วิวัฒน์ ชี้ปัญหาเด็กเล็ก-ความเหลื่อมล้ำรุนแรง ต้องเร่งแก้เชิงโครงสร้าง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๗ · ๓ เมษายน ๒๕๖๐

วิวัฒน์ ศัลยกำธร หารือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการศึกษาและโภชนาการของเด็ก โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการบูรณาการนโยบายระหว่างหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและครอบครัวภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานกรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วิวัฒน์ ครับ อยากกราบขอบพระคุณข้อเสนอทั้ง ๑๖ ท่าน มีประเด็นที่เป็นประโยชน์ หลายเรื่องด้วยกัน เรื่องหนึ่งคือเรื่องกลไกสำคัญที่จะเป็นเจ้าภาพหลักในการที่จะทำเรื่องนี้ ให้เกิดอย่างจริงจัง ในอดีตอย่างที่กราบเรียนไปแล้วว่า ๔ หน่วยงานหลักทำกันอยู่ ก็มีคนละมาตรฐาน แต่ละหน่วยงานก็มีศูนย์ของตัวเองเช่น กระทรวงมหาดไทยเดิมก็เป็นของ กรมการพัฒนาชุมชน ๑๙,๐๐๐ กว่า หรือตัวเลขคร่าว ๆ ๒๐๐ ศูนย์เด็กเล็กซึ่งก็มีปัญหา มากมาย ผมเคยทำงานเรื่องศูนย์เด็กเล็กอยู่ เข้าใจ ตั้งแต่แผนชาติแล้วที่จริงเรื่องของปัญหา เด็กเล็กไปสัมพันธ์กับเศรษฐกิจพื้นฐานของชาวบ้าน เมื่อปลายแผน ๔ เราเขียนแผนขึ้นมา แผนหนึ่งชื่อว่าแผนชนบทยากจน ผมยังจำคำแม่นเลยว่าเด็กเล็กทั้งที่อยู่ในศูนย์เด็กเล็ก แล้วที่เข้ามาอยู่ในระบบโรงเรียนแล้วได้รับการตรวจเลือดพบว่าขาดสารอาหาร ในระดับอันตราย พวกเราอยู่สภาพัฒน์เราใช้คำว่า จนถึงเลือดถึงเนื้อความเหลื่อมล้ำรุนแรง ในระยะนั้น ณ วันนี้ไม่ได้ต่ำลงเลยนะครับ ความเหลื่อมล้ำกลับรุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ปัญหาชนบท คนยากคนจนเกือบ ๑๐ ล้านคนยังแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะพัฒนาเขา ได้อย่างไรถ้าเราไม่แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เมื่อช่วงเริ่มต้นผมกราบเรียนว่า ยกตัวอย่าง จังหวัดสุรินทร์จังหวัดเดียว ๑๕ จังหวัดที่เรามีโครงการร่วมกันอยู่ ยกตัวอย่างจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดเดียว อย่าว่าแต่เด็กเล็กเลยครับ แม้กระทั่งเข้าไปสู่ระบบโรงเรียนตามกฎหมายบังคับ แล้วก็ยังอยู่ต่อไม่ไหว อยู่ได้ไม่ถึงปีก็ต้องออกกลางคันเหตุผลง่าย ๆ มาจากเรื่องปัญหา เศรษฐกิจของแม่บวกกับปัญหาสังคม เช่น ติดยาเสพติด เป็นแม่วัยใส ความไม่พร้อมของแม่ ของเด็กที่เกิดเต็มไปหมด นั่นไม่ได้มาจากปัญหาการศึกษาโดยตรง แต่ว่าปัญหาการศึกษา เป็นส่วนหนึ่ง ล่าสุดวันนี้เองคณบดีลูกศิษย์ผมกลับจากเชียงใหม่เขาบอกว่าอาจารย์เชื่อไหม ตำบลเดียวที่เมืองคอง เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ไฟไหม้ เราก็ทราบกันอยู่ว่าฤดูนี้ เป็นฤดูหมอกควัน แต่ที่สำคัญอันตรายสุดก็คือน้ำไม่มีแล้วครับ ต้นน้ำแท้ ๆ ต้องขนน้ำขึ้นไป แจกชาวบ้านแล้วซึ่งอยู่บนดอยต้นน้ำ ยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับ การแก้ไขนับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นความพยายามที่จะต้องเข้าไปจัดการศึกษา พื้นฐานสำคัญเด็กต้องมีอาหารกินก่อนจึงเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กัน เราพูดเฉพาะเรื่องการศึกษา โดยไม่พูดถึงเศรษฐกิจปากท้องของพ่อแม่และของเด็กไม่ได้ หลายโครงการเราทำเรื่องนี้ โดยเฉพาะตัวผมเองผมมีประสบการณ์เรื่องนี้เยอะมากเกี่ยวกับเรื่องหาอาหารให้เด็กกิน ในระหว่างเรียนจริง ๆ นี่จึงเป็นเรื่องใหญ่มากครับ ก็กราบเรียนให้ที่ประชุมทราบว่า เรื่องนี้สัมพันธ์กัน ถ้าเรายังแก้ปัญหาพื้นฐาน ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พื้นฐานของชาวบ้านเกือบ ๆ ๑๐ ล้านคนไม่ได้ เด็กที่เกิดมา แม่ที่ท้องปีหนึ่ง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน คลอดมา ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน เฉพาะสุรินทร์จังหวัดเดียว ๑๐,๐๐๐ คนแล้วครับ ซึ่งแม่ไม่มี ความสามารถพอที่จะให้ลูกเรียนได้ ไม่ต้องพูดถึงจะมีอาหารให้กินสมบูรณ์ ข้อมูลวันนี้ถ้าท่าน ตามดูดี ๆ ไม่ใช่เฉพาะคนจนนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังจับมือกับกระทรวงสาธารณสุข อาหารที่เรากินเข้าไป ทุกวันนี้เป็นพิษรุนแรงมาก พืช ผัก ผลไม้ที่วางขายอยู่ในตลาดแม้แต่มีตรารับรอง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าปลอดภัยกลับมีพิษรุนแรง ผลจากการตรวจ ราคาแพงที่สุด มีตรารับรองว่าปลอดภัยกับที่แบกะดินมีพิษเท่ากัน อันนี้ก็เป็นผลต่อการพัฒนาของเด็กครับ อาหารมันเป็นเรื่องใหญ่มาก อันนี้ก็โยงกันให้ทราบ ทีนี้ประเด็นที่หลายท่านเป็นห่วง แล้วหลายท่านก็มีความเห็นอาจจะยังไม่ค่อยสอดคล้องกันนัก เราก็ฟังเรื่องนี้มาเยอะมาก เราก็ไปคุยกับกระทรวงมหาดไทย ยกทีมไปหารือกับท่าน ไปหารือกระทรวงสาธารณสุข ไปหารือกับกระทรวงศึกษาธิการเอง คุยกันมาหลายรอบ กราบเรียนว่ารัฐมนตรี ๓ ท่าน เปลี่ยนไปแล้ว ท่านใหม่เป็นแพทย์รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เรื่องความสำคัญของการเตรียมแม่ ก่อนที่จะตั้งครรภ์ ผมเชื่อว่าหมอทุกท่านทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ว่าในทางปฏิบัตินั้น คงต้องฟัง และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ เดิมเราก็ทำภายใต้แอสซัมป์ชัน (Assumption) ของกฎหมายเดิม แต่วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกวันที่ ๖ เพราะฉะนั้นแน่นอนทุกบท ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องถูกปรับ กฎหมายทุกฉบับที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เขียนไว้ชัดว่ารัฐต้องจัดให้กลไกความร่วมมือระหว่างรัฐ หมายถึง รัฐบาลกลาง ท้องถิ่น หมายถึงรัฐบาลท้องถิ่น ทั้ง อบจ. อบต. เทศบาล และเอกชน เพราะฉะนั้นข้อเสนอหลายท่านที่ยืนยันว่าอย่างไรก็ต้องจัดให้มีความร่วมมือ เอกชนหมายถึง ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น แม้กระทั่งวัดด้วยต้องเข้ามามีส่วนร่วม อันนี้ก็จะเป็นกลไกที่สำคัญ แต่ว่าอย่างไรก็ตามอย่างที่กราบเรียน หลายท่านได้กรุณาเล่าให้ฟังว่าหลายจังหวัดเขามีกลไก เกิดขึ้นในระดับจังหวัด บางจังหวัดมีกลไกร่วมมือไปจนถึงระดับอำเภอ ไปจนถึงระดับตำบล เพื่อจะแก้ปัญหาเด็กเล็กของเขาเอง บางจังหวัดเช่นจังหวัดร้อยเอ็ด รัฐบาลท้องถิ่น ร่วมมือกับทั้งรัฐบาลกลาง ทั้งชาวบ้าน ทั้งครอบครัว ชุมชน เขาทำโครงการซึ่งผมฟังแล้ว ประทับใจมาก เขาใช้คำง่าย ๆ ว่าเก่งก่อนเกิด หมายความว่าเขาสืบหมดคนในเขตรับผิดชอบ ของเขา ถ้ามีใครแต่งงาน เตรียมจะตั้งท้องเขาบุกเข้าไปทำการสำรวจ เด็กที่เข้าไปยื่นจดทะเบียน ไปจนถึงไปฝากครรภ์เขาตามตลอดเลยครับว่าเด็กไม่มีโอกาสคลอดออกมาแล้วมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นโรคแอลดี (LD) หรืออะไรก็ตามที่จะนำไปสู่ความไม่เจริญทางสมอง ทางสติปัญญา แล้วก็ทางอารมณ์ เขารุกเข้าไปเตรียมป้องกันปัญหา กรณีศึกษา อย่างนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น ท้องถิ่นกลายเป็นแม่งาน สุรินทร์ก็เช่นกัน เมื่อปัญหาเกิด ท้องถิ่นกลายเป็นเจ้าภาพหลัก แล้วก็ภายใต้การสนับสนุนจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ ไปร่วมมือกับ อบต. ลุกขึ้นทำ คือข้อจำกัดที่เราไปฟังคนทำงานมาเขามีข้อจำกัดมาก ในเชิงกฎหมาย ซึ่งแน่นอนงานนี้ต้องทำต่อไปคือเราต้องแก้กฎหมายให้เอื้อกับคนทำงาน จะมาแก้ปัญหาเรื่องนี้ แล้วผมกราบเรียนที่ประชุมในที่นี้ว่าขณะนี้ผมว่าไม่ใช่เฉพาะพวกเรา ชาว สปท. ที่เห็นปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทุกท้องถิ่นเห็นปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วทุกคนลุกขึ้นทำตามสถานะของตัวเอง ทำตามภูมิศาสตร์ของตัวเอง ทำตามสังคม วัฒนธรรมของตัวเอง ถือเป็นเรื่องที่ถ้าเราสร้างกลไกความร่วมมือ แล้วก็ให้เกียรติกัน แล้วก็หาทางหนุนเสริมเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมเชื่อมั่นว่าภายใน ๒ เดือน คณะกรรมการชุดใหม่ ที่จะลุกขึ้นทำหน้าที่ปฏิรูปการศึกษาต่อเนื่องหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศแล้ว ต้องจัดตั้ง คณะกรรมการอิสระขึ้นดูแลเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ต่อเนื่องจากงานที่ สปท. เสนอไว้ ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนั้นนะครับ ภายในไม่เกิน ๖๐ วัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็จะเกิดแล้วก็จะมีคนสืบสานเรื่องนี้ต่อ ในขณะเดียวกันกองทุนที่ผมกราบเรียน ตั้งแต่ต้นว่าถ้าจะเพิ่มเงินให้กระทรวงศึกษาธิการแทบเป็นไปไม่ได้เลยครับ ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการใช้เงินมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกระทรวง ทบวง กรม เพิ่มเงิน ขึ้นไปอีกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นลำพังกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงเดียวขยับทั้งเพิ่มคน เพิ่มเงินขึ้นไปน่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นกลไกสำคัญที่จะร่วมมือลงไประดับท้องถิ่น น่าจะเป็นกลไก น่าจะเป็นทางเลือกที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าคุณหมอชูชัยได้เสนอว่า ให้มีการจัดเวิร์กชอป (Workshop) ร่วมกันที่จะฟัง เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะไปดูตัวอย่างความสำเร็จและฟังความเห็นให้รอบด้าน เรายังมี เวลาอยู่อีกประมาณ ๑๒๐ วัน ไม่เกินสำหรับสมาชิก สปท. เรา หลังรัฐธรรมนูญประกาศแล้ว เราก็จะมีเวลาทำงานอีกประมาณนี้ ก็น่าจะสามารถเตรียมข้อมูลให้สมบูรณ์ที่สุด แล้วส่งมอบให้คณะกรรมการอิสระซึ่งจะจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญที่จะสานต่อเรื่องนี้ต่อ ก็น่าจะอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ อยากจะกราบเรียนที่ประชุมเพื่อความอุ่นใจว่าเราจะรับฟัง ข้อเสนอทั้งหมดและไปหาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วก็อาจจะจำเป็นต้องไปกราบเรียนรบกวนท่าน หาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อจะเตรียมเรื่องนี้ให้สมบูรณ์ส่งมอบให้กับคณะกรรมการอิสระแล้วเราก็ จะหมดหน้าที่อย่างสบายใจ ก็กราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่กรุณาให้ข้อมูล ให้ข้อเสนอแนะ เป็นอย่างดีมากครับ กราบขอบพระคุณครับ