หลายคนทางบ้านโทรศัพท์มา แล้วก็สับสนว่าจริง ๆ แล้วการแถลงนโยบายครั้งนี้คือกิจกรรมอะไร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านสั้น ๆ ประมาณ ๑ บรรทัดนะครับ ท่านประธาน คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลง นโยบายต่อรัฐสภา ให้ทราบถึงแนวทางบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐบาลจะดำเนินการ เพราะฉะนั้นทั้งเล่มเป็นนโยบายซึ่งรัฐมนตรีจะนำมาบริหารราชการแผ่นดิน ให้เกิดมรรคผล เพื่อแก้ปัญหาที่ท่านมีสมมติฐาน การบริหารราชการแผ่นดินที่อยู่บนพรม คือส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น มีกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน อันนี้มองเห็นโดยทั่วไป ทั้งคนภายในและภายนอกประเทศ แต่สิ่งที่ไม่มีคนพูดถึงก็คือ การบริหารจัดการแผ่นดิน ใต้พรม ท่านประธานครับ มีกระบวนการของบริหารจัดการประเทศตามกฎหมาย ความมั่นคงอยู่ ในส่วนนี้ผมต้องขออนุญาตตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีว่า ๑. เป็นอะไร มันจะทำต่อไป แล้วมันจะหยุดเมื่อไร อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูด สั้น ๆ ท่านประธานครับ ผมมีเวลาน้อยมาก ท่านครับ ในปี ๒๕๕๑ มีกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง เรียกว่ากฎหมายความมั่นคง แล้วกฎหมายฉบับนี้ท่านประธานครับ ครั้งแรกเขียนขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ ๓ จังหวัด และ ๔ อำเภอในภาคใต้ บทเฉพาะกาลของกฎหมายฉบับนั้น บอกชัด บอกว่าให้โอนทรัพย์สินของการบริหารจัดการก่อนมาอยู่ตรงนี้ พูดเรื่องนี้เพื่อชี้ว่า กฎหมายฉบับนี้ที่ท่านประกาศเป็นเขตความมั่นคงใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ผมจะไม่พูด รายละเอียดของกฎหมาย เพราะว่าละเอียดอ่อน เรื่องชายแดน เรื่องความมั่นคงนี้ผมจะ ไม่แตะในรายละเอียด แต่ผมจะพูดในหลักการ เพราะว่าต่อมาท่านออกคำสั่ง คสช. ที่ ๓ ที่ ๑๓ และสุดท้ายที่ ๕๑ ของปี ๒๕๖๐ ท่านเปลี่ยนแปลงขยายงานไปทั่วประเทศ คำถามที่ ๑ ผมถามแทนผู้ลงทุน เพราะผมอยู่จังหวัดอุตสาหกรรม ผู้ลงทุนนี้เขาตกใจตอนท่านออกคำสั่ง ยุติคำสั่งต่าง ๆ หลายฉบับ แต่ ๓ ฉบับท่านไม่ยุติ แล้วในฉบับที่ ๒ คือฉบับที่ ๑๓ ไปเปลี่ยนแปลงอำนาจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับร้อยตรีขึ้นไปทั้ง ๓ เหล่าทัพมีอำนาจ ตามกฎหมาย ๒๖ ข้อ ๒๖ พระราชบัญญัติครับ พื้นที่มันสัมผัสกับสิ่งนี้ พอท่านประกาศ ไม่ยกเลิก ๓ ฉบับนั้น แล้วยังคง รมน. จังหวัด อยู่ในจังหวัด ผู้ลงทุนเริ่มตกใจว่ามาตรการส่งเสริมที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิดท่านได้ทำไว้เขาจะลงทุน อยู่แล้ว แต่ของแถมในเขตนั้นคือความมั่นคง ผมอยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลองคิดว่าของแถมอย่างนี้คนลงทุนเขาก็กลัว อันนี้เป็นประเด็นหลัก อันนี้คือหลักการที่ผม ถามท่านว่า ท่านขยายเอากฎหมายนี้ไปครอบคลุมทั่วประเทศ คำถามก็คือว่าวันนี้ สถานการณ์ความมั่นคงแบบ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันเต็มประเทศแล้วหรือ คำสั่งที่ ๕๑ สุดท้ายนี่ มันกลายเป็นไปเปลี่ยนแปลงแก้พระราชบัญญัติฉบับนั้น เหตุผลเดิมตัดทิ้งไป ท่านไปดูในราชกิจจานุเบกษา เป็นเรื่องว่าเป็นกฎหมายเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แม้ท่านจะเปลี่ยน เรียนว่ารองนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓ ถึงเป็นทหาร รอง รมน. จังหวัด ท่านครับ โดยคำสั่งของกฎหมายฉบับนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นตรงต่อแม่ทัพภาค แม่ทัพภาคขึ้นตรงต่อ แม่ทัพบก มีเสนาธิการทหารบกเป็นเลขานุการขึ้นต่อนายกรัฐมนตรี ท่านสามารถ ส่งการบริหารจัดการเหล่านี้ถึงชุมชนได้เลย โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการบนพรม ที่ผมพูดกับ ท่าน เพราะว่าไม่มีใครพูดถึง ผมถามท่านว่าท่านจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ เพราะว่า มาตรการที่ไปสู่ทุกจังหวัดได้เพราะมีคำว่า แม่ทัพภาคในฐานะ รมน. ภาค กับ มท. ๑ ในฐานะรองผู้อำนวยการ เมื่อเห็นว่าจะนำกฎหมายฉบับนี้ไปใช้ในจังหวัดไหนก็ได้ คำว่า ก็ได้ นักกฎหมายรู้ว่ามันเป็นเฉพาะไม่ใช่ทั่วไป ท่านใช้ทุกจังหวัดผมถามว่าคนที่เขาจะมา ลงทุน แล้วบอกว่ากฎหมายนี้ใช้กับภาคใต้ แล้วใช้ทั่วประเทศสถานการณ์มันเหมือนกันไหม อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะถาม ท่านครับ เวลาผมมีน้อยมากเหลือไม่กี่วินาที ท่านครับ ผมเรียนท่านว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ความมั่นคงของรัฐบาลไม่ใช่ความมั่นคง ของชาติทั้งหมด เรื่องนี้สำคัญมากท่านประธาน ผมขออีกสักหนึ่งประโยค ผมขออนุญาต อีกหนึ่งประโยคท่านประธานครับ วันที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมยังไม่อยากพูดเรื่องนี้ ผมอยากจะพูดเรื่องนี้โดยอาศัยการให้ผู้นำฝ่ายค้านนี้เสนอต่อรัฐสภาแล้วพูดเรื่องปัญหา เหล่านี้เป็นความลับปิดห้องประชุมพูดกันเลย เรื่องนี้สำคัญมาก เรื่องชายแดน เรื่องความมั่นคง ผมฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ตรงนั้นชาติต้องการให้เราไปพบกันที่นั่น ผมพบกันใหม่วันที่ชาติต้องการครับ