จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตถึงคุณสมบัติของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยอ้างเหตุผลจากมาตรา 98 ของรัฐธรรมนูญ พร้อมยกคำพิพากษาศาลที่ชี้ว่าการเรียกบุคคลไปรายงานตัวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมด้านจริยธรรมจากการใช้ถ้อยคำหยาบคายกับสื่อมวลชน จึงเรียกร้องให้รัฐสภาร่วมพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการลงมติ โดยเน้นย้ำว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีน้ำหนักต่อความรับผิดชอบร่วมกันในระยะยาว ตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) และ 219
ท่านประธานที่เคารพครับ คุณสมบัติเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามมาตรา ๙๘ (๑๕) ที่เป็น เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ มันไปโยงเกี่ยวข้องกับคะแนนเสียงที่ประชาชนจะลงมติ และผมอยากจะบอกพี่น้องประชาชนที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ทางบ้าน เดี๋ยวช่วงขานคะแนน ท่านช่วยลงมติแทนพวกเราด้วยที่บ้านว่าพูดถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น เลือกหรือไม่เลือก ผมเชื่อว่าฟังมาตั้งแต่เช้าหลายท่านอาจจะฟังเป็นบางช่วงบางตอน ท่านประธานที่เคารพครับ คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น เห็นชัดเจนครับว่ามีข้อกังขาเยอะแยะมากมายหลากหลาย ไม่ใช่ในสภาแห่งนี้จะเป็น คนพูดเองเออเองนะครับ ท่านประธานครับ เราใช้วิธีการสอบถามไปยังหลากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานสำคัญก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการ เสนอชื่อของพรรคพลังประชารัฐที่ท่านบอกว่าท่านได้ ๘,๔๐๐,๐๐๐ คะแนน มีคุณสมบัติ ขัดตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ แปลความได้ว่าเราไม่สามารถใช้รัฐสภาแห่งนี้ลงมติได้ครับว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นมีคุณสมบัติถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากนั้น ท่านประธานครับ เราถามใครต่อ เราถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ เราไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งท่านก็บอกว่าให้เป็นข้อสรุป ของที่ประชุมรัฐสภาท่านประธานครับ มันจึงเป็นที่มาของเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่าเราเสนอให้ ท่านพิจารณาและวินิจฉัยว่าคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อของพรรคพลังประชารัฐก็คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย ตามมาตรา ๙๘ (๑๕) หรือไม่ เพราะฉะนั้นเวลาที่ท่านอภิปรายกัน ท่านบอกว่าประชาชนเลือกมา ๘,๐๐๐,๐๐๐ เสียง ถ้ารวมเสียงไม่เอาประยุทธ์ จันทร์โอชา ๒๐ กว่าล้านเสียง ก็หมายความว่า พรรคพลังประชารัฐ ท่านบอก ๘ ,๐๐๐,๐๐๐ เสียง ไม่ใช่แล้วครับ เพราะตอนหาเสียง เลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็พูดไว้ชัด ๆ พรรคภูมิใจไทยก็พูดไว้ ชัดเจนเหมือนกันครับ ผมก็ได้ยิน ๒ หูเหมือนกันท่านประธาน เพราะฉะนั้นคำว่า คุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันตั้งแต่ช่วงเช้า มันค่อนข้างชัดเจนครับว่ามันขัด และที่สำคัญ สมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายผม วันนี้ถ้าเกิดท่านยกมือท่านต้องรับผิดชอบ ร่วมกันนะครับ วันดีคืนดีผ่านไป ๒ ปี ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปี บอกว่า คุณสมบัตินายกรัฐมนตรีขัด มันจะไปกันทั้งหมดเลยครับ
ประเด็นต่อมา ในเรื่องของคุณสมบัติของท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบันนี้ ที่ท่านเป็นว่าที่ ซึ่งแน่นอนครับคนดูอยู่ที่บ้านพูดไปก็ไลฟ์บอยเพราะอะไรท่านประธานครับ ผมก็ไม่อยากจะพูดหรอกครับ มันเหมือนกับการเปิดถ้วยแทงเลยท่านประธานครับ มันหมายความว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเห็นอยู่แล้วว่า ๒๕๐ เสียง เอาล่ะครับ ผมให้สัก ๒ เสียงแล้วกัน ซึ่งถ้าเกิดมี ๒ เสียงท่านไม่โหวต พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมจะไปกราบเท้าท่านให้ดู เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพกล้าเดิมพัน หรือไม่ครับ ถ้ามีนะครับ เดี๋ยวผมจะไปกราบเท้าโชว์ (Show) แต่ประเด็นที่น่าสนใจ ท่านประธานครับ ไม่ใช่แต่เฉพาะ กกต. เท่านั้นครับที่อธิบายความว่าให้รัฐสภาแห่งนี้ เป็นผู้วินิจฉัยกันเอง มีคดีความคดีหนึ่งซึ่งพี่น้องประชาชนอาจจะทราบบ้าง ไม่ทราบบ้างครับ คดีที่ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ฝ่ายกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ที่เรียกผู้ที่มี ความคิดเห็นต่างไปรายงานตัว จำเลยผู้นี้ผมไม่เอ่ยชื่อก็แล้วกันท่านประธานครับ แต่เป็นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาออกไว้แล้ว จำเลยท่านนี้โต้แย้งครับบอกว่า ผู้ที่เรียกนี้ก็คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เพราะฉะนั้น ไม่มีอำนาจในการเรียกเขาไปรายงานตัวท่านประธานครับ แปลความได้อย่างไรครับ ก็หมายความว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจที่ไม่มีอำนาจอยู่ในอำนาจ ของตัวเอง ฟังแล้วก็ยิ่งงง แต่เวลาที่เราพึ่งบ้านนี้เมืองนี้ ท่านประธานครับ เราพึ่งใครครับ ศาลพระภูมิหรือครับ ไม่ได้ครับ เต็มที่ทำได้ก็แค่แก้บน เราจึงพึ่งศาลยุติธรรมเพื่อที่จะเข้าไปร้องขอให้ท่าน ได้โปรดพิจารณา ศาลชั้นต้นท่านบอกว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามมาตรา ๙๘ ซึ่งไม่มีคุณสมบัติในการลงสมัครเป็นบัญชีรายชื่ออันดับที่ ๑ ของพรรคการเมือง เท่านั้นยังไม่พอ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการอุทธรณ์กันเกิดขึ้น ศาลอุทธรณ์ก็วินิจฉัยและมีคำพิพากษาเหมือนเดิมครับ ต่อมา ศาลฎีกาท่านก็มีคำวินิจฉัย ออกมาพิพากษายืน แปลความว่าอย่างไรครับ แปลความว่ามีข้อขัดแย้งเกิดขึ้น รองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งครับ วันดีคืนดีท่านบอกว่าไม่เป็น วันดีคืนดีท่านเปลี่ยน บอกว่าเป็น ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตกลงแล้วเอาหลักการแบบไหนมาอธิบายให้กับ พี่น้องประชาชนครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธาน ไม่มีเหตุเป็นอย่างอื่นเลยท่านจะต้อง วินิจฉัยว่า คุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่จะโหวตกันในคืนนี้ ขัดคุณสมบัติหรือไม่ นั่นคือประเด็นที่ ๑
ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ ๒ ซึ่งแน่นอนพี่น้องประชาชนสัมผัสได้ ผมก็สัมผัสได้เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานอาจจะไม่ทราบอารมณ์ของคนโดนจับขัง หรอกครับ ผมนี่โดนเต็ม ๆ เอาผมขึ้นรถไปขังอยู่ค่ายทหารสระบุรี ลูกเมียผมก็มี ลูกผมก็เล็ก เมียผมก็เด็ก ท่านประธานครับ เป็นห่วงกันตลอดทั้งวัน ผมหายไป ๕-๖ วัน ไม่เป็นไรครับ ช่างเขา แต่ที่ผมอยากจะพูดท่านก็คือเรื่องของมาตรา ๑๖๐ (๕) คำว่า จริยธรรมร้ายแรง ที่มันไม่ควรจะอยู่ในคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี มันมีอะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายกันหลากหลายครับ ผมก็หยิบ ประเด็นที่อาจจะมีบ้าง ไม่มีบ้าง ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็เป็น สไตล์ (Style) ของท่าน ไม่ว่ากันครับ ตอนท่านเป็น ผบ.ทบ. มันก็อย่างนี้แหละครับ เอ้ย เข้าใจไหมนี่ ไม่เข้าใจเหรอ ปัทโธ่ เดี๋ยวปั๊ดจับขัง เป็นเรื่องปกติท่านเป็นผู้บัญชาการ ทหารบก แต่พอท่านแปรสภาพเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนี่ ท่านต้องถอดหัวโขน ความเป็น ผบ.ทบ. ออกไป ผมเป็นผู้สื่อข่าวมาตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยเจอ ผบ.ทบ. หรือว่านายกรัฐมนตรีท่านพูดแบบนี้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น ท่านประธานที่เคารพ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๗ สื่อมวลชนถามบอกว่า ท่านคะ ราคายาง ๙๐ ถึง ๑๐๐ บาทนี่ ขายได้ไหมคะ ท่านตอบว่าอย่างไรรู้หรือไม่ครับ ปลูกกันเข้าไป วันหน้าก็ไปขายโน่น ดาวอังคาร หน้าที่สื่อมวลชนมีหน้าที่ถาม ท่านประธานครับ ถ้าท่านเป็นผู้นำประเทศ ท่านก็ต้องมีหน้าที่ตอบ อารมณ์ท่านจะฉุนเฉียวอย่างไรก็สุดแท้แล้วแต่ท่าน แต่ท่านเป็น ผู้หลักผู้ใหญ่ ท่านต้องควบคุมได้โดยเฉพาะท่านอายุ ๖๐ ปี ถือว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ สมาธิท่าน ต้องแน่น มันจะไปเข้าข่ายในมาตราที่ผมว่ามาตรา ๙๘ (๑๕) ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านลองเข้ากูเกิล (Google) ดูนะครับ คำว่า นายกฯ เป็นคนตลก คำนี้ขึ้นมาเป็นทอปพิก (Topic) ที่ฮิตมากท่านประธานครับ นายกฯ เป็นคนตลก ไม่รู้ตลกจริงหรือเปล่า วันดีคืนดี ท่านทานกล้วยท่านก็โยนหวีใส่ข้างบน ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ท่านเคยเป็นอดีต นายกรัฐมนตรีท่านเคยเห็นไหมล่ะครับ นายกรัฐมนตรีที่มีลักษณะเช่นนี้ ไม่ว่าท่านอีกครับ ถ้าท่านเป็น ผบ.ทบ. เป็นการปกครองของทหาร ซึ่งต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาว่าไปครับ ถ้าสั่งไม่รู้เรื่องเดี๋ยวนายร้อย นายพันไม่เชื่อฟัง อันนี้ไม่มีปัญหาครับ เพราะท่านอยู่ในหน้าที่ ของท่าน แต่ถ้าท่านมาอยู่ในสังคมของประเทศไทยซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีงาม สุภาพเรียบร้อย ผู้หลักผู้ใหญ่ให้ความเคารพนับถือ ไม่ใช่ผู้หลักผู้ใหญ่เดินเตะกระโถนด่าเด็ก ใครเอากระโถนมาวางซุ่มซ่าม แต่พอเด็กเตะด่าเด็ก แต่ผู้ใหญ่เตะบอกเอากระโถนมาวาง ซุ่มซ่าม อย่างนี้ไม่ได้ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมบอกว่าท่านว่าที่นายกรัฐมนตรี นี่ผมกล้าพูดว่าที่เลยนะครับ เพราะผมมั่นใจว่าพวกผมอภิปรายไปคอแหบคอแห้งอย่างไร ก็ผ่านท่านประธานครับ แต่พี่น้องประชาชนอยากจะรู้ว่านายกฯ เป็นคนตลกอย่างไร ต่อนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านบอกว่าดูรายการวันศุกร์ กันน้อยลงนี่วันหลังจะให้ฉันทำอะไรกันดี เล่นลิเกดีไหม วันศุกร์นายกฯ เล่นลิเกดีไหม ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นข้อหนึ่งที่ผมบอกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา ๒๑๙ มันไม่อาจจะให้พวกเราแปลความเป็นอย่างอื่นได้ว่าทำไมเราจึงต้องเสนอธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พูดอะไรมีครับ มีผม มีสุภาพ นักข่าวถามอะไรมาตอบไม่ได้ก็เฉย ๆ ไม่มีเหตุมีผลที่อะไร จะต้องไปดุด่าว่ากล่าวครับ เพราะอะไรท่านประธานครับ พวกผมก็เสียภาษีกัน ประชาชน ทั้งประเทศก็อยากฟังผู้นำประเทศที่จะกลับมามีความสวยงาม ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าวันศุกร์ให้นายกรัฐมนตรีเล่นลิเกดีหรือไม่ ขอเถอะครับ อย่าเล่นเลยครับ แค่นี้ก็ประหยัดไฟกันคนปิดทีวีกันทั้งประเทศจะแย่อยู่แล้ว ต่อมา ๑๒ มกราคม ที่ผมบอกว่า ขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงตาม (๕) คืออะไร และพวกผมไม่สามารถที่จะเห็นชอบได้ ให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๙ ประชุมคณะรัฐมนตรี ออกมาจากห้องประชุมก็สไตล์ (Style) ท่านแหละครับ เดินกระฉับกระเฉงก็ดีครับ แต่เวลาท่านตอบสื่อมวลชนผมไม่รู้ว่าท่านไปกินดีหมี ดีเสือ หรือว่าหงุดหงิดที่บ้านมาหรืออย่างไร ท่านตอบว่าอย่างไรรู้หรือไม่ครับ ประชุมเรื่องยางตกต่ำ ท่านบอกว่าให้ไปทำถนน ท่านบอกว่าประโยชน์น้อยใช้งบประมาณเปลืองจะให้กูทำอย่างไรวะ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ที่ผมติดตามไม่เคยหรอกครับ เต็มที่ท่านก็บอกว่า ยังไม่ได้รับรายงาน