อำพล จินดาวัฒนะ หารือถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนฐานรากเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินนโยบายอย่างเป็นธรรม ลดอุปสรรคจากกฎหมายและระบบราชการที่รวมศูนย์ ซึ่งขัดขวางการพัฒนาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบางอย่างจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งด้านการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่อุทยานและป่าสงวน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องบริบทท้องถิ่น ส่งผลให้โครงการต่าง ๆ ล้มเหลวและไม่เกิดประโยชน์แก่ชุมชน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กราบขอบพระคุณครับ แล้วก็ดีใจที่ไม่ได้เป็นคนต้น ๆ แต่ก็ได้เป็นคนสุดท้าย แล้วก็ดีใจอย่างยิ่งที่ท่านประธานได้กรุณาให้คิว และท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ยังอยู่ เป็นสปิริต (Spirit) ที่สูงยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ทุกท่านจะทราบดีว่าเจดีย์ต้องสร้างจากฐาน ไม่มีเจดีย์ที่ไหนในโลกนี้ที่สร้างจากยอดได้ เจดีย์จะสวยงาม มั่นคงฐานเจดีย์ต้องแข็งแรง เข้มแข็ง ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น ประเทศจะมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ฐานของประเทศคือชุมชน ต้องเข้มแข็ง วันนี้เราได้ฟังแถลงนโยบายของรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีการอภิปรายมาทั้งวัน ส่วนใหญ่เราจะพูดกันที่ยอดเจดีย์ แล้วก็มีเรื่องที่จะต้องไป ไกลถึงระดับโลก แต่ในระดับฐานมีการแตะอยู่บ้างบางส่วน เป็นที่น่าชื่นชมยินดีครับ ท่านประธานว่า เรื่องชุมชนท้องถิ่นนั้นปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ และที่สำคัญ ถัดมาก็คือปรากฏอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสร้างโอกาส และความเสมอภาคสังคม ในแผนและขั้นตอนปฏิรูปด้านสังคมก็มีว่าด้วยการปฏิรูประบบ สร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นความงดงาม เมื่อตอนหัวค่ำได้ฟังท่าน รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงว่า ๕ ปีที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤติต่าง ๆ ไป ร ๓/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ลลิตา ๑๙๐/๒ ท่านบอกว่าเป็นเรื่องเฉพาะหน้า แต่เรื่องที่จะต้องสร้างความเข้มแข็งระยะยาวนั้น คือการปฏิรูป ซึ่งรัฐบาลนี้ก็ได้วางเรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์ไว้ในแผน ในนโยบายที่ได้ แถลงนะครับ เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่รัฐบาลได้บรรจุเรื่องการพัฒนาสร้างความเข้มแข็ง จากฐานรากในข้อ ๗ ใน ๑๒ นโยบายหลัก ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นจุดเด่น เป็นจุดเด่นอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันอาจจะมีจุดบางจุดที่ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตฝากไปถึง รัฐบาลเพื่ออาจจะได้เติมเต็มในส่วนเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายในช่วง ๔ ปีจากนี้ครับ ผมจะกราบเรียนว่า ในส่วนนโยบายข้อ ๗ ซึ่งที่ผมกราบเรียนแล้วว่า เป็นการให้ความสำคัญ กับฐานราก ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องยั่งยืนและเป็นเรื่องที่ต้องทำไปอีกนาน ส่วนใหญ่ที่เขียนไว้นั้น เป็นเรื่องการส่งเสริมและไปในเรื่องทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับเรื่องชีวิตและสังคม กระผมคิดว่าสิ่งที่บรรจุอยู่ในแผนและขั้นตอนปฏิรูปประเทศนั้นได้ย้ำอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ก็คือการขจัดปัญหาอุปสรรค ปกป้องคุ้มครองชุมชนท้องถิ่นจากปัจจัยที่กระทบจากภายนอก เนื่องจากเวลาหมุนเร็วมาก ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ามีอยู่ ๔ ประเด็นที่คิดว่าจำเป็น และสำคัญมาก การละเลยต่อช่องทางความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมเชิงระบบและโครงสร้าง ที่กดทับชุมชนไทยอยู่ในปัจจุบัน ผมกราบเรียนว่าท่านทั้งหลายจะทราบดีท่านประธานครับ จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งยากจนที่สุด ใช้น้ำมันแพงที่สุด อัตราน้ำมันเมื่อวันที่ ๒๔ แก๊สโซฮอล์ กทม. ใช้ลิตรละ ๓๕.๗๖ บาท จังหวัดแม่ฮ่องสอนใช้ ๓๗.๑๑ บาท ทุกเรื่องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นจังหวัดยากจน แพงทุกเรื่องเลย จังหวัดเหล่านั้นฐานเหล่านั้นเปราะบางมากครับ ถ้าเราจะพัฒนาให้ชุมชน ท้องถิ่นมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นโยบายการพัฒนาประเทศจะต้องให้แต้มต่อ กับพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งนั่นคือปัญหาเรื่องโครงสร้างที่กดทับอยู่ครับ ผมขออนุญาตพูด อย่างสั้นอย่างนั้น
อันที่ ๒ เรื่องกฎหมาย ที่เป็นตัวอุปสรรคใหญ่ในเรื่องทำให้ชุมชนอ่อนแอ เรามีกฎหมายหลายร้อยฉบับ ส่วนใหญ่เรารวมศูนย์อำนาจไว้ที่อำนาจข้างบนครับ ผมยกตัวอย่างนิดเดียว มีชุมชนเล่าให้ฟังในการทำงานร่วมกันว่า เขาทำท่องเที่ยวชุมชน ที่หมู่บ้านคีรีวงกต อำเภอนายูง ที่อีสาน เขาเน้นเรื่องการท่องเที่ยววิถีชุมชนธรรมชาติ น้ำตก สิ่งแวดล้อม แม้แต่เขาจะสร้างส้วมให้นักท่องเที่ยว ทำไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่อุทยาน และเป็นพื้นที่เขตป่าสงวน เพราะอำนาจอยู่ข้างบนครับ อันนั้นเป็นประเด็นเรื่องกฎหมาย ผมยกตัวอย่างเพียงแค่ประเด็นเดียว
ประเด็นที่ ๓ คือการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเมื่อท่านแถลงนโยบายแล้ว เรื่องการบริหารจะไปอยู่ที่ระบบราชการ ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ พอไปอยู่ ที่ระบบราชการ ตัวการปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้นรวมศูนย์แยกส่วนคิดทำเองโดยไม่สอดคล้อง กับความจริง ในชุมชนเดียวกันนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเกิดขึ้นจำนวนไม่น้อยในประเทศไทย ปรากฏว่ามีงบประมาณเรื่องการส่งเสริม การท่องเที่ยวชุมชนลงไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ปรากฏว่าชาวบ้านเขาไม่ได้คิดเอง ไม่ได้ทำเอง เขาทำท่องเที่ยววิถีชุมชนธรรมชาติ แต่งบประมาณลงไปให้เขาหากลุ่มสตรี ที่เป็นนางรำ แล้วมารำเพื่อจะทำท่องเที่ยวประเภทวัฒนธรรม เขาเล่าให้ผมฟังเมื่อสักครู่นี้ ตอนเย็นผมก็เช็ก (Check) ข้อมูลอีกทีหนึ่ง ปรากฏว่ามีการจัดการโดยทางภาครัฐให้เอาเงิน ลงไปจ้าง แล้วก็ดำเนินการ แล้วเมื่ออบรมสอนนางรำตัดชุดเรียบร้อยแล้ว ไม่เคยมีการรับ นักท่องเที่ยวเลย เพราะไม่ใช่เป็นที่ท่องเที่ยวแบบนั้น เพราะฉะนั้นอันนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าท่านคณะรัฐมนตรีและทุกท่านทราบดีว่า อันนี้คือปัญหาอุปสรรคเมื่อลงไปในระดับ ปฏิบัติครับ แล้วข้อสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนคือ เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้