รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

วันมูหะมัดนอร์ มะทา สนับสนุนการอ่านนโยบายของรัฐบาล แต่ถือว่านโยบายนี้ไม่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และยากต่อการเปลี่ยนแปลง เขายังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความไม่มีความรับผิดชอบและไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ เขายังแถลงว่าไม่เชื่อคำพูดของท่านนายกรัฐมนตรีในการยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากท่านเคยปฏิวัติและรัฐประหาร และไม่เคารพต่อรัฐธรรมนูญ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขอขอบคุณท่านประธานครับที่ให้กระผมได้มาอภิปราย ในนโยบายของรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณามาอ่านให้พวกเราทราบเมื่อตอนเช้านี้แล้ว ในเบื้องต้นท่านประธานครับ ผมก็ได้อ่านนโยบายนี้ตามที่สภาให้ผมไป ๒ วัน เช่นเดียวกับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกพวกเราได้อ่าน ผมได้อ่านแล้วท่านประธานครับ ผมเห็นว่า เป็นนโยบายที่ไม่มีอะไรเลยครับ เป็นนโยบายที่พูดกันได้ว่าเป็นนโยบายที่เลื่อนลอย จะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ เป็นนโยบายที่พูดเรื่อยเปื่อยไปครับ แม้แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ซึ่งเป็นคนได้แถลงนโยบายนี้ก็ยังมีความรู้สึกว่าไม่อยากจะอ่าน อ่านข้าม ๆ ไปมา เพราะว่า ไม่จูงใจให้อ่าน เพราะรู้ว่าที่เขียนไปนี้ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ จะบรรลุวัตถุประสงค์ตรงไหน ก็ยังไม่รู้เลย เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะเรียนต่อท่านประธานและพวกเราว่านโยบายนี้ ไม่สามารถที่จะวัดในเชิงปริมาณและคุณภาพ ยากในการจะติดตามผลทั้งผู้ปฏิบัติ และคนที่จะตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชน

ในประการที่ ๒ ผมก็เห็นว่านโยบายอันนี้ถึงแม้ว่าจะมีตั้ง ๓๕ หน้า แต่ก็ไม่ได้ เห็นว่าเป็นนโยบายที่มีวิสัยทัศน์ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นนโยบายที่หาวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนไม่ได้ เป็นนโยบายที่ยากของการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนและผู้ประกอบการ นักลงทุนที่จะเชื่อมั่น แล้วมาลงทุน เพราะไม่มีวิชั่น (Vision) ที่ชัดเจนว่าจะทำเมื่อไร จะเริ่มอย่างไร และจะวัดได้ อย่างไร

ในประการที่ ๓ อันนี้สำคัญมาก เป็นนโยบายที่เขียนไว้ คนเขียนนี้เก่งครับ ท่านนายกรัฐมนตรีควรจะให้รางวัลเขาได้ เป็นนโยบายที่เขียนหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ นโยบายของรัฐบาลไม่ใช่มาประกวดเรียงความ นโยบายของรัฐบาลซึ่งมีความรับผิดชอบ ต่อประชาชนนั้นไม่ควรจะเป็นการที่ว่าเลี่ยง คือทำก็ได้ พูดไว้ลอย ๆ แล้วเวลาทักท้วงก็บอกว่า ไม่ได้บอกไว้ว่าจะทำเมื่อไร จะทำอย่างไร เป็นนโยบายที่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ ผมคิดว่า รัฐบาลที่จะมาแก้ปัญหาของประชาชนนั้นต้องมีความรับผิดชอบสูง กฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็กำหนดไว้ ประมวลจริยธรรมก็พูดไว้ชัดเจนว่าต้องมีความเป็นผู้นำ รับผิดชอบสูง ท่านครับ ท่านไม่ได้บอกว่านโยบายทั้ง ๑๒ ด้านที่เป็นหลักอันนั้นไม่ว่า ท่านจะทำเมื่อไร แต่ที่บอกว่า นโยบายเร่งด่วน ๑๒ ข้อ ท่านไม่บอกว่าเร่งด่วนจะทำเมื่อไร คำว่า เร่งด่วน พี่น้องประชาชน ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นภายใน ๑ ปี ๖ เดือน หรือไม่เกิน ๒ ปี แต่ถ้านโยบายหลักนั้น กรอบนโยบายรัฐบาลของท่านเต็มที่ก็ ๔ ปี ท่านก็ต้องทำในกรอบ นโยบายหลักนี้ผมดูแล้ว ๔ ปีก็ยังยากที่จะจบ นโยบายเร่งด่วนจริง ๆ ของท่าน ท่านไม่ได้บอกหรือครับว่าด่วนจะจบ เมื่อไร เพราะฉะนั้นเป็นนโยบายที่มองแล้วสิ้นหวังสำหรับคนยากคนจน สำหรับ พี่น้องประชาชนทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะอภิปรายในบางประเด็น ในบางข้อเพื่อแตะ ให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะทำได้จริงและทำได้สำเร็จ ผมขอยกตัวอย่าง ถึงแม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่ข้ามไปในหน้านี้ ในหน้า ๒ ท่านได้บอกว่าเพื่อให้บรรลุ ตามวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์แห่งชาติ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ในช่วง ๔ ปีของรัฐบาลจะยึดหลักการ ๔ ประการ

ผมอยากจะให้มาดู ๑ ใน ๔ ในข้อ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะยึดมั่น ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านประธานครับ คำว่า ยึดมั่น ต้องเป็นคนที่มีความศรัทธา ถ้าท่านประธานเขียนไว้ให้ พวกผมฟัง ผมก็จะเชื่อ เพราะว่าท่านไม่เคยปฏิวัติ ไม่เคยทำรัฐประหาร แต่คนที่เคยทำปฏิวัติ ซ้ำซาก อย่างน้อยก็ ๒ ครั้ง แล้วจะบอกว่ายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไรครับ คนที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยนั้นต้องเคารพต่อรัฐสภา ต่อพี่น้องประชาชน และต้อง ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งจะเป็นผู้นำรัฐบาลและ แถลงนโยบายนี้ ท่านเขียนได้อย่างไรว่า ท่านยึดมั่น ชัดเจนนะครับ ยึดมั่นในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยว่า เขียนได้ เขียนดี และต้องเขียน แต่สิ่งที่ผมว่าผมไม่เชื่อมั่นในตัว ผู้ปฏิบัติ เพราะท่านทำปฏิวัติรัฐประหารประชาธิปไตยอย่างไร และท่านฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งความจริงข้อกฎหมายฉีกรัฐธรรมนูญมันก็ผิดอย่างแรงอยู่แล้ว มันก็กบฏอยู่แล้ว ผมไม่น่า เชื่อว่าข้อความอันนี้เกิดจากคนที่เคยปฏิวัติ แล้วมาพูดกับพวกเราว่าจะยึดมั่นในระบอบ ประชาธิปไตย ถ้าท่านเขียนแปลงคำพูดเป็นอย่างอื่นที่เราได้ยินมาว่า ท่านจะยึดมั่นในระบบ เผด็จการประชาธิปไตยอย่างนี้พอไปได้ ซึ่งผมก็ไม่รู้อะไรคืออะไร เผด็จการประชาธิปไตย แต่ถ้าบอกว่ายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยากที่ผมจะเชื่อและจะทำได้สำเร็จ ท่านได้ สถาปนาตัวเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล