รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

อนุพงษ์ เผ่าจินดา หารือเรื่องนโยบายปราบปรามการทุจริตและความจำเป็นในการจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเน้นย้ำว่าควรจัดซื้ออุปกรณ์ตามความจำเป็นและพูลไว้ที่ศูนย์ป้องกันภัยเขต และเรียกร้องให้ดำเนินการตามกฎหมายในการปราบปรามการทุจริต

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผมอยากจะเรียนชี้แจงผ่านท่านประธานรัฐสภาไป จับใจความได้ ๓ ประเด็นด้วยกันนะครับ

ประเด็นแรก คือประเด็นเรื่องของนโยบายท่านนายกรัฐมนตรีที่จะเอาจริง หรือไม่ในเรื่องของการปราบโจร ผมไม่ได้ชี้แจงแทนท่านนายกรัฐมนตรี ผมจะชี้แจงท่านว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการหน่วยงานของรัฐ คือทุกกระทรวงอย่างไรในเรื่องของนโยบาย ในเรื่องนี้เพื่อประโยชน์กับประเทศชาติรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ ในอนาคตที่แถลงนโยบายเอาจริงเอาจังกับเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบที่เราเรียกว่า คอร์รัปชันในทุกรูปแบบ แล้วได้สั่งการเด่นชัดว่าจะต้องเอาจริงเอาจังต่อเรื่องนี้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับราชการทั้งสิ้นจะต้องดำเนินการทั้งกฎหมาย วินัย อาญา แพ่ง ทั้งหมดจะต้องดำเนินการ เพราะฉะนั้นอันนี้ผมเรียนที่ท่านได้ให้นโยบายผมไว้ และตัวกระผมเดินตามนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่มีสักนิดเดียวครับ รับรองได้ว่า ที่ทำงานมา ๕ ปีผมไม่มีโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะ กรมใด จังหวัดใด รัฐวิสาหกิจใด ภายใต้ การกำกับของกระทรวงมหาดไทย ผมรับรองได้ทุกอย่างท่านดำเนินการได้เลยนะครับ อันนั้น คือสิ่งที่เป็นนโยบายท่านนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลที่ผ่านมา

ในเรื่องที่ ๒ ก็คงจะเป็นเรื่องของความจำเป็นของการใช้อุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ในเรื่องของการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ก็อยากจะเรียนว่าปัจจุบันนี้เรามีภัยมาก แล้วมีภัย หลายรูปแบบมากนะครับ ผมคงยกตัวอย่างให้สั้น ๆ ไม่เกินเวลาสภานะครับ เรามีภัย ทั้งแล้ง ทั้งน้ำท่วม อุทกภัย ภัยของอัคคีภัย แล้วมีภัยที่ยังไม่เกิดขึ้นอาจจะเกิดขึ้นอีก เช่น ภัยเรื่องของแผ่นดินไหวก็ต้องเตรียม ถามว่าเตรียมอย่างไร เรามีจังหวัดทั้งหมด ๗๖ ไม่นับกรุงเทพมหานคร เราได้พยายามที่จะจัดยุทโธปกรณ์ให้สิ้นเปลืองน้อยที่สุด หมายถึง คนด้วย และยุทโธปกรณ์ด้วย อุปกรณ์ด้วย เราจึงจัดเป็นศูนย์ป้องกันภัยไว้ทั่วประเทศ ๑๘ แห่ง แต่ละศูนย์จะรับผิดชอบประมาณ ๔-๕ จังหวัดก็แล้วแต่ภูมิประเทศ ไม่จัดไว้ทุกแห่ง ทุกจังหวัดมันจะสิ้นเปลืองเกินไปนะครับ การที่จะจัดอย่างนั้นแล้วก็จะมีรถหลาย ๆ ประเภท ด้วยกันนะครับ มีทั้งรถดับเพลิงหลายแบบ ทั้งรถสูบน้ำระยะไกลก็มี รถดับเพลิงก็มี เรือก็มี แต่ว่าจะเอาพูล (Pool) ไว้ที่ศูนย์ เขาเรียกศูนย์ ปภ. เขตนะครับ เวลามีเหตุการณ์ในเขตใด จังหวัดใดศูนย์ ปภ. เขตนั้นก็จะช่วยกัน แต่ถ้าเป็นภัยขนาดใหญ่ เช่นทางภาคใต้ เราก็จะใช้ ปภ. เขตของภาคใต้รวมลงไปจัดไปแก้ไขปัญหานะครับ นั่นคือแนวทาง เพราะฉะนั้นคำตอบเรื่องนี้ก็คือว่าจัดซื้อตามความจำเป็นที่จะต้องซื้อ จะต้องไม่มากเกินไป เพราะว่าเรายังมีอีกหลายอันที่ไม่มี ผมขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ถ้ำหลวง ท่านนึกว่าเราต้องมี พอหรือ เราไม่มีเครื่องมือสูบอากาศเข้าไปถ้าเกิดจะต้องอัดอากาศเข้าไปในถ้ำ เราก็ยังไม่มี ยังมีเครื่องมืออีกหลายแบบที่เรายังไม่มี อุปกรณ์ที่จะดับเพลิงในอาคารสูงจังหวัดใกล้เคียง ก็ต้องพึ่งพากรุงเทพมหานคร เป็นต้น สรุปว่าจัดตามความจำเป็นแล้วเอาไปพูล (Pool) ไว้ ตามศูนย์ ปภ. เขต แล้วใช้บูรณาการแต่ละกลุ่มจังหวัด หรือหลาย ๆ กลุ่มจังหวัดไปช่วยกัน อันนี้คงจะตอบได้ผมคิดว่าน่าจะพอเพียง ถามว่างบประมาณมาจากไหน ก็ตั้งงบประมาณ ประจำปี แต่ถ้าท่านถามท่านนายกรัฐมนตรีคือเป็นภาพใหญ่ของประเทศ อันนั้นก็จะไป เปรียบเทียบกับว่าทำไมซื้ออันนี้แล้วไม่เอาไปช่วยอันนั้น ผมว่าหลาย ๆ ท่านคงเข้าใจนะ ประเทศเราคงไม่เอาไปสร้างเขื่อนอย่างเดียว เอาไปซื้อรถดับเพลิงอย่างเดียว หรือเอาไปซื้อ อะไรอย่างเดียว มันก็มีเหตุผลทั้งนั้น บางทีก็จะหนักจะเบาอย่างท่านว่า ท่านให้ข้อคิดมาก็ดี ก็จะได้ไม่ซื้ออันนี้มาก ๆ เอาไปช่วยอันโน้นมาก ๆ ช่วยน้ำมาก ๆ ทุกคนก็เห็นตรงกัน ผมว่าไม่เห็นต้องทะเลาะกันเลย เรียนท่านประธานรัฐสภา ผมอาจจะผิดไปนิดหนึ่ง เอาเป็นว่าเป็นเรื่องดี ๆ ทั้งนั้น ทุกคนก็อยากให้เกิดความโปร่งใส ก็มาช่วยกัน ท่านพูดมา รัฐบาลก็ต้องเอากลับไปดู เอาไปเคร่งครัด เอาไปทำ เหมาะสมหรือไม่จะซื้อ เดี๋ยว งบประมาณประจำปีเข้า ท่านก็ช่วยวิจารณ์ให้ด้วยว่าศูนย์ ปภ. เขตมีพอแล้วนะ รถดับเพลิง อย่าไปซื้ออีก งบประมาณก็ตกไป เดี๋ยวกำลังจะเข้าอยู่เพราะใช้งบประมาณประจำปี

เรื่องสุดท้ายคือเรื่องของการทุจริต ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้เท่าที่ผมฟังดู มีหลักฐานครบเลย ท่านเอามาได้เลย แล้วถ้าผมไม่ทำ ท่านเล่นงานผมได้ ละเว้นอะไรได้หมดเลย เพราะท่านมีหลักฐานหมด ไม่ว่าจะฮั้ว ไม่ว่าจะได้อะไรที่มีทุจริตนี่ท่านทำได้หมด ผมดำเนินการแน่นอน แล้วถ้าผมไม่ทำท่านเล่นงานผมได้ทั้งวินัย อาญา อะไรท่านเอาผม ได้หมด การเมืองท่านทำได้หมด ผมก็เรียนเพื่อให้ท่านสมาชิกได้ทราบหรือว่าทาง พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านจะได้ทราบว่าทุจริตมีไม่ได้ แล้วทุกคนต้องเอาจริงเอาจัง ผมกราบเรียนเท่านั้นครับ