บุญส่ง ไข่เกษ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการให้ความสำคัญและเต็มตามความจำเป็น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลออกพระราชบัญญัติว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการต่าง ๆ อย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องภัยแล้งในภาคอีสานและเรียกร้องการสนับสนุนโครงการโขง ชี มูล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้และเศรษฐกิจในภาคอีสาน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายบุญส่ง ไข่เกษ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา เนื่องจากเวลามีเพียง ๕ นาที ฉะนั้นผมพยายามจะพูดเฉพาะประเด็นที่สำคัญ และเห็นว่าควรจะเติมเต็มในนโยบายของรัฐบาล
ประเด็นแรก ในเรื่องของคำแถลงนโยบายในส่วนที่เป็นภาคผนวกที่ ๑ ในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย ต้องยอมรับว่ากฎหมายเป็นเครื่องมือของการปฏิรูป เป็นเครื่องมือ อันหนึ่งที่สำคัญ ถ้าไม่มีกฎหมายผมมีความเชื่อมั่นว่าการปฏิรูปหรือการปฏิบัติ ตามยุทธศาสตร์ของนโยบายที่แถลงไว้คงจะไม่สัมฤทธิผล กฎหมายฉบับหนึ่งที่มีอยู่ ประมาณ ๑๕ ฉบับ ที่ ครม. จะมีการดำริที่จะออกกฎหมาย ฉบับที่ผมได้กล่าวถึงนี้คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน เนื่องจากผมมีประสบการณ์ทำงาน ร่วมกับประชาชนในท้องที่เป็นเวลายาวนาน มีประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาโครงการ ขนาดใหญ่ของรัฐมากกว่า ๒๐ โครงการ เห็นว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นเป็นหัวใจสำคัญ ของการพัฒนาประเทศในเรื่องของพัฒนาโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) หรือโครงการอะไรก็ตามที่มีผลกระทบในวงกว้าง ประชาชนต้องมีส่วนร่วม เนื่องจากเรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้ ทั้ง ๆ ที่ผมคิดว่าภาคส่วนของราชการหลายภาคส่วน ทราบว่า ประชาชนเองก็ไม่มีความพร้อมในเรื่องความรู้ ในเรื่องเทคโนโลยี ในเรื่องของ ความกระตือรือร้น หรือเรื่องในสิทธิพึงมีพึงได้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องกล่าวถึงการที่จะให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในเรื่องอะไรบ้าง ร่วมแค่ไหน อย่างไร เรามีการถกเถียงกันมากในเรื่อง ของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการต่าง ๆ มีข้อครหาจาก เอ็นจีโอ (NGO) ว่าเป็นเพียงพิธีกรรม หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าให้มาร่วมอย่างนั้นละ ชาวบ้าน ประชาชนไม่มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ก็เนื่องจากมีข้อจำกัดอย่างที่ผมนำเรียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อออกมาแล้ว ผมเชื่อว่าโครงการหลายโครงการ ที่ติดขัดอยู่เมื่อมีข้อจำกัด มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เรื่องของการประท้วง เรื่องของการขัดขวาง เรื่องของการไม่เห็นด้วยจะน้อยลง โครงการจะถูกตำหนิ รัฐบาลก็จะถูกตำหนิในการพัฒนา โครงการต่าง ๆ ว่าทำไปโดยที่ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ประชาชนได้อะไร ไม่รู้เรื่อง ประชาชนได้รับผลกระทบอะไรไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นอันนี้อยากฝากทางรัฐบาลว่า ถ้ามีโอกาสที่จะออกพระราชบัญญัติฉบับแรกนั้นขอให้เป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ การมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐบาลคงไม่ต้องเกรงว่าเมื่อออกไปแล้วมันจะขัดขวาง การพัฒนา ผมเชื่อว่าเราต้องเอ็มเพาเวอร์ (Empower) สร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน รับรู้รับทราบแต่ต้นก็จะมีการพัฒนาที่เป็นไปตามนโยบายที่ท่านแถลงไว้
ประเด็นที่ ๒ อันนี้ผมได้ยินทางภาคอีสานกำลังมีปัญหาเรื่องของภัยแล้ง ในฐานะที่ผมมีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานเกี่ยวกับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เป็นเวลา ๓๐ กว่าปี อยู่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน กับทางสายวิชาการ โครงการที่พูดถึง โขง ชี มูลนั้น ผมอยากให้เกิดขึ้น แต่มันเป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ลงทุน เป็นแสน ๆ ล้าน แต่ทำแล้วได้อะไร ผมว่าภาคอีสานประชาชนมีรายได้ต่ำที่สุดของประเทศ รายได้ต่อหัวต่ำมาก ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยระดับกลาง เห็นแล้วก็น่าตกใจ ถามทำไม การเพาะปลูกใช้ชลประทานน้ำฝน มีเขื่อนลำปาวตอนนี้ก็ใหญ่สุด ภาคอีสานก็แย่ เขื่อนอุบลรัตน์ก็มีน้ำไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ วิธีการก็อะไรครับ เรามีศักยภาพ แต่วันนี้ถ้าพูดไปหลายคนก็จะไม่เห็นด้วยว่า แม่น้ำโขงก็แห้งแล้วจะเอาน้ำมาจากไหน โครงการโขง ชี มูล นั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว ๓๐ ปีเห็นจะได้ ตอนนี้เราพัฒนาไปถึง โครงการโขง เลย ชี มูล คือการผันน้ำจากแม่น้ำโขงเข้าที่แม่น้ำเลย ลอดภูเขามาออกที่ เขื่อนอุบลรัตน์ เติมน้ำให้เขื่อนอุบลรัตน์แล้วลงมาทางแม่น้ำมูล ทางแม่น้ำชี น้ำสามารถไหล ด้วยแรงโน้มถ่วงมาออกที่จังหวัดอุบลราชธานีลงแม่น้ำโขงเหมือนเดิม เนื่องจากมีความสูง ความต่างระดับประมาณ ๓๐ เมตร โครงการนี้เป็นโครงการที่เริ่มมีการดำเนินการแล้ว โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่ตั้งขึ้นใหม่โดยคณะ คสช. ซึ่งผมเห็นว่ามีประโยชน์มาก ๆ และโอกาสที่เกิดขึ้นคงเป็นไปได้สูงนะครับ แต่การลงทุนนั้นค่อนข้างสูง แต่เมื่อเปรียบเทียบ กับประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากประชาชนในภาคอีสาน การลดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ เศรษฐกิจนั้น ผมว่าน่าจะเกิดสิ่งนี้เพื่อตอบแทนคนยากจน คนที่ด้อยโอกาสในเรื่องของ การประกอบอาชีพ รัฐบาลก็น่าจะดำเนินการนะครับ อันนี้ก็ขอให้เติมเต็มในนโยบายปีนี้ด้วย ผมก็มีเวลาแค่นี้ ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ