พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ชี้แจงถึงความจำเป็นในการจัดตั้งศูนย์ป้องกันข่าวปลอมเพื่อคัดกรองข้อมูลเท็จบนสื่อดิจิทัล โดยย้ำว่าเป็นการปกป้องประชาชน ไม่ใช่การควบคุมสื่อเพื่อผลประโยชน์ของรัฐ พร้อมเสนอให้สื่อและสำนักข่าวร่วมตรวจสอบความถูกต้องของข่าว และชี้แจงกรณีการปิดเว็บไซต์โดยแพลตฟอร์มเอกชนว่าอยู่ภายใต้กระบวนการศาล ไม่ใช่การลิดรอนสิทธิ พร้อมเตือนผู้เผยแพร่ข่าวปลอมให้ระมัดระวังการถูกติดตามตัวตามกฎหมาย
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในรัฐสภานะครับ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขออนุญาตใช้เวลาของ รัฐสภาแห่งนี้สั้น ๆ เพื่อชี้แจงเรื่องสำคัญแล้วก็เรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คุณพรรณิการ์ วานิช กรุณาได้อภิปรายเมื่อสักครู่นะครับ ในเรื่องที่สำคัญก็คือว่าต้องขอบคุณที่ท่านสมาชิก ได้กรุณาพูดถึงในเรื่องของโซเชียล มีเดีย (Social media) หรือการใช้สื่อทางดิจิทัลนะครับ รวมไปถึงในเรื่องของศูนย์ป้องกันข่าวปลอม เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากแล้วก็เป็นสิ่งที่รัฐบาล โดยการนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ อย่างมาก เหตุผลก็เนื่องมาจากว่าปัจจุบันมีการติดตามข่าวสารทางโซเชียล มีเดีย (Social media) ตามที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้กรุณานำเรียนไปแล้วเป็นจำนวนมาก แล้วก็คงจะทราบดีว่าในอดีตการส่งข่าวสารต่าง ๆ มักจะมาจากสำนักข่าวต่าง ๆ ซึ่งผมเรียนครับว่าสมัยก่อนสำนักข่าวต่าง ๆ ก็จะมีความรับผิดชอบ แล้วก็มีจรรยาบรรณ ในการเสนอข่าวต่าง ๆ เพราะก็เป็นอาชีพของเขา แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป พี่น้องประชาชนทุกคนสามารถเป็นผู้สื่อข่าวได้ครับ สามารถอยากจะเขียนอะไร บรรยายอะไร ตัดต่ออะไรก็ทำได้ตลอดเวลา แต่ปัญหาที่ผ่านมาก็คือว่าเมื่อทำแล้ว การส่งต่อ การเสพสื่อ ต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนคนไทยก็มีทั้งข่าวจริงแล้วก็ข่าวปลอม แล้วก็ต้องยอมรับว่า ข่าวปลอมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยวันนี้เป็นข่าวปลอมที่มีมากกว่าข่าวจริง ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของข่าวทุกวันที่เราได้เห็น เพราะมาเนื่องมาจากเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เรา สามารถทำได้ง่าย แล้วก็สามารถที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แล้วก็แต่งเติม แล้วก็ใส่ ความคิดเห็นของตัวเองลงไป แล้วก็มีการแชร์ (Share) ต่อ ๆ ไป ซึ่งไม่มีใครบอกได้เลยว่า ข่าวเหล่านั้นเป็นข่าวที่จริงหรือไม่จริง แต่รัฐบาลชุดนี้ต้องยอมรับว่าเรารู้ว่านี่คือปัญหา ที่มันจะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วก็หมักหมม แล้วมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ถ้าเทคโนโลยีนี้มีต่อไป ในอนาคตมากกว่านี้ แล้วที่สำคัญที่สุดจะกระทบกับลูกหลานของเรา เยาวชนก็จะกระทบ กับสิ่งที่ต้องเสพสื่อปลอมอยู่ตลอดเวลา แล้วไม่มีการคัดสรร คัดแยกกัน สิ่งไหนคือสิ่งที่จริง และสิ่งที่ปลอม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้บอกว่าผมในฐานะที่มารับหน้าที่ ตรงนี้ แล้วก็แสดงให้เห็นถึงความที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ผมเรียนครับ ผมเสียใจนะครับ ต้องเรียนตรงนี้ว่า ผมเคารพแล้วก็ชื่นชมในความเป็นคนรุ่นใหม่ แล้วท่านมีความรู้ ความสามารถในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ผมคิดว่าอันดับต้น ๆ ของประเทศครับ แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าศูนย์เฟก นิวส์ (Fake news) ที่จะเกิดขึ้นเราไม่ได้มีแนวคิดเลยครับ หรือศูนย์ป้องกันข่าวปลอม ไม่ได้มีแนวคิดที่จะทำเพื่อปกป้องรัฐบาล หรือเป็นการตอบโต้ข่าว ทางด้านการเมืองเลยครับ เราต้องการเริ่มจากข่าวที่ทำให้พี่น้องตื่นตระหนก อย่างเช่น ขออนุญาตยกตัวอย่าง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ก็มีการทำข่าวปลอมบอกว่า เขื่อนจะแตก ก็มีการแชร์ (Share) ส่งต่อ ๆ กันไปทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ครับ กว่าจะมีโอกาสให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบได้ยืนยันว่า ไม่จริง ความตื่นตระหนกและปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน มีแล้วครับ วันก่อนมีข่าวว่าจะมีสึนามิเข้า จะมีพายุใหญ่เข้า ก็เป็นความสนุกสนาน ก็ไม่ทราบ ว่าเกิดด้วยเพราะเหตุใดครับ แล้วเมื่อสักครู่นี้ที่บอกว่าการจะตั้งศูนย์นี้เพื่อเป็นการทำร้าย หรือรัฐบาลต้องการจะปกป้องตัวเอง แล้วก็บอกว่ารัฐบาลโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีส่วนได้ส่วนเสีย กับการปล่อยข่าวเท่านั้น ไม่จริงครับ นี่คือการปกป้องพี่น้องประชาชนที่จะให้มีที่พักพิง ที่ยึดเหนี่ยวได้ว่าอะไรคือข่าวจริง อะไรคือข่าวปลอม แล้วต้องขอบพระคุณมากที่บอกว่า รัฐบาลจะสามารถการันตี (Guarantee) ตัวเองได้อย่างไร ถ้าจะปกป้องข่าวของตัวเอง ผมเรียนครับ ท่านยังไม่ได้เคยฟังผมเลยว่าศูนย์นี้จะมีกระบวนการจัดตั้งแบบไหน การเข้า ของข่าวสารเดี๋ยวนี้มีระบบ เอไอ (AI) ระบบที่ทันสมัยสามารถคัดกรองได้ว่าแต่ละวินาที มีข่าวอะไรบ้างที่มีคนแชร์ (Share) กันแล้วติดตาม ๑ ใน ๕ ๑ ใน ๑๐ เราก็เลือกดูครับ เอาข่าวที่พี่น้องประชาชนมีการส่งต่อกันมากที่สุดและเป็นข่าวปลอม เราก็ต้องหาที่ในการ ตรวจสอบวิเคราะห์ว่าข่าวนั้นเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม ขั้นตอนของการประกอบวิธีการ วิเคราะห์ว่าข่าวไหนจริงหรือปลอม ก็ไม่ใช่เราทำเอง เราเป็นแค่ผู้คัดสรร เราสามารถจะขอ ตัวแทนจากสำนักข่าวทุกข่าว รวมทั้งสื่อของท่านก็ดี สื่อต่าง ๆ ก็ดี สื่อโทรทัศน์ วิทยุ และข่าวสารในหนังสือพิมพ์ สามารถส่งให้ท่านช่วยเป็นผู้ที่วิเคราะห์ว่าข่าวนี้ในความคิด ของท่านจริงหรือไม่จริง เพราะเราเชื่อครับว่าสำนักข่าวทุกสำนักข่าวมีจรรยาบรรณ ในการที่จะวิเคราะห์ข่าว รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเมื่อสักครู่ที่ผมยกตัวอย่างว่า เรื่องเขื่อนแตก เราก็สามารถจะบอกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ครับว่าเขายืนยันจาก การไฟฟ้าก็ดี จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าข่าวนั้นเป็นข่าวปลอมหรือไม่ แล้วถามว่า แล้วจะส่งต่อกลับไปให้พี่น้องประชาชนอย่างไร ก็พี่น้องประชาชนอย่างไรครับ เข้ามาดู แล้วเห็นว่านี่ได้มีการตรวจสอบแล้วเป็นข่าวปลอม ก็จะช่วยกันแชร์ (Share) ต่อ ๆ ไปว่า ข่าวนี้เป็นข่าวปลอม นี่คือวิธีคิดและความตั้งใจของรัฐบาลที่จะทำศูนย์นี้ครับ แล้วในหลาย ๆ ประเทศเขาทำแล้วครับ เขาได้มีการดำเนินการทำแบบเรียบร้อย แล้วก็เป็นประโยชน์มาก แล้วท่านเองไม่ใช่หรือครับที่เป็นคนบอกว่าให้ช่วยกันเคร่งครัดในเรื่องของ พ.ร.บ. ที่มาคุ้มครองเรื่องการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ นี่ก็อยู่ในกระบวนการในสิ่งที่เราจะต้องดำเนินการครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากเรียนว่า ในรายละเอียดทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราตั้งใจแล้วก็อยากทำเพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ของประชาชน
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า เมื่อไม่กี่วันนี้มีหน่วยงานที่ทำ แพลตฟอร์ม (Platform) ทางด้าน โซเชียล มีเดีย (Social media) ได้ประกาศปิด เว็บไซต์ (Website) ของใครก็ไม่ทราบ ๑๐ ท่าน ไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาลเลยครับ ต้องขอโทษด้วย ขออนุญาตนะครับ เป็นระบบของโซเชียล มีเดีย แพลตฟอร์ม (Social media platform) ของเอกชนที่เขามีความตั้งใจที่จะคัดกรองใครก็ตามที่เขารู้สึกว่าเป็นศูนย์ข่าวหรือเป็น เว็บไซต์ (Website) ที่ปลอม แล้วไม่มีตัวตน เป็นความตั้งใจของเอกชนเขา เขาก็ทำเองครับ ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐที่ท่านบอกว่า เราใช้อำนาจไปปิด เราต้องไปขออำนาจศาลครับ เมื่อเราตรวจสอบแล้ว ศาลออกคำสั่งให้เราปิดได้ เราถึงต้องใช้อำนาจปิดโดยผ่านศาล เราไม่เคยไปลิดรอนสิทธิของใครครับ ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด ฉะนั้นผมเรียนว่าแนวทางนี้ คือแนวทางที่เราตั้งใจที่จะช่วยเหลือ แล้วก็ดูแลพี่น้องประชาชนด้วยความตั้งใจจริง แล้วก็จริงใจครับ แล้วผมเรียนเลยสุดท้ายว่าท่านไม่ต้องกังวลครับ พี่น้องประชาชน ไม่ต้องกังวล ถ้าท่านไม่เคยคิดที่จะออกข่าวปลอม ไม่เคยคิดที่จะถนัดในเรื่องของการทำ ข่าวปลอม ท่านไม่ต้องกังวลครับ ท่านปลอดภัยครับ แต่ถ้าใครก็ตามที่คิดทำข่าวปลอม แล้วสร้างความเสียหายให้พี่น้องประชาชน นั่นละครับต้องระวัง เพราะเรารู้ทันท่าน แล้วเราจะติดตาม แล้วเราจะตรวจสอบว่าเขาคือใครที่ทำให้กระบวนการสร้างข่าวปลอม มันเกิดขึ้นในประเทศไทย ขอขอบคุณท่านประธานครับ