สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ หารือประเด็นการก้าวข้ามสามกับดักของประเทศ ได้แก่ กับดักรายได้ปานกลาง ความเหลื่อมล้ำ และวิกฤตสิ่งแวดล้อม โดยเสนอแนวทางแก้ไขผ่านการปฏิรูประบบการเงินชุมชน สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม และการจัดตั้งธนาคารที่ดิน พร้อมเรียกร้องให้มีการตราพระราชบัญญัติรองรับสถานะทางกฎหมายของสถาบันเหล่านี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและที่ดินอย่างมั่นคง โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ประเทศไทยมีกับดักที่สำคัญอยู่ ๓ กับดัก คือ กับดักรายได้ ปานกลาง ซึ่งหมายถึงว่าประเทศไทยจะต้องหาทางก้าวให้พ้นจากการเป็นประเทศ รายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง หรือประเทศพัฒนาแล้ว กับดักที่ ๒ คือกับดัก ความเหลื่อมล้ำ ประเทศไทยจะต้องก้าวข้ามกับดักนี้ เพื่อให้ประชาชนคนไทยมีความ เสมอภาคทางโอกาสด้านเศรษฐกิจและสังคม กับดักสุดท้าย คือกับดักการก้าวข้ามไปสู่ ประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี
ในวันนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ ท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา และท่านกอบศักดิ์ ภูตระกูล จะได้กล่าวถึงแนวทางการก้าวข้ามกับดักความเหลื่อมล้ำ โดยจะกล่าวถึงเครื่องมือ พัฒนาฐานราก ๓ เรื่องด้วยกัน คือ เรื่องสถาบันการเงินชุมชน เรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคม และเรื่องธนาคารที่ดิน ปัจจุบันปรากฏว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนในระดับฐานรากยังมีเรื่องที่จะต้อง พัฒนาอยู่มาก แม้ว่าโดยทั่วไปจะมองเห็นว่าคนส่วนใหญ่ทั้งฐานะดีและฐานะไม่ดี สามารถที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เป็นอย่างดี เพราะมีสถาบันการเงินมากมาย ทั้งสถาบัน การเงินเอกชน สถาบันการเงินของรัฐ แต่แท้ที่จริงแล้วยังมีประชาชนอีกประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์หรือ ๑๑ ล้านคนที่ยังไม่มีบัญชีธนาคาร แสดงให้เห็นว่ายังมีผู้คน ในระดับฐานรากไม่ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ทางแก้เรื่องนี้ก็คือว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้ ระดับชุมชนมีสถาบันการเงิน เป็นระดับชุมชนที่สถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน พาณิชย์ หรือสถาบันการเงินของรัฐเข้าไปไม่ถึง ปัจจุบันมีสถาบันการเงินชุมชนเช่นนี้ อยู่จำนวนหนึ่งแล้ว กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่สถาบันการเงินเหล่านี้ยังไม่มีสถานะ ตามกฎหมาย การดำเนินการต่าง ๆ ยังดำเนินการโดยตัวบุคคลที่เป็นคณะกรรมการ การมีร่างพระราชบัญญัติสถาบันการเงินชุมชนเพื่อให้สถาบันการเงินชุมชนเหล่านี้ มีสถานะตามกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ซึ่งในเรื่องนี้ท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ จะได้เป็น ผู้นำเสนอถึงแนวทางในการปฏิรูปต่อไป
ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาทางสังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหา เรื่องความยากจน เรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข เรื่องสิทธิต่าง ๆ ทั้งในทางกฎหมาย ทางการเมือง และสิทธิอื่น ๆ ที่ยังขาดความเสมอภาคทางโอกาส ที่ผ่านมาหน้าที่ ในการแก้ไขปัญหาทางสังคมเป็นหน้าที่ของรัฐ จึงได้มีแนวทาง โครงการ มาตรการต่าง ๆ มากมายเพื่อที่จะนำไปแก้ไขปัญหาของสังคม รวมไปถึงการดำเนินการเพื่อให้มีสวัสดิการ ต่าง ๆ เกิดขึ้น นอกจากภาครัฐแล้วยังมีองค์กรไม่แสวงหากำไร ยังมีองค์กรอื่น ๆ ที่มีจิตสาธารณะต้องการที่จะแก้ไขปัญหาสังคม แต่อย่างไรก็ตามองค์กรภาครัฐก็ดี องค์กร ไม่แสวงหากำไรเหล่านั้นก็ดี ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล แต่องค์กรเหล่านี้มีเป้าหมายในการทำงานเพื่อสังคม ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งมีองค์กรเอกชนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน แต่เป้าหมาย ของการดำเนินงานเพื่อกำไร ทำอย่างไรจึงจะนำ ๒ ส่วน ๒ ภาคนี้ที่ดีมาแก้ไขปัญหา ของสังคมได้ นั่นก็คือการนำวิธีการบริหารของภาคธุรกิจแบบทุนนิยมมาแก้ไขปัญหาในภาคสังคม เป็นภาคส่วนที่ ๓ เรียกว่า วิสาหกิจเพื่อสังคม แทนที่จะดำเนินการโดยงบประมาณ ของภาครัฐ โดยเงินทุนขององค์กรไม่แสวงหากำไร แล้วก็ให้งบประมาณและเงินเช่นนั้น ทุก ๆ ปี มาทำเป็นวิสาหกิจที่ใช้วิธีการบริหารแบบธุรกิจ ซึ่งหมายความว่าองค์กรนั้น อยู่ได้ด้วยตัวเอง เพราะการบริหารแบบธุรกิจนั้นมีรายได้ที่เรียกว่ากำไรหลงเหลืออยู่ แต่องค์กรนี้เป็นองค์กรที่บริหารโดยมีเป้าหมายเพื่อสังคม เช่นวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นมา เพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) แล้วรับเฉพาะคนพิการที่เดินไม่ได้ เข้าทำงาน คุณสมบัติของผู้ที่ทำงานในวิสาหกิจนี้คือต้องเป็นคนพิการ เช่นร้านอาหาร ในประเทศอังกฤษบางร้านรับผู้เข้าทำงานที่เป็นนักโทษที่พ้นโทษออกมา เพื่อให้คนเหล่านั้น ไม่ต้องกลับเข้าไปในคุกอีก เพราะเขามีอาชีพ มีเกียรติ อยู่ในสังคมได้ เพราะจากสถิติ คนที่อยู่ในคุกนั้นเมื่อออกมาแล้วไม่เกินปีกลับเข้าไปอีกเป็นจำนวนมาก วิสาหกิจนี้ ก็เป็นวิสาหกิจเหมือนกับธุรกิจทั่วไปคือทำธุรกิจร้านอาหาร แต่แก้ปัญหาในสังคมก็คือ ไม่ให้นักโทษเหล่านั้นกลับเข้าไปอีก วิสาหกิจเพื่อสังคมในลักษณะเช่นนี้จะเป็นคำตอบ ที่ทำให้สังคมดีขึ้นด้วยวิธีการบริหารทางธุรกิจ ที่เรียกว่าวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งจำเป็นจะต้อง มีกฎหมายมารองรับ จึงได้มีการนำเสนอ พ.ร.บ. วิสาหกิจเพื่อสังคม โดยท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ในลำดับถัดไป
ประเทศไทยประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร แต่เกษตรกรถึง ๗๒ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีความมั่นคงด้านที่ดินทำกิน เกษตรกรถึง ๕๒ เปอร์เซ็นต์ต้องเช่าที่ ทำการเกษตร เกษตรกร ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต้องนำที่ดินไปจำนอง การที่ที่ดินไม่ได้อยู่ในมือ ของเกษตรกร การที่ที่ดินไม่ได้กระจายไปสู่มือของเกษตรกร การที่ที่ดินที่เคยอยู่ในมือ ของเกษตรกรไปตกอยู่ในมือของผู้ที่รับจำนอง รับขายฝาก ผู้ให้กู้ยึดไป ก็ทำให้ความมั่นคง ในเรื่องของที่ดินทำกินของเกษตรกรหวั่นไหว ไม่แน่นอน โครงการธนาคารที่ดิน จะเป็นโครงการที่นำที่ดินที่หลุดมือไปจากเกษตรกรกลับมาอยู่ในธนาคารที่ดิน แล้วเปิดโอกาสให้เกษตรกรก็ดี ชุมชนก็ดี มีโอกาสเป็นเจ้าของที่ดิน เพื่อที่จะให้ที่ดิน กลับมาอยู่ในความดูแลในการประกอบอาชีพของเกษตรกรดังเช่นแต่ก่อน การดำเนินการ เช่นว่านี้ได้จำเป็นจะต้องมีพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน ซึ่งในวันนี้ท่านกอบศักดิ์ ภูตระกูล จะได้เป็นผู้นำเสนอต่อท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติต่อไป
ผมขออนุญาตท่านประธานอนุญาตให้ท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ ท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ท่านกอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้นำเสนอตามลำดับไป ก่อนที่จะขอคำแนะนำ จากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในโอกาสถัดจากนั้นไป ขอบพระคุณครับ