อลงกรณ์ พลบุตร ชี้ถึงความสำคัญของการส่งต่องานปฏิรูปประเทศจาก สปช. สู่ สปท. โดยเสนอให้จัดทำรายงานสรุปภาพรวมการปฏิรูป 3 ชุด ได้แก่ รายงานพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ รายงานสังเคราะห์ภาพรวมการปฏิรูป และรายงานของแต่ละคณะกรรมาธิการ เพื่อมอบต่อให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศเป็นหลักฐานทางวิชาการและแนวทางสานต่อการปฏิบัติอย่างเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธานครับ ข้อเสนอท่านวันชัยดีมาก เนื่องจากว่าท่านเป็น อดีต สปช. แล้วตอนที่ สปช. หมดวาระ แต่ก่อนหมดวาระนี้ วันที่ ๑๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๘ เราได้จัดทํารายงานสําคัญอยู่ ๓ ชุดด้วยกัน ชุดที่ ๑ คือชุดที่เป็นพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ ก็คือการรวม ๓๗ วาระ แล้วก็มี ๑๐๐ กว่าเรื่อง แต่ละคณะกรรมาธิการจะทําไป ๑ เล่ม ๒ เล่ม หรือ ๓ เล่มก็แล้วแต่ ตามเนื้อหาของผลการรายงานในแต่ละคณะ ยกตัวอย่างเช่น กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปสื่อสารมวลชนเขาก็จะทําเรื่องการปฏิรูปสื่อสารมวลชน ไว้ ๑ เล่ม ยกตัวอย่างระบุเลยว่าเป็นวาระปฏิรูปที่ ๑๗ การปฏิรูปสื่อสารมวลชน แล้วในนั้น มี ๓ เรื่อง ๑ ๒ ๓ เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกจําได้ในช่วงเดือนแรก ๆ ของ สปท. ที่เราประชุม ทางสภาก็ได้เชิญอดีตประธานกรรมาธิการของแต่ละคณะของ สปช. ได้มานําเสนอสรุปว่า ได้ศึกษารายงานปฏิรูปแต่ละวาระ แต่ละด้าน แต่ละเรื่องเป็นอย่างไร แล้วก็มีหนังสือ ที่เป็นกล่องใหญ่ ๆ นั่นละครับ รวมบรรจุไว้ให้สมาชิกได้กลับไปอ่าน นั่นคือรูปแบบที่ ท่านวันชัยได้เสนอมา ซึ่งผมคิดว่าเมื่อ สปท. สานต่องานจากทาง สปช. แล้ว แล้วเราทํางานมา ปีเศษใกล้จะครบวาระ ขณะนี้มีอยู่ที่เราส่งไปเข้าใจว่า ๑๔๖ เรื่องด้วยกันทั้งรายงานปฏิรูป แล้วก็ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูป แต่ละคณะก็สมควรที่จะต้องจัดทําเป็นรูปเล่มเพื่อส่งมอบต่อ ให้ใคร ก็คือกรรมการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นก็จะเป็นการส่งไม้ต่อที่เห็นถึงพัฒนาการ ของการปฏิรูปทั้งเชิงการศึกษา แล้วก็ในเรื่องของรายละเอียดของการปฏิบัติการในเรื่องของ การปฏิรูป สมัย สปช. นี้นะครับ ตอนนั้นเราเริ่มต้นด้วยการวางความคิดก่อนหรือว่า คอนเซปชวลดีไซน์ (Conceptual Design) คือความคิดรวบยอดก่อนจะปฏิรูปเรื่องอะไร ใน ๑๑ ด้านไปคิดกันมาก่อน แล้วก็มาเสนอในฟลอร์ (Floor) ใหญ่ อันนี้ก็จะได้ คอนเซปชวลดีไซน์ (Conceptual Design) ของการปฏิรูปแต่ละด้าน พร้อมกันนั้นก็ให้ทําภาพอนาคตด้วย ซึ่งก็ได้ดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรัฐมนตรี ปัจจุบัน และเป็นเลขานุการ ป.ย.ป. ตอนนั้นก็เป็นประธานคณะกรรมการจัดทํารายงาน เรื่องออกแบบอนาคตประเทศไทย ก็คล้าย ๆ ยุทธศาสตร์ชาติ มองประเทศในอนาคต ยาวไกลออกไป ๒๐ ปีเหมือนกัน ชุดที่ ๒ ที่เราทําก็คือชุดสังเคราะห์ภาพรวมการปฏิรูป อันนี้ก็ให้ดอกเตอร์สีลาภรณ์ นาครทรรพ ตอนนี้ก็มาเป็น ๑ ในประธานอนุกรรมการ ของกรรมการเตรียมการปฏิรูปของ ป.ย.ป. ท่านจัดทําชุดที่สําคัญมากชุดที่ ๒ คือสังเคราะห์ ภาพรวมการปฏิรูป ก็คือประมวลภาพทั้งหมดของการทํางาน สปช. ในทุกด้านเลย และมาทําเป็นรายงาน ๑ เล่ม ส่วนชุดที่ ๓ คือแต่ละคณะทํา เพราะฉะนั้นวาระที่ ๑-๓๗ จะมี ๓๗ เล่มด้วยกัน บวกด้วยรายงานออกแบบอนาคตประเทศไทยซึ่งเหมือนเป็น ไทยแลนด์วิชัน (Thailand Vision) แล้วอีกเล่มก็คือเล่มสังเคราะห์การปฏิรูปประเทศไทย ก็คือผนวกเอาทั้ง ๓๗ วาระใน ๑๑ ด้านที่ทํางานกันมา มารวมให้เป็น ๑ เล่ม รวมทั้งหมด ก็คือหนังสือ ๓ ชุดด้วยกัน แต่มีทั้งหมด ๓๙ เล่ม ซึ่งตอนนั้นผมก็ได้กราบเรียนท่านประธาน ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทินพันธุ์ นาคะตะ ว่าตรงนี้จะเป็นประโยชน์มาก ก็ขออนุญาต ตอนที่มารายงานตัว มาประชุมกันนัดแรก ๆ เลย ก็ขอมอบให้ไป ท่านสมาชิก สปท. ก็จะได้รับไป ๒. ก็คือว่าเชิญประธานกรรมาธิการมา แล้วก็เชิญท่านผู้ที่จัดทําเล่มออกแบบ อนาคตประเทศไทย คือดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ แล้วท่านที่ทําเรื่องของสังเคราะห์ การปฏิรูปคือดอกเตอร์สีลาภรณ์มานําเสนอ ถ้าท่านจําได้นะครับ ในช่วงเข้าใจว่าจะเป็น เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม หลังจากนั้นได้ภาพรวมแล้วเราก็ประชุม ถ้าจําไม่ผิด ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๓ ธันวาคม หรืออย่างไร วันที่ ๒๒ วันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ที่เรามีการประชุมหลังจากฟังงานของ สปช. มาแล้วก็ประชุมกันแล้วก็มานําเสนอ ในแต่ละด้าน แล้วก็มีมติ สปท. โดยรวมว่าเอาตามที่ทางกรรมาธิการแต่ละคณะ สปท. ของเราวางแนวทาง อันนั้นก็คือเป็นตัวหลักของการทํางานของเราตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๘ จนกระทั่งมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย ผมคิดว่าที่ท่านวันชัยเสนอ ถ้ามีสัก ๒ ชุดนะครับ คือท่านหนึ่งก็รับไปทําตัวสังเคราะห์ สังเคราะห์ภาพรวมให้ร้อยเรียงถึงกันหมดใน ๑๑ ด้าน แล้วก็ ๑๔๖ เรื่องในกรอบ ๓๗ วาระที่เราสานต่องานมา ๒. ก็คือชุดที่เป็นชุดรายงาน รวมผลสรุปในเล่มที่ ๓ ของเรา แล้วชุดที่ ๓ ก็คือแต่ละคณะจัดทํา อาจจะมีเพิ่มเติมคือ ชุดที่เป็นกรรมาธิการชุดพิเศษต่าง ๆ เช่นกรณีเรื่องของความปลอดภัยทางถนน หรือว่า ชุดทางด้าน ๒ ๓ ๔ ๕ ก็แล้วแต่ รวบรวมเสร็จก็ส่งมอบต่อไป ซึ่งจะทําให้เห็นว่าการปฏิรูป ของเราทําอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ เป็นขั้นตอน แล้วจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบค้น หลักฐาน ข้อมูล แนวคิด แล้วก็การสานต่อไปสู่ทางปฏิบัติ เพราะว่าเวลาที่เลือกตั้งแล้ว รัฐบาลจะต้องรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศทุก ๓ เดือนต่อรัฐสภา โดยที่จะมี กรรมการปฏิรูปประเทศ แล้วก็มีกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่จะทําหน้าที่เหมือนแฝดอิน-จัน คอยดูว่าการดําเนินงานที่ทางรัฐบาลรายงานมันใช่หรือเปล่า แต่ละกระทรวงดําเนินการปฏิรูปไป มันถูกทิศ ถูกทาง ถูกแนวหรือไม่ที่ยุทธศาสตร์ชาติกําหนดเป้าหมายไว้และมีแผนปฏิรูป แต่ละเรื่องไว้ ถ้าเห็นว่าไม่เป็นเช่นนั้นก็จะได้ดําเนินการในกระบวนการของการที่จะมี สภาพบังคับบางประการเพื่อให้รัฐบาลได้ดําเนินการปรับปรุงแก้ไข หรือดําเนินการให้สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูป เพราะฉะนั้นหลักฐาน ข้อมูล เอกสาร ผมคิดว่าสําคัญมาก และจะเป็นประโยชน์ ไม่ใช่แต่เฉพาะในส่วนของรัฐบาลหรือรัฐสภาหน้าเท่านั้น แต่สาธารณชนก็ควรได้รับรู้ว่านี่เป็นการปฏิรูปประเทศของเราซึ่งทุกคนเป็นเจ้าของ เห็นด้วย สนับสนุน แล้วเราก็ไปหารือในวิป (Whip) ของเราดูว่าจะดําเนินการอย่างไรต่อไปนะครับ