เสรีพิศุทธ์ ชี้ปมแหวนนาฬิกา ตั้งคำถามคุณสมบัติผู้นำ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒

เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของพลเอก ประยุทธ์ ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยอ้างถึงเหตุการณ์การยึดอำนาจ การบริหารราชการ และการปฏิบัติต่อฝ่ายค้าน พร้อมตั้งคำถามกรณีการครอบครองทรัพย์สินมูลค่าสูงที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต และเรียกร้องให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของผู้นำรัฐบาลและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับทหารและธุรกิจในพื้นที่รัฐ

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทยครับ จะขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะคุณประยุทธ์เพียงคนเดียวนะครับ ก่อนอื่น ก็จะต้องขอกราบเรียนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสียก่อน แล้วค่อยเรียนข้อเท็จจริงในภายหลัง สำหรับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ กำหนดว่า นายกรัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติ ๘ ประการด้วยกัน ผมก็ยกประเด็นที่เกี่ยวข้องมา (๔) มีความซื่อสัตย์เป็นที่ ประจักษ์ (๕) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม อย่างร้ายแรง ส่วนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ที่กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก วุฒิสภา หรือคณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมและประมวลจริยธรรม ซึ่งมาตรฐานทางจริยธรรม มาตรา ๕ (๑) ก็คือยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ซื่อสัตย์สุจริตมีจิตสำนึกที่ดีและรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ (๓) กระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (๔) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า ประโยชน์ส่วนตัว ข้ามไป (๖) ไม่เลือกปฏิบัติ และ (๗) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษา ภาพลักษณ์ของทางราชการ อันนี้เป็นข้อกฎหมายที่จะกราบเรียน สำหรับข้อเท็จจริงผมขอ กราบเรียนว่าข้อเท็จจริงต่าง ๆ เหล่านี้ผมไม่อาจสนับสนุนคุณประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนต่อไปได้เลยนะครับ เริ่มตั้งแต่ก่อนการยึดอำนาจ ท่านคงพอจะจำได้ เมื่อปี ๒๕๕๐ ผมดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คุณประยุทธ์ก็เป็นแม่ทัพภาคที่ ๑ มีม็อบ (Mob) ที่หน้าบ้าน พลเอก เปรม ทางตำรวจ ก็ส่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปดูแล ส่วนกองทัพภาคที่ ๑ ก็คุณประยุทธ์ไปดูแลเอง จนกระทั่ง ๔ ทุ่ม ไม่มีปัญญาที่จะให้บ้านเมืองสงบได้ ผมต้องไปกับคนขับรถแค่ ๒ คน เท่านั้นเอง ดูสถานการณ์เสร็จผมจัดการเรียบร้อยหมด นี่คือความจริง จะชี้ให้เห็นว่า คุณประยุทธ์นี้ไม่มีความสามารถหรอกครับ ในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นก่อนหน้านั้นผมเคยจับกุมผู้มีอิทธิพลทางภาคตะวันออก ก็คงจะรู้ดีว่าเป็นใคร แต่ปรากฏว่าพอคุณประยุทธ์เป็นหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีกลับปล่อยผู้มีอิทธิพล ให้พักโทษเสีย เขาติดคุกอยู่ให้พักโทษ เพียงเพราะจะเอาลูกเขาเข้ามาอยู่ในคอกเท่านั้นเอง แล้วก็แต่งตั้งลูกเป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นนายกเทศมนตรีเมืองพัทยาตอบแทนกันไป แล้วพอมายึดอำนาจเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ผมถือว่าการกระทำของคุณประยุทธ์ เป็นปรปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตอนที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งเสนอชื่อคุณประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีในส่วนของพรรคนั้น ผมก็เสนอเรื่องไปยังประธาน กกต. เพื่อให้ยุบพรรคดังกล่าว เพราะเป็นการกระทำขัดต่อการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ปรากฏว่าไม่นาน กกต. ก็ส่งเรื่องผมมาว่ายุติ ไม่มีมูล ไม่ได้ดำเนินการอะไรเลยทั้งสิ้น ไม่เคยเรียกผมไปให้การ ไม่เคย เรียกพยานหลักฐาน ผมก็ขอคำวินิจฉัยของ กกต. ขอไป ๒ ครั้งเพื่อจะพิจารณาว่า กกต. นี้ ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับตามกฎหมายหรือไม่ ไม่ส่งให้ผม แต่กลับตอบผมว่าถ้าผมมีอะไร เพิ่มเติมก็ให้แจ้งไป ผมก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ ในเมื่อคุณยุติแล้ว คุณก็ต้องส่งหลักฐานให้ผม เท่านั้นเอง เพื่อผมจะพิจารณาว่าการกระทำของคุณถูกต้อง ชอบด้วยระเบียบกฎหมาย หรือช่วยเหลือพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ช่วยเหลือคุณประยุทธ์หรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ยุติ แล้วหลังจาก ที่มีการยึดอำนาจบ่อย ๆ ท่านสมาชิกทั้งหลายคงจะจำได้ดีว่าถ้าพี่น้องประชาชนคนไหนหืออือ กระทำการที่ไม่ถูกใจก็มักจะเรียกไปเข้าค่ายทหาร เรียกว่าปรับทัศนคติ ท่านคงพอจะจำได้ หรือไม่ก็ส่งทหารไปเยี่ยมบ้านเป็นประจำ ผมก็รุ่นก่อนคุณประยุทธ์ ๔ ปี แล้วผมจะมากลัว อะไร ผมก็ต้องพูดความจริง พูดความจริงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ประชาชนก็ถามผม ว่าท่านเสรีท่านพูดแล้วไม่ถูกเรียกไปปรับทัศนคติบ้างหรือ ผมก็บอกใครมันจะเรียกผม ถ้าเรียกผม ผมจะปรับทัศนคติมันให้ดู แล้วก็ถามว่าแล้วทหารมาเยี่ยมบ้านท่านหรือไม่ ผมบอกมาผมก็ยิงให้ เพราะผมก็มีอาวุธเหมือนกัน ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่มีอะไร แต่พฤติการณ์ขณะที่คุณประยุทธ์เป็นหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีก็มีพฤติการณ์ข่มขู่ พี่น้องประชาชนอย่างที่เห็นนี่แหละครับ เราจะมาเข้ารายละเอียดต่าง ๆ บ้าง ซึ่งบางที หลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว ผมจะพูดเพียงสั้น ๆ คุณประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้า คสช. มา ๕ ปี ผมถามว่าคดีไม้ล้างป่าช้า จีที ๒๐๐ (GT 200) ซึ่งทหารซื้อมาแพงเหลือเกิน ไปถึงไหนแล้ว ประเทศอังกฤษคนขายติดคุกไปแล้ว ประเทศไทยเรื่องมันไปถึงไหน ช่วยตอบผม ได้ไหม อย่ามาบอกว่าอยู่ที่ ป.ป.ช. ทำไมในส่วนของทหารซึ่งคุณเป็นผู้บังคับบัญชา คุณไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย นอกจากได้ล้างป่าช้าแล้ว เรือเหาะท่านคงได้ยินนะครับ บอลลูนลอยฟ้าซื้อมาก็ใช้ไม่ได้ แถมมีงบซ่อมบำรุงอีก ซ่อมมันเท่าไรก็ใช้ไม่ได้ จนกระทั่งปลดประจำการไปในที่สุด เรื่องก็ยัง เงียบหายไปกับสายลม อุทยานราชภักดิ์ว่ามีการทุจริต แม้กระทั่งรูปปั้นอดีตบูรพมหากษัตริย์ไทย ก็ยังทุจริตกัน ต้นไม้สวนนงนุชเขาบริจาคก็ยังคิดเป็นเงินงบประมาณมาอีก ก็ยังเงียบหาย การขุดลอกคูคลองขององค์การทหารผ่านศึก ก็รู้อยู่องค์การทหารผ่านศึกมีหน้าที่อะไร ไม่ได้มีหน้าที่ขุดคูคลองเลย คนก็ไม่มี เครื่องมือเครื่องไม้ก็ไม่มีไปให้งบประมาณเขา กินหัวคิว กันดื้อ ๆ อย่างนี้นะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทุกคนคงจะรู้ดี แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ๒๕ เรือน เป็นอย่างไร ยุติแบบหน้าด้าน ๆ แล้วทำไมทางวินัยไม่จัดการกัน ผมเห็นนักการเมืองที่เขาเลือกตั้งกันมา ถ้าลูกพรรคทำไม่ดีไม่งาม เขาปลดแล้ว อันนี้ ๒๕ เรือนยังนิ่งเฉย ไม่ผิดอะไรทั้งสิ้น คุณประยุทธ์ทำอะไรอยู่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องชายสุดที่รัก พลเอก ปรีชาเป็นอย่างไร ไปตั้งบริษัทในค่ายทหารในกองทัพภาคที่ ๓