สมพงษ์ ตั้งข้อสังเกตความชอบธรรมรัฐบาลชุดใหม่-คุณสมบัติรัฐมนตรี

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แสดงความกังวลต่อความไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลชุดใหม่ที่ยังคงใช้บุคลากรและแนวทางเดิม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐธรรมนูญและกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจส่งผลเสียต่ออนาคตของประเทศ โดยเฉพาะในประเด็นคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงการแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดที่ขัดกับหลักการปฏิรูปการเมืองและจริยธรรมการบริหารราชการแผ่นดิน

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถือว่า เป็นวันโอกาสที่มีนิมิตหมายที่ดี ที่พี่น้องประชาชนของเราจะได้มีส่วนร่วมในการเข้าสู่ อำนาจอธิปไตยที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรอันนี้ ได้ร่วมในการพิจารณานโยบายที่ ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งประกาศไปเมื่อสักครู่ อันนี้มันคงจะต้องส่งผลให้กับพี่น้องประชาชน ของเรามีสภาพที่มีชีวิตอย่างดียิ่งในโอกาสต่อไป และจะเห็นได้ว่าและผมเชื่อว่าการอภิปราย ในวันนี้คงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ท่านประธานครับ ภายใต้โลกาภิวัตน์ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ท้าทายในสงครามการค้า รับมือการท้าทายการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ ต่อปัญหาภัยแล้ง ต่อปัญหาสังคม ปัญหาที่ถดถอยในอุปสรรคการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน และที่สำคัญคือ ปัญหาการท่องเที่ยว ท่านประธานคงทราบว่าปัญหาการท่องเที่ยวนั้นลดลงไปถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ปัญหารัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง รวมทั้ง สภาพของรัฐบาลด้วยความเคารพว่ามีเสียงปริ่มน้ำ อันนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้อง เร่งเตรียมมาตรการต่าง ๆ รับมือความท้าทาย ดังนั้นผมเรียนด้วยความเคารพว่า ผมไม่มีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถนำนโยบายที่เสนอในวันนี้ไปแก้ไขปฏิบัติต่าง ๆ ให้กับประเทศได้ กระผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่าวิเคราะห์ในเรื่องสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลที่แล้ว หลายส่วนที่เกิดขึ้น ส่วนสำคัญที่สุดก็คือ ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ส่วนต่อมาก็คือด้านรัฐมนตรีต่าง ๆ และที่สำคัญนั้นก็คือ รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อันนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าแกนนำสำคัญ ๆ ของรัฐบาลชุดนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อพี่น้องประชาชน และต่อสื่อมวลชน ต่อสาธารณชนอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามในความเห็นของกระผมจากการที่ได้ติดตามการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ที่ผ่านมา ไม่กี่วันมานี้ จากผู้คนที่ในสื่อมวลชน ผู้คนในบ้านเมืองได้มีการพูดจากันต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะ ในประเทศไทยเท่านั้นยังต่างประเทศอีกด้วย กระผมค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าประชาชน ทั้งคนไทยและคนต่างชาตินั้นไม่ได้ให้ความเชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้เลยแม้แต่น้อย กระผมต้องเรียนว่าความไม่เชื่อมั่นภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้กับหัวหน้า ทีมเศรษฐกิจคนเดิม หน้าเดิม ๆ จะสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับประเทศ การที่ รัฐบาลชุดใหม่ยืนยันจะใช้บุคลากรคนเดียว การใช้มาตรการเดิม ๆ นี้ที่ล้มเหลวมาแล้ว ใน ๕ ปีที่ผ่านมา มีแต่จะนำประเทศไปสู่หายนะ มืดมน และเป็นอันตรายที่สุด ต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยและประเทศไทย ท่านประธานครับ สิ่งนี้ละครับที่ได้กล่าวมา แต่เบื้องต้น ผมออกจะมีความเป็นห่วงประเทศชาติและอนาคตของลูกหลานของเรา หากนโยบายที่รัฐสภากำลังพิจารณาอยู่นี้จะถูกนำไปดำเนินการโดยกลุ่มบุคคล ซึ่งขาดความชอบธรรมและขาดคุณสมบัติในการบริหารประเทศ คงจะต้องนำ ๒ เรื่องนี้มา กราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบ ถ้าพูดถึงความชอบธรรม ผมจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับ ความชอบธรรมเรื่องรัฐธรรมนูญมาเป็นอันดับแรก ท่านประธานคงทราบว่ารัฐธรรมนูญนี้ ได้ผ่านการทำประชามติมา แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีอย่างทั่วไปในประเทศว่าเป็นประชามติ แบบมัดมือชก ท่านคงจะทราบว่ามีการออกกฎหมายห้ามไม่ให้รณรงค์เรื่องการทำประชามติ เอาผิดผู้แสดงความเห็นต่าง ความเห็นตรงกันข้ามกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดมา อันนี้ก็เลย ต้องปล่อยให้รัฐบาลและคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้กระทำไปข้างเดียว อย่างจะเห็นว่ามีการตั้งครู ก ครู ข และครู ค เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด และซ้ำร้ายซ้ำที่สุดก็คือว่า มีการพ่วงการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาจำนวน ๒๕๐ ท่าน สามารถเข้ามาร่วมโหวต การเป็นนายกรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีได้ นอกจากนั้นยังมีการคิดสูตรคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ที่สามารถก่อให้เกิดการพลิกขั้วของการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา ผมคงไม่ต้อง กล่าวลึกหรอกว่าทำกันอย่างไร ทั้งหมดจึงเป็นข้อสรุปว่ารัฐบาลของท่านเป็นรัฐบาลที่สืบทอด อำนาจ เราจึงได้นายกรัฐมนตรีคนเดิม ๆ นี่ละครับ คนเดิม กระทรวงสำคัญเดิม ๆ นะครับ ซึ่งอยากจะกราบเรียนต่อไปอีกนิดว่า ถ้าหากมีการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือต่อ ๆ ไปที่ยังไม่มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงจะพบกับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหน้าเดิม ๆ อีกเช่นกัน เรียนด้วยความเคารพว่าการตั้งรัฐบาลในลักษณะที่ผม ได้กราบเรียนมานี้ขาดความสง่า อาจจะกราบเรียนด้วยความเคารพว่ามีการใช้เล่ห์เหลี่ยม ในการทางกฎหมาย ใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม รัฐมนตรีแต่ละท่าน ที่ท่านเห็นอยู่นี้ก็มาจาก ท่านนายกรัฐมนตรีละครับ คือแต่งตั้ง ท่านให้แต่งตั้งให้รัฐมนตรีของท่านตั้งพรรคการเมือง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ชื่อตามนโยบายของรัฐบาลเสียอีก ต่อมาวันดีคืนดีตัวท่านรัฐมนตรี ก็กลับมาเป็นแคนดิเดต (Candidate) นายกรัฐมนตรีครั้งที่ ๒ อีกที ก็อยู่ในพรรคการเมือง นั้นละครับ ก่อนเลือกตั้งไม่นานท่านก็ดำเนินการ ผมอยากจะเรียนว่าเป็นการซื้อเสียง ด้วยซ้ำไป โดยท่านอนุมัติงบประมาณ งบกลางใส่ในบัตรคนจนครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นการเพิ่มเติมค่าตอบแทนให้บุคคลเหล่านั้น แต่ที่ร้ายที่สุดก็คือท่านโอนงบประมาณ จำนวนหนึ่งให้กับ อสม. เพียงแค่ ๒ วันก่อนจะมีการเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ท่านเป็นรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรมและไม่สง่างามเลย

อีกประการหนึ่งที่จะกราบเรียนเรื่องเกี่ยวกับความชอบธรรมของรัฐมนตรีนั้น ก็คือว่าท่านก็คงต้องทราบว่านโยบายต่าง ๆ ที่จะปฏิบัตินั้น ผู้ที่ปฏิบัติก็คือรัฐมนตรีทั้งหลาย คุณสมบัติและความรู้ความสามารถของรัฐมนตรีจึงเป็นเรื่องสำคัญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพิ่มคุณสมบัติของรัฐมนตรีไว้อย่างเข้มข้นอย่างที่ผมอยากจะอ่านให้ท่านฟังว่า ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ต้องไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม อย่างร้ายแรง ๒ ประโยคนี้ ท่านประธานครับ ในคณะรัฐมนตรีนี้มีรัฐมนตรีหลายท่าน ที่มีคดีความผิดติดตัวอยู่ ทั้งคดีต่าง ๆ ที่มีข้อหาร้ายแรง มีโทษถึงประหารชีวิต บางท่านเคยมี คดียาเสพติด แต่อย่างไรก็ตามท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายของท่านวันนี้ ผมยังไม่เห็นท่าน ท่านออกมาแก้ต่างบอกว่าความผิดที่เกิดนั้นมันเกิดขึ้นในต่างประเทศ ไม่ได้เกิดในประเทศไทย ท่านไม่ได้คิดเลยหรือท่านลืมไปว่าความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญฉบับนี้พูดไว้ชัดเจนว่า ห้ามไม่ให้คนที่มีคดียาเสพติดมาเล่นการเมืองตลอดชีวิต อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผม อยากกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบทั้งหมดในเรื่องนี้ ในยุคที่ผ่านมาต่าง ๆ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง แต่เรียนด้วยความเคารพว่าการตั้งคณะรัฐมนตรี ที่ท่านทำอยู่นี้มันเป็นเรื่องที่แปลก ๆ เหลือเกิน มันเหมือนกับว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการปฏิรูปเลย เป็นต้นว่า พี่เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ เอาน้องมา ภรรยาเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ เอาสามีมา พ่อเป็นไม่ได้ เอาลูกมา อย่างนี้เป็นต้น สิ่งที่ทำอย่างนี้อยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานว่ามันไม่สวยงาม มันพิลึกกึกกือยิ่งกว่าการเป็นการนอมินี (Nominee) ด้วยซ้ำไป ด้วยความเคารพอย่างนี้หรือครับ ท่านประธานที่เคารพ เป็นการปฏิรูปการเมือง ผมอยากจะเรียนถาม ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน คราวนี้ผมกลับมาถึงปัญหาคุณสมบัติ ของนายกรัฐมนตรีบ้าง ท่านนายกรัฐมนตรียอมเข้ามาเป็นแคนดิเดต (Candidate) นายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐธรรมนูญมิให้เสนอผู้ไม่มีคุณสมบัติที่มีลักษณะต้องห้าม ท่านประธานครับ ท่านเป็นหัวหน้า คสช. แม้ในขณะที่โปรดเกล้าฯ ให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านยังเป็น หัวหน้า คสช. อยู่ กระผมไม่เห็นว่าท่านจะใช้ประโยชน์อะไรที่จะบอกว่าท่านมิได้เป็น เจ้าหน้าที่รัฐ เพราะมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ท่านเป็นหัวหน้า คสช. มีอำนาจหน้าที่ ดูแลบริหารราชการแผ่นดิน ท่านมีเงินเดือน มีประโยชน์ตอบแทน มีคำสั่งต่าง ๆ ออกมามาก ให้คนปฏิบัติ ใครไม่ทำก็อาจจะถูกดำเนินคดี ได้รับโทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน หากท่าน เป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ผมก็ไม่ทราบว่าท่านเป็นอะไร แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ผมจะไม่พูดต่อไป เพราะว่าเรื่องดังกล่าวนี้