วัลลภ สนับสนุนประยุทธ์ ยันผลงานเดินหน้าปฏิรูปประเทศ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒

วัลลภ ตังคณานุรักษ์ แสดงความเห็นถึงบรรยากาศการประชุมที่เปิดโอกาสให้อภิปรายอย่างมีเหตุผลและชื่นชมประธานที่ทำให้การอภิปรายตรงประเด็น พร้อมชี้แจงเหตุผลสนับสนุนการให้ความเห็นชอบพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยอ้างอิงคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญและผลงานที่ผ่านมา ทั้งการแก้ไขปัญหาการบิน ประมง และการค้ามนุษย์ รวมถึงการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศตามกรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 257 ที่มุ่งเน้นความสงบสุข ความเป็นธรรม และคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของนโยบายที่ต่อเนื่องและเสนอข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณากฎหมายและประเด็นสำคัญ เช่น บริษัทน้ำมันแห่งชาติ

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกแห่งรัฐสภา ตลอดทั้งวัน ที่ได้มีโอกาสรับฟังพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ได้อรรถาธิบาย หรืออภิปรายในประเด็นดังกล่าว มาตั้งแต่เช้า สื่อมวลชนเจอผมก็ถามว่าบรรยากาศในวันนี้มีความรู้สึกอย่างไร ผมตอบ ด้วยความรู้สึกอย่างแท้จริงว่าเป็นบรรยากาศที่ผมให้ความสนใจและดีใจมาก ที่พูดเช่นนี้ เพราะว่าเป็นบรรยากาศที่ทั้ง ๒ ฝ่ายถกเถียงกันด้วยเหตุด้วยผล แล้วก็ยกกรณีศึกษากรณี ตัวอย่างขึ้นมาเป็นองค์ประกอบในการอรรถาธิบาย อาจจะมีการทักท้วงประท้วงกันบ้างซึ่งก็ถือ เป็นเรื่องธรรมดาในเวทีแห่งรัฐสภา เราคุ้นเคยกันดี แล้วก็คิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้สภามีสีสัน แล้วก็สามารถจะเดินต่อไปได้ อันนี้เป็นความรู้สึกอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันต้องขอบคุณท่าน ประธานทั้งสองที่ได้ทำหน้าที่ในการกำกับการอภิปรายได้ตรงประเด็นแล้วก็ทำให้การอภิปราย กระชับค่อนข้างมาก นี่เป็นความรู้สึกก่อนที่ผมจะใช้เวลาต่อไปนะครับ เรามีคำถามที่สำคัญ อยู่พอสมควรว่าเมื่อเรามีบุคคลที่เสนอขึ้นมาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ๒ ท่านด้วยกัน ผมพยายามที่จะขอโอกาสพี่ ๆ ในสมาชิกวุฒิสภาที่จะเป็นคนพูดเป็นคนสุดท้าย เหตุเพราะว่า ต้องการที่จะรับฟังสาระจริง ๆ ว่าผู้ที่ถูกนำเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นแต่ละท่านมีคุณสมบัติ ที่น่าให้การสนับสนุนมากน้อยเพียงใด ผมก็ยอมรับว่าผมฟังยังไม่ค่อยถูกใจนัก เพราะส่วนใหญ่ ยังหนักไปเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลฝ่ายหนึ่งซึ่งตัวเองไม่ค่อยจะชอบ ขณะเดียวกันก็รู้สึก เสียดายโอกาสที่จะรับฟังคุณสมบัติของอีกท่านหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ปรากฏในเวทีแห่งนี้ เลยทำให้เรา ไม่สามารถที่จะได้เห็นคุณสมบัติที่เด่นชัดของบุคคลที่จะไปเป็นนายกรัฐมนตรี ผมเองก่อนที่จะ มาถึงวันประชุมนี้ วันที่ผมไปรายงานตัวที่วุฒิสภา ผมให้สัมภาษณ์ด้วยความชัดเจนว่า ผมเลือก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเลือกผมอาศัยพื้นฐานที่สำคัญ ๒ ประการด้วยกันที่ขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกทั้งหลาย เหตุผลประการที่หนึ่ง ที่อาศัยเป็นพื้นฐาน ก็คือการดูรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการคนประเภทใดที่จะไปนำพาแล้วก็ผลักดันให้หลายเรื่องที่เป็น สาระสำคัญรัฐธรรมนูญนี้เดินหน้าต่อไปได้ ประการที่สอง ผมดูจากผลงานที่ผ่านมาของ บุคคลที่คาดหมายว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ผมดู ๒ ประการนี้เป็นหลัก ทีนี้เมื่อเราเข้ามาสู่ใน เวทีการประชุมแห่งนี้ ผมต้องขออนุญาตเอ่ยคำพูดถึงพี่ ๆ ส.ว. ๓ ท่านด้วยกันที่ทำให้ผม ร่นระยะเวลาในการอภิปรายได้ง่ายขึ้น ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ท่านคำนูณ สิทธิสมาน และท่านวันชัย สอนศิริ ได้พูดชัดเจนแล้วว่าในมาตรา ๑๖๐ แห่งรัฐธรรมนูญที่บัญญัติ ถึงสาระของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม โดยเฉพาะลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ ของรัฐธรรมนูญนั้น บุคคลที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มี ลักษณะต้องห้าม นี่เป็นอ้างอิงกฎหมาย ซึ่งพี่ ๆ ๓ ท่านได้สาธยายได้ค่อนข้างชัดเจน ผมจะไม่ต้องใช้เวลาในเรื่องนี้ ผมขอใช้เวลาที่จะอรรถาธิบายว่าทำไมท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ๓ เหตุผลด้วยกันสั้น ๆ ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ

เหตุผลประการที่ ๑ ถ้าเราดูสาระในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในหมวดว่าด้วย การปฏิรูปประเทศ ซึ่งอยู่ในมาตรา ๒๕๗ เป็นต้นไป ในสาระของการปฏิรูปประเทศ ๑๐ ด้านนั้น เป็นสาระที่บัญญัติไว้อย่างชัดแจ้ง ต้องการบุคคลที่เข้าใจและดำเนินการ มาระยะเวลาหนึ่ง เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้นไปสู่ฝันที่ตั้งใจไว้ได้ นี่เป็นสาระ ประการที่ ๑ ที่ผมเห็นว่า ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ริเริ่มขึ้นมาแล้วก็ น่าจะสามารถนำนาวาลำนี้เคลื่อนไปข้างหน้าและทำให้การปฏิรูปประเทศนั้นตรงไปตาม เจตนารมณ์ได้

เหตุผลประการที่ ๒ ก็เป็นสาระสำคัญ ขออนุญาตท่านประธานเล็กน้อย ในการอ่านมาตรา ๒๕๗ ใน ๓ อนุเท่านั้นนะครับ ที่ผมว่าเป็นสาระสำคัญที่ผมอยากให้ พี่น้องประชาชนได้สดับตรับฟังให้ชัดเจนขึ้น ในการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๕๗ พูดว่า ต้องการให้บรรลุเป้าหมาย ๓ อนุด้วยกัน ใน (๑) พูดชัดเจนว่าประเทศชาติจะต้องมีความ สงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง นี่เป็น (๑) (๒) ต้องการสังคมที่มีความสงบสุขเป็นธรรมและมีโอกาสอันทัดเทียม เพื่อขจัดการเหลื่อมล้ำ และ (๓) คือประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนร่วม ในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ๓ อนุในหลักของการปฏิรูปประเทศในมาตรา ๒๕๑ ต้องการคนอย่างท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะมาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปเหล่านี้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อ ๑ ที่กระผมได้เอ่ยไป

ประการสุดท้าย ที่เป็นเหตุผลในข้อ ๓ ในเวลาตลอดเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา ผมเองต้องขอบคุณสมาชิกท่านสุดท้าย ที่ไม่รู้จักท่านเลย ที่ท่านอรรถาธิบายและยกตัวอย่าง สถิติมากมายขึ้นมา ซึ่งตรงกับที่กระผมเตรียมไว้หมดเลยครับ ต้องชื่นชมเพราะอะไร เพราะผมเป็นอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผมทำงานกับนายกรัฐมนตรีควบคู่กัน มาตลอด เห็นผลงานและการทำงานมาโดยตลอด แต่ไม่นึกว่าสมาชิกหน้าใหม่แห่งรัฐสภา แห่งนี้ท่านได้ยกตัวอย่างที่ชัดเจนขึ้นมาทำหน้าที่ได้ค่อนข้างจะดีและได้พูดไว้อย่างชัดเจนแล้ว ผลงานที่ท่านทำคืออะไร ผมจึงไม่ต้องสรุปเลย ฉะนั้นด้วยผลงานที่ผ่านมาใน ๕ ปี โดยเฉพาะ ผลงานที่นานาประเทศให้การยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาการบิน แก้ปัญหา ประมง หรือแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมทำมาทั้งชีวิต เป็นผลงานที่ผมคิดว่า ชัดแจ้ง และต้องการการขับเคลื่อนต่อไป

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากในสมัยที่แล้ว ผมทำหน้าที่เป็นประธานกลั่นกรองและพิจารณากฎหมายทุกฉบับก่อนเข้าสู่สภา และมี หน้าที่ในการติดตามมติหลาย ๆ เรื่อง มีข้อมูลที่ผมจำเป็นจะต้องอรรถาธิบายต่อสภาแห่งนี้ เพื่อให้รับข้อมูลที่ถูกต้อง มีสมาชิกบางท่านพูดถึงเรื่องบริษัทน้ำมันแห่งชาติ