อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยืนยันต้องตรวจสอบกรณีค่ากำจัดขยะของ กทม. โดยชี้แจงว่ารัฐบาลไม่มีงบประมาณสร้างโรงเผาขยะ จึงใช้รูปแบบ PPP ให้เอกชนดำเนินการ และเสนอให้ ป.ป.ช. สตง. ตรวจสอบความถูกต้องของค่าใช้จ่าย อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยืนยันว่าลูกชายไม่ได้วิ่งเต้นเรื่องขยะที่ภูเก็ต และชี้แจงขั้นตอนการจัดการขยะผ่านระบบคลัสเตอร์ท้องถิ่น โดยระบุว่าหน้าที่หลักอยู่ที่ท้องถิ่นในการรณรงค์ 3R และการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ส่วนขั้นตอนการกำจัดต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการหลายระดับก่อนส่งเอกชนดำเนินการตามรูปแบบ PPP ซึ่งกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลแต่ไม่สามารถสั่งการท้องถิ่นได้โดยตรง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องขออนุญาตตอบ ประเด็นแรกของกรุงเทพมหานครก่อน ของกรุงเทพมหานครนี่กระผมเรียนโดยหลักการว่า อันนี้ในส่วนของผม ส่วนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเดี๋ยวท่านต้องฟังนโยบาย ท่านเอง เอาในส่วนของกระทรวงมหาดไทยซึ่งกำกับกรุงเทพมหานครอยู่ พอท่านพูดมา ประเด็นคำตอบแรกคือ ต้องตรวจสอบแล้วหาผู้ทำผิดอย่างที่ท่านว่า ผมไม่ได้แก้ตัวให้ ต้องตรวจสอบแล้วเอาหลักฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ บังเอิญผมลงโทษได้ คือตัวผู้ว่าเขา ในลักษณะการกำกับคือเขาผิดกฎหมาย ผมกำกับ ผมปลด ผมทำอันนั้นได้ แต่โทษอย่างอื่น มันมีอีก ป.ป.ช. สตง. เขาเป็นคนทำ ผมทำไม่ได้ในส่วนนั้น แต่ผมจะต้องดำเนินการในส่วนนี้ นี่คือคำตอบคือต้องทำ แต่ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าวิธีคิดในการที่จะเปรียบเทียบ เมื่อสักครู่นี้ท่านขออนุญาตผู้ทรงเกียรติได้กรุณาบอกว่า เป็นโรงเหมือนกัน ถ้าเป็น โรงเหมือนกัน ผมพูดกรณีไม่เหมือนกันก่อน ไม่เหมือนกันคืออย่างนี้ครับ บางท้องถิ่นเขามี การสร้างโรง เรื่องสร้างโรงกำจัด ก่อนอื่นต้องขอเรียนว่าเรามีขยะทั้งสิ้นในประเทศมีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง เรามีขยะอยู่ ๒,๐๐๐ กว่ากอง เราเอามารวมกันเป็น กลุ่มเรียกว่า คลัสเตอร์ (Cluster) ภาษาต่างประเทศ คือรวมเป็นกลุ่มที่สามารถจะเอาขยะ ขนมาได้ โดยมากำจัดโดยไม่แพงเกินไป ถ้าขนไกลมันแพงมาก เว้นแต่ว่าในอนาคตที่พยายาม จะทำคือ เอาข้ามคลัสเตอร์ (Cluster) แต่ต้องใช้เทคโนโลยีในการบีบอัดมา ถ้าขนมาโดย ไม่บีบอัดมันแพง แต่ว่ามีแนวทางที่จะทำ แต่เรามีทั้งหมด ๒๖๔ คลัสเตอร์ (Cluster) ถ้าพูด โดยให้คนเข้าใจก็คือว่า อยากให้กำจัดหมดทุกแห่ง เพราะฝังกลบมันมีปัญหาในอนาคต แน่นอน แต่การที่จะกำจัดมันก็มีนิดหนึ่งว่า ถ้าเราสร้างโรงรับกำจัดโสหุ้ยประมาณตันละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ถ้าท่านเอาไปขายเป็นไฟฟ้าได้ เป็นพลังงานได้ทำไฟฟ้าขายได้ จะประมาณ ๕๐๐ บาท ตัวเลขกลม ๆ มีพื้นที่ถูก ๓๕๐ ได้ พื้นที่แพง ๕๐๐ ได้ ขึ้นอยู่กับว่าท่านทำอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร หรือท่านทำอยู่ที่บึงโขงหลง หมายความว่าพื้นที่ต่างกัน ความเจริญต่างกัน เดี๋ยวผมจะเรียนรายละเอียดให้ทราบ แต่ไม่ได้แก้ตัว ยืนยันว่าต้องตรวจสอบ เพราะท่าน บอกมาเป็นประเด็น รัฐบาลต้องทำ คือคนกำกับก็ต้องทำ ไม่ทำก็ผิดด้วย ต้องดูก่อนว่า การดำเนินการในการสร้างประเทศไทยเรามีเงินไหม ผมอยู่มาอย่างที่ท่านพูดประจำ ๕ ปี รัฐบาลไม่มีเงินสร้างโรงเผาขยะให้เลย เพราะท่านคูณดูโรงหนึ่งประมาณก็ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าต้องทำให้จบกระบวนความก็คือเอาขี้เถ้าไปอัดก็ ๑,๒๐๐ ล้านบาท มันก็จะขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเอาไปทิ้งส่งเดชก็ไม่ได้ รัฐบาล ๕ ปีมานี้ไม่มีเงินให้ในการทำโรงเผาขยะ เราไม่มี สตางค์ให้ แนวทางรัฐบาลคือเคยทำ มันมีในอดีตเคยทำ ผมไม่ขอกล่าวอ้างว่าสมัยใด เจ๊งหมด ผมไม่บอกว่าจังหวัดใด เจ๊งหมด เพราะราชการทำมันแข็งเกินไป มันปรับตัวไม่ได้ ขยะมันปัญหาร้อยแปดพันเก้า อันนี้เรียนนะครับ ต้องเอกชนเท่านั้นทำ เราใช้ พีพีพี (PPP) เพราะฉะนั้นพูดว่าเอาไปให้นายทุนไม่ใช่ รัฐบาลจะไม่ทำ ให้เอกชนทำ ถ้าเอกชนเขามาทำ ลงทุนอย่างที่ผมว่าเมื่อสักครู่นี้ ท้องถิ่นก็มีเอาขยะไปให้ แล้วเอาเงินแปะไปให้ ที่ท่านบอกว่า ตันละ ๙๐๐ บาท ก็แปะไป แปะไปทุกตัน แต่ถ้าเรียกว่า บีโอที บิวล์ โอเปอเรต ทรานส์เฟอร์ (BOT : Build Operate and Transfer) คือ ณ วันใดวันหนึ่งจะต้องกลับ ๒๐ ปี กลับมาเป็น ของเราเป็นของรัฐ สมมุติก็จะเป็นราคาหนึ่ง นี่พื้นฐานการคิด แต่มันมีการทำอีกอย่างหนึ่ง บีโอโอ (BOO) ก็คือเขาเป็นเจ้าของหมดเหมือนที่แพรกษา ท้องถิ่นมีหน้าที่เอาเงินแปะไป ทุกตัน กี่ปีกี่ชาติก็ไม่กลับมาหาเรา นี่เป็นตัวอย่าง ก็ต้องดูว่ามันอยู่บนฐานอะไร อันหนึ่งนี่เหมือนจ้างกำจัด อีกอันเหมือนผ่อนส่งโรง คล้าย ๆ อย่างนั้น แต่ผมอธิบายให้คนเข้าใจง่าย ๆ นะครับ นั่นเป็นตัวหนึ่ง แต่ท่านบอกว่า เหมือนกันก็แสดงว่าเป็น บีโอที (BOT) เหมือนกัน ถ้าท่านพูดว่า ๒๐ ปี ก็คือว่าสร้างแล้วต้อง โอนกลับมาเป็นของเรา ก็มีตัวที่จะต้องเอาไปตรวจสอบเขานี่ละครับว่า ผมยกตัวอย่าง นี่เขาอ้างนะครับ เขาว่ากรุงเทพฯ น้ำก็ไม่ใช้น้ำแบบบ้านนอกต้องซื้อน้ำประปา เพราะมัน กำจัดมันต้องใช้น้ำ เป็นตัวอย่าง ค่าโสหุ้ยในการทำใช้จ่ายทั้งหมดอะไรนี่ แม้กระทั่งโสหุ้ย อื่น ๆ ก็แล้วกันนะครับ นี่เขาอ้าง ก็เป็นที่ท่านพูดไว้ เราก็ต้องไปตรวจสอบ ใครตรวจสอบ ป.ป.ช. สตง. ไป คือมีหนทางที่จะเอาคนผิด คือผมก็ไม่ได้บอกว่าเขาถูก พอท่านพูดมา ต้องตรวจสอบ อย่างไรก็ต้องตรวจสอบ ป.ป.ช. สตง. หรือหน่วยงานใดถ้าใครละเว้น ก็ต้องโดนด้วย อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากเรียนท่านเพื่อกรุณาทราบ ของกรุงเทพมหานคร สรุปแล้วผมรับที่จะไปดำเนินการตรวจสอบ แล้วหน่วยงานก็คงเป็น ป.ป.ช. สตง. ต้องไปดู ที่เขาอ้างว่า น้ำแพงกว่า ค่าโน่นแพงกว่า ค่านี่แพงกว่า มันดีไหมระหว่าง ๙๐๐ กับ ๖๐๐ กว่าบาท ของท่านที่ว่านี้ ต่างกัน แล้วต้องดูไส้ในนะครับว่าเครื่องจักรต่างกันหรือไม่ ด้วยนะครับ ถ้าทางโน้นเขาไม่มีเครื่องแยกขยะแล้วทางนี้มีก็ดูต้นทุนนะครับ ดูต้นทุน เสร็จแล้วก็ต้องดูต่อไปด้วยว่าแล้ว ๒๐ ปีได้กำไรเท่าไร ถ้าอยู่ในเปอร์เซ็นต์ใกล้เคียงกันก็ ยอมรับได้ แต่ถ้าผู้ประกอบการ พีพีพี (PPP) ได้กำไรพูดง่าย ๆ เกิน ๙ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณนี้นะครับ ไปมากก็น่าจะมีอะไรที่ต้องดำเนินการ ผมจะพูดว่า อย่างไรนะครับ ก็เรียนเพื่อกรุณาทราบ
มาถึงเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมกล่าวก็ได้นะครับ คือเขาพูดถึงลูกชายผม ท่านไม่พูดผมก็กล่าวให้นะครับ ก็มีเมื่อสักหลายเดือนมาแล้วมีการมาพูดว่าลูกชายผมนี่ไป ลูกชายผมเขาเป็นนักธุรกิจ แต่ผมก็บอกเขาอะไรที่เกี่ยวกับรัฐไม่ต้องทำเด็ดขาด ยู (You) จะทำตรงไหนก็ได้แต่ยู (You) ไม่ต้องทำ อันนี้พูดได้นะครับ ท่านก็ไปพูดได้ ผมไม่ไปราวีท่าน ขออนุญาตท่านประธานสภาผมจะไม่ไป แต่เมื่อผมชี้แจงข้อเท็จจริงแล้วอยู่ที่ลูกชายเขาจะทำ มีการบอกว่า ไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปวิ่งเต้นขยะอะไรก็แล้วแต่นะครับ ผมลองไป หยุดตรงนี้ไว้ ผมลองดูนะครับว่าท่านสักคนหนึ่งในที่นี้จะทำขยะอย่างที่รัฐบาลอยากได้ พีพีพี (PPP) ท่านก็ต้องไปคุยกับท้องถิ่นหรือผู้ว่านะครับ แต่ผมไม่ไปพูดตรงนั้น เอาว่าลูกผม ไปไม่ได้ เหตุการณ์ในวันนั้นทั้งสิ้นได้พิสูจน์หมดแล้ว มีเจ้าหน้าที่ยืนยันหมด มีเอกสารหมด ผมไม่ฟ้องร้องท่านใครจะพูด แต่ว่าให้ลูกชายเขาว่าเอง ไม่ได้ไป ไม่มีเที่ยวบิน ไม่มีโรงแรม ไม่มีภาพที่กล้อง ซีซีทีวี (CCTV) ไม่มี เจ้าหน้าที่ที่หน้าห้องก็ยืนยันว่าไม่ใช่ ถ้าหน้าอย่างนี้ ไม่ใช่แน่นอนนะครับ ผมก็เรียนยืนยันได้ว่าไม่มี แล้วผมก็บอกเขาว่าถึงจะทำธุรกิจ แต่ห้ามทำ กับรัฐ คุณจะทำอะไรก็ได้คุณไปทำอย่างอื่นนะครับ อันนี้ก็รับสภาพนะครับ ไม่ให้ทำ แล้วก็ไม่ได้ไป คำตอบผมคือไม่มี ท่านพูดมาก็ดีว่าไม่มีเชิงนโยบายที่ไป แม้ว่าผมคิดว่าแม้กระทั่ง ท่านเองถ้าจะต้องทำท่านก็ต้องไปคุยกับผู้ว่า เขาเป็นหัวหน้า เป็นประธานคณะกรรมการ สิ่งปฏิกูลจังหวัด ถามว่าเป็นอย่างไร ผมขอเรียนอีกนิดหนึ่งขั้นตอนการทำเดี๋ยวจะไปพาดหัว ว่ามีคนเคย เอาตัวเลขกลม ๆ ๓๐๐ โรง คูณ ๑,๐๐๐ ล้าน เป็น ๓๐๐,๐๐๐ ล้าน คือผลประโยชน์ ผมจะเรียนอย่างนี้ครับว่าคลัสเตอร์ (Cluster) เป็นท้องถิ่น เป็นนิติบุคคล ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากกำกับ ท่านรู้ดี เพราะท่านพรรคการเมืองจะมีส่วนเกี่ยวข้อง กับท้องถิ่น เพราะท่านก็จะส่งท้องถิ่นเข้า หมายความว่าท่านก็รู้ดีตรงไหน ๆ ตรงไหน อันนี้พรรคนี้ ตรงนี้พรรคนี้ ตรงนี้พรรคนี้ มหาดไทยกำกับอย่างเดียวนะครับ ท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัด เพียงแต่ขณะนี้พยายามจะเร่งขอให้เขาทำอย่างนี้ ให้ท้องถิ่นเขารณรงค์ให้ประชาชนของเขา ทำ ๓ อาร์ (3R) ลดขยะ แยกขยะ เพราะว่าถ้าไม่แยกตอนกำจัดจะแพงมาก พยายามรณรงค์อยู่ หน้าที่ของท้องถิ่น แล้วท้องถิ่นก็มีหน้าที่เก็บขยะที่สาธารณะ วางถังขยะแยก ประชาชน ต้องแยกขยะตรงต้นทางหมดแล้ว ที่เหลือคือปลายทาง หน้าที่ตรงนี้ท่านท้องถิ่นจะต้องเป็นคน ดำเนินการในขณะนี้ อันนี้ก็เรียนเพื่อกรุณาทราบ แล้วเวลาเขาคิดกันแล้ว เนื่องจาก คลัสเตอร์ (Cluster) หนึ่งบางทีเป็น ๑๐ ท้องถิ่นเลย ทั้งหมดมี ๗,๐๐๐ มีประมาณ ๒๖๐ ท่านก็ลองดูว่ามันต้องหลายท้องถิ่นรวมกันเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) เขาต้องตกลงกันเองว่า เขาจะกำจัดโดยวิธีใด แล้วเอาเข้าคณะกรรมการของจังหวัด ซึ่งมีหลายส่วนงานที่เกี่ยวข้อง สิ่งแวดล้อมอะไรหมดเลย เมื่อเห็นดีก็ส่งมาที่คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองทางเทคนิค ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อผ่านคณะกรรมการชุดนี้ก็มาคณะกรรมการกลาง ท่านปลัดกระทรวง จริง ๆ มันจบแล้ว แต่เนื่องจากกฎหมายเขียนว่าต้องมาให้ผม ให้ความเห็นชอบ ผมเห็นชอบอย่างอื่นไม่ได้หรอกครับ ถ้าเขาไม่เห็นชอบ ผมก็ไม่เห็นชอบ ถ้าเขาเห็นชอบผมก็จะส่งกลับไปให้ความเห็นชอบ มันก็จะไหลกลับไปที่ข้างล่างอีกครั้งหนึ่ง ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนหาผู้ประกอบการ ไม่เกี่ยวกับราชการแล้ว ท้องถิ่นจะต้องพูดกับ ผู้ประกอบการ พีพีพี (PPP) เอกชน เมื่อได้เอกชนแล้วคนที่จะขอไฟฟ้าคือเอกชน ไม่ใช่ ท้องถิ่นแต่ต้องได้รับคำรับรองจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปว่าผ่านคณะกรรมการนี้แล้ว เขาจะไปขอคณะกรรมการ กกพ. ของกระทรวงพลังงานจึงจะได้ พื้นฐานที่มีไว้พลังงาน ทดแทนก็คือประมาณแห่งละ ๑๐ เมกะวัตต์ แต่ให้จริงก็ประมาณ ๘-๙ เมกะวัตต์เท่านั้น แล้วแต่ เขารู้ว่าตรงไหนเขาซื้อได้ ถ้าตรงไหนเขาซื้อไม่ได้เขาก็ไม่ให้ นี่คือขั้นตอนจะไม่กลับมาอีก เพราะมันจะอยู่ข้างล่างหมด ตอนหาผู้ประกอบการ ผมได้เรียนย้ำอีกทีหนึ่งท้องถิ่นเป็นของท่าน ไม่ใช่ของผม ผมบังคับไม่ได้ ถ้าบังคับได้ท่านต้องฟ้องผมได้ตอนนี้ว่าผมไปสั่งท้องถิ่นของ พรรคการเมืองใด ขออนุญาตที่ชี้ไปนะครับ ท่านต้องชี้ได้เลย ผมขอเรียนต่ออีกนิดนะครับ เรียนท่านว่ามันจะไปที่ท้องถิ่นแล้วเขาก็จะไปขอของพลังงานเอง อย่างที่ผมเรียนแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีให้ผมพูดถึงเรื่องขยะนิดหนึ่งนะครับ เขาเรียกค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บ และกำจัด กฎหมายเดิมกระทรวงสาธารณสุขเป็นคนกำหนด แต่กฎหมายใหม่ได้แล้วแต่ยังไม่ บังคับใช้ สร้างความเข้าใจให้พี่น้องอยู่ โดยตัวเลขรวมค่าจัดเก็บกับค่ากำจัดใกล้ ๆ กัน ๑๐๐ กว่าบาท แต่ของกระทรวงสาธารณสุขค่าจัดเก็บเริ่มต้นจาก ๐-๖๐ บาท ของกระทรวงมหาดไทย ต้นทุนอยู่ที่ ๑๐๒ บาท เพราะฉะนั้นขั้นต่ำของเขา ๐-๖๕ บาท ของกระทรวงมหาดไทย ๖๐-๑๐๒ บาท แต่เริ่มต้น ๖๐ บาท แต่ขอขึ้น ๕ เปอร์เซ็นต์ทุก ๒ ปี เพราะว่าจุดที่เป็น ค่ากำจัดที่คำนวณแล้วอยู่ที่ ๑๐๒ บาทจึงจะคุ้ม ตรงนี้ก็เรียนนิดหนึ่งว่าตอนนี้ใครก็ทำไม่ได้ครับ เพราะท้องถิ่นทั้งประเทศไทยควักเงินของตัวเองไปไปกำจัดขยะซึ่งยังไม่สมบูรณ์ ไม่มี ค่ากำจัด ประมาณ ๑ ปี เกินจากที่เก็บได้จากประชาชน ประมาณเกือบ ๆ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่แยกขยะเรียบร้อยนะครับ ถ้าตามนโยบายออกนี่จะต้องวางถังขยะในที่สาธารณะ ๒ ใบ อย่างต่ำ อาจจะขึ้นสูงกว่านี้อีก นั่นคือสิ่งที่ท้องถิ่นควักเงินอุดหนุนของตัวเองหรือรายได้ ของตัวเองไปใช้ในการกำจัดขยะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ทางกรุงเทพมหานครก็บอกว่า จะขอเก็บ ๘๐ บาท เพราะว่าจริง ๆ มัน ๑๐๒ บาท ค่ากำจัดอีกประมาณ ๑๐๐ กว่าบาท ค่ากำจัดผมคงไม่พูดมันจะยาวไป ก็เรียนเป็นข้อมูลเท่านั้นเพื่อกรุณาทราบนะครับ ผมมีแค่นี้ครับ