โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องนโยบายการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องระบบการศึกษาปริญญาชุมชน และเสนอแนวคิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้มากขึ้นและสามารถจัดบริการสาธารณะแทนรัฐได้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอเสนอ ต่อนโยบายรัฐบาลที่เสนอต่อสภาแห่งนี้ใน ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ก็เรื่องของนโยบายการศึกษาที่ปรากฏอยู่ในหน้า ๒๓ ข้อ ๘๗ ผมมีความสนใจเรื่องการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่ในนโยบายเขียนไว้น่าสนใจ ก็คือ ระบบการศึกษาปริญญาชุมชน เป็นการศึกษาที่ใช้ปริญญาชุมชน โดยเน้นการจัดหลักสูตร ระยะสั้น เพื่อเป็นไปตามความต้องการของผู้เรียน ระบบนี้มีท่านผู้มีเกียรติเคยพูดถึง ซึ่งปรากฏอยู่ในนโยบายของระบบธนาคารหน่วยกิต เพื่อไปต่อยอดให้กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าสิ่งที่ปรากฏในนโยบายคล้าย ๆ กับว่าในระบบการศึกษาสมัยใหม่ต้องเป็นไปตาม ความต้องการของพี่น้องประชาชนในรูปแบบของการดำรงชีวิต ประเด็นที่เป็นไปตาม นโยบายหรือไม่ อย่างไรนั้น ผมมีความเป็นห่วงเรื่องของแนวทางของมหาวิทยาลัยไทย ในปัจจุบัน ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องของการศึกษาเพื่อพัฒนา ทักษะชีวิตและตอบโจทย์ในเรื่องของระบบการศึกษาที่เราเรียกว่า ปริญญาชุมชน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมอยากจะฝากผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัยหรืออุดมศึกษาปัจจุบันว่า ในการ จัดการศึกษาต้องไปดูเรื่องของการปฏิรูปมหาวิทยาลัยให้ตอบโจทย์ในสิ่งที่เป็นไปตาม นโยบายดังกล่าวหรือไม่ จะวางแนวทางอย่างไร เพราะผมคิดว่ามหาวิทยาลัยส่วนหนึ่ง ยังมีระบบที่ไม่ได้ตอบสิ่งที่กล่าวถึงมากนัก อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปดำเนินการจัดการให้ มหาวิทยาลัยในภูมิภาคหรือสถาบันราชภัฏได้เป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการ พัฒนาชุมชนและท้องถิ่น นี่คือสิ่งที่คาดหวัง
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมคิดว่าน่าสนใจมาก ซึ่งปรากฏในหน้า ๒๕ ข้อ ๑๑.๘ หลายท่านได้พูดเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพิ่มบทบาทการปกครองท้องถิ่น เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นให้บริหารจัดการตนเองได้ นี่คือนโยบายที่น่าสนใจ และสอดคล้องกับพรรคพลังท้องถิ่นไท หากท่านไปพิจารณาในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๐ หมวดว่าด้วยการปกครองท้องถิ่น กำหนดให้รัฐดำเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นจะต้องส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นหารายได้ ของตนเอง เป็นการเพิ่มศักยภาพของท้องถิ่น และจำเป็นอยู่เองที่จะต้องปฏิรูปอำนาจของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากขึ้น ผมเข้าใจว่ายังมีความทับซ้อนกันระหว่างอำนาจรัฐ กับท้องถิ่น แต่อย่างไรก็ตามนโยบายเขียนไว้ทำอย่างไรที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีศักยภาพด้านรายได้มากขึ้นตามรัฐธรรมนูญและตามที่กำหนดไว้ในนโยบาย สิ่งหนึ่งที่ผม คิดว่าอยากจะเสนอและถามไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ มันมีมาตรการเรื่องการจัดระบบภาษี มีมาตรการเรื่องการจัดสัดส่วนระหว่างงบรัฐบาลกับงบท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็น ที่ยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างไร อย่างไรก็ตามยังมีกฎหมายที่จะต้องเพิ่มศักยภาพท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสหการ กฎหมายกิจการพาณิชย์ของท้องถิ่นและกฎหมายการร่วมทุน ของท้องถิ่น เพื่อเพิ่มศักยภาพท้องถิ่นให้มากขึ้น ผมดูในหน้า ๑๖ และหน้า ๑๗ มีประโยคที่เขียนไว้ เช่น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และเมืองอัจฉริยะ คำเหล่านี้จะไปเกี่ยวพันกับการปกครองรูปแบบพิเศษหรือไม่ อย่างไร เพราะผมคิดว่าการปกครองรูปแบบพิเศษเป็นส่วนหนึ่งที่การกำหนดเมืองที่เป็นเมืองหลัก หรือเมืองเขตชายแดน เมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นต้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องทำความ ชัดเจนให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามในยุทธศาสตร์ชาติ หน้า ๖๔ เขียนไว้ว่า ลดอำนาจรัฐและทำให้ รัฐเล็กลง ซึ่งอยู่ในการปฏิรูปการบริหารภาครัฐ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับที่จะต้องกระจาย อำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้ชัดเจน นี่คือสิ่งที่เขียนไว้ในนโยบายด้วย เพราะฉะนั้นต่อนี้ไป ในนโยบายของรัฐทั้ง ๑๒ ด้าน และนโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่องนั้น ผมคิดว่าจะต้องสร้างกลไก การปกครองท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง เพื่อจัดบริการสาธารณะทดแทนรัฐ ให้เป็นไปตามคำที่ว่า ลดอำนาจรัฐ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจะต้องถ่ายโอนอำนาจมาให้ท้องถิ่นดำเนินการ จัดบริการสาธารณะแทนรัฐต่อไป นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนใน ๒ ประเด็นให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการตามนโยบายด้วย เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากการมีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นครับ ขอบคุณครับ