จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายคัดค้านความชอบธรรมในการเสนอชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่ากระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาขัดรัฐธรรมนูญ และก่อให้เกิดความได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรมในทางการเมือง
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมมาขออภิปรายในเรื่องของการขัดต่อคุณสมบัติ ของท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา หนึ่งในแคนดิเดต (Candidate) นายกฯ จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ ประกอบมาตรา ๑๖๐ (๕) เรื่องของมาตรฐานทางจริยธรรม ในข้อ ๑๑ กล่าวไว้ว่า ไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ ส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้บ้านเมืองเราติดอยู่ ในกับดัก เป็นกับดักของการสืบทอดอำนาจ ตลกร้ายทางการเมืองซึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อ ๒-๓ วันก่อน ผมต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ และเคารพเพื่อนสมาชิกด้วยนะครับ มีการแถลง จัดตั้งรัฐบาลเป็นครั้งแรกในโลก โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ประมาณ ๑๕๐ คน ท่านไม่ผิดครับ วันนี้ท่านไม่ผิดเลย เพราะผมเองก็เชื่อเช่นนั้นว่าท่านมีเสียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนั้น ๑๕๐ ท่านจัดตั้งรัฐบาลได้ ประชาชนทั่วไปก็เชื่อ เช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มันเป็นตลกร้ายที่สุดนั่นก็คือพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในห้องนี้จำนวนเกือบทั้งหมด เชื่อว่าสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมาจากการสรรหาโดย คสช. จะเทคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองหนึ่ง ให้ผู้ได้รับการเสนอ ชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองหนึ่ง ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อ คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ตั้งแต่ยึดอำนาจมา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีการปฏิรูปการเมือง วันนี้เราปฏิรูปย้อนยุคไปจนกระทั่ง นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐธรรมนูญซึ่งมีการทำประชามติมา ก็ด้วยความเคารพครับ เสียงของพี่น้องประชาชน แต่เป็นการทำประชามติที่เงียบที่สุด ห้ามเถียง ห้ามค้าน ห้ามวิจารณ์ เมื่อมีการลงประชามติแล้วได้รับของแถมสอดไส้มา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ โดยนัยแล้วน่าจะเป็นเพียงแห่งเดียวในโลกน้อยมากครับ ผมอาจจะ ไม่มีความรู้พอ แต่ผมรับทราบว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยปกติไม่มีที่ไหน เขาทำกันที่จะให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งได้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี แต่อันนี้ไม่ใช่ความผิดของเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ บทเฉพาะกาล ที่เกิดขึ้นนั้นโยงไปยังมาตราที่เกี่ยวกับการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา มาตรา ๒๖๙ หัวหน้า คสช. เองมีอำนาจหน้าที่ในการลงนามรับรองแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา ๒๕๐ คน ในรัฐธรรมนูญ กำหนดมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาไม่เกิน ๑๒ ท่าน ไม่ต่ำกว่า ๙ ท่าน รายชื่อสังคม วันนี้ยังไม่เห็น แต่ตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ที่เห็นกันที่ทุกคนรับทราบ แน่นอนว่า คณะกรรมการชุดนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๙ อย่างชัดเจนใน ๒ ประเด็น ๑. รัฐธรรมนูญกำหนดว่าคณะกรรมการสรรหาจะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ ความสามารถด้านต่าง ๆ อย่างครอบคลุม แต่จากรายชื่อที่เราเห็นหรือรับทราบกันกว่าครึ่ง เป็นทหาร ผลลัพธ์เป็นอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้สมาชิกวุฒิสภา ๒๕๐ คน มีทหารและตำรวจถึงร้อยกว่าคน อันนี้ไม่ใช่ความผิดนะครับ นอกจากนั้นแน่นอนครับ คณะกรรมการสรรหาเท่าที่รับทราบและไม่มีการปฏิเสธมาจากผู้มีอำนาจ วันนี้เห็นได้ชัดว่า ขาดความเป็นกลางทางการเมืองซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๙ หลายท่านเป็นรัฐมนตรี ในคณะรัฐบาลของหนึ่งในแคนดิเดต (Candidate) นายกรัฐมนตรี หลายท่านเป็น สนช. บางท่านเป็นคณะกรรมการอยู่ใน คสช. และแน่นอนทุกท่านอยู่ในแม่น้ำ ๕ สายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ท่านประธาน มันก่อให้เกิดความสงสัยอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าสาเหตุซึ่งคุณประยุทธ์แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาเพื่อสรรหา ส.ว. สุดท้ายแล้วเป้าประสงค์สุดท้ายคืออะไร แน่นอนครับ ผมเองคงจะไม่อภิปรายในประเด็นนี้เลย หากว่าหนึ่งในแคนดิเดต (Candidate) นายกรัฐมนตรีที่พรรคการเมืองหนึ่งได้เสนอไม่ได้ชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ ท่านประธาน กระบวนการสรรหาที่แปลกพิสดารทั้งหมด ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสรรหาตนเองเข้ามา สรรหาเอาเครือญาติเข้ามา ต่าง ๆ นานา วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนถ้าเพียงแต่มีสมาชิกวุฒิสภาสัก ๑ คนครับ ผม ไม่ได้ก้าวก่ายก้าวล่วงถึงการตัดสินใจของท่านนะครับ แต่ถ้ามีเพียงสัก ๑ คนของสมาชิก วุฒิสภาวันนี้ลงมติเลือกคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยความเคารพครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือทั้งคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา และสมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นจะได้กระทำการ อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๔ อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ นั่นคือความผิดสมบูรณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประยุทธ์เป็นคนเลือก ส.ว. ตนเองก็มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ของพรรคที่จะเสนอ เลี่ยงไม่ได้หรอกที่จะบอกว่าเป็นเอื้อประโยชน์ต่อกัน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๔ กล่าวไว้ว่า ส.ส. และ ส.ว. ซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยต้องไม่อยู่ในอาณัติ ความผูกพัน อาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใด ๆ ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจาก การขัดกันแห่งผลประโยชน์ วันนี้ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในห้องนี้เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงคำครหาหรือการยื่นถอดถอนใด ๆ ในอนาคตอันใกล้ รวมถึงการยื่นถอดถอนแคนดิเดต (Candidate) ว่าที่นายกรัฐมนตรีด้วย ท่านมีเพียงแค่ ๒ ทางเลือกครับ ๑. ลงมติให้คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ ๒. ท่านต้อง งดออกเสียง อันนี้เป็นความจำเป็น ท่านประธานครับ วันนี้ผมยังไม่ได้ตัดสินเพราะสิ่งที่ผม กล่าวมันอาจจะยังไม่เกิดขึ้น ผมจะรอฟังการลงมติเป็นรายบุคคล ถ้าเพียงแค่อย่างที่ผมได้ กล่าวไปมีสมาชิกวุฒิสภาสัก ๑ ท่าน ได้ลงมติให้กับคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันนี้ ผมถือว่านั่นคือความผิดสมบูรณ์ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน ที่เคารพ เราไม่มีอำนาจในการถอดถอนสมาชิกวุฒิสภา แต่ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าภาคสังคม ภาคประชาชนวันนี้เขารอ เขาจองกฐินไว้ครับ เขาจะรวบรวมรายชื่อและดำเนินการตาม อำนาจของประชาชนผ่านทางรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขอบคุณครับ