สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๐ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. อันดับที่ ๗ ท่านประธานครับ ในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นการแตกขยาย แตกหน่อของ ศาลยุติธรรมทั้งหลาย เข้าใจว่าเราคงจะได้รับอิทธิพลจากประเทศยุโรป โดยเฉพาะประเทศ เยอรมนี ซึ่งท่านดอกเตอร์สุนทรียาจบพีเอชดี (P.hD) มา ก็ไม่ว่ากัน แล้วตอนนี้เราก็อยากมี ศาลสิ่งแวดล้ม ผมก็อยากจะฝากท่านประธานไปที่กรรมาธิการว่า ทบทวนสักนิดได้ไหมครับ ว่าการที่มีศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง แล้วก็ศาลเฉพาะทางต่าง ๆ นั้น ประเทศไทย โดยเฉพาะประชาชนชาวไทยได้ประโยชน์จริง ๆ หรือว่ามันมากองค์กร แล้วก็มาก งบประมาณ แล้วก็ความชํานาญการค่อนข้างจะจํากัด อยากจะให้ถามอันนี้เสียก่อนเพื่อจะ ได้มีสติเตือนสักนิดหนึ่งว่า จําเป็นที่เร่งด่วนที่จะต้องตั้งศาลสิ่งแวดล้อมหรือไม่อย่างไร ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า โพรลิเฟอเรชัน (Proliferation) ครับ การแพร่ขยายของศาลต่าง ๆ จําเป็นหรือไม่ ประเทศไทยก็ไม่ได้ใหญ่โตถึงขนาดนั้น ไม่ได้ร่ํารวย แล้วที่สําคัญจะไปโยงกับ บุคลากรจะมีศาลสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ถามว่ากระทรวงยุติธรรม คณะนิติศาสตร์ แล้วก็ ในขบวนของฝ่ายตุลาการทั้งหมด ถามว่ามีผู้พิพากษาชํานาญการทางด้านคดีสิ่งแวดล้อม กี่คน แล้วถ้าเผื่อจะมีศาลต้องการบุคลากรกี่คน มีตัวเลขไหมครับ มีการศึกษาเบื้องต้นหรือไม่ อันนี้ต้องถามเสียก่อน กับประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ระหว่างที่รอให้ขบวนการ สมมุติว่าข้อเสนอ อันนี้ผ่าน สปท. ไปที่รัฐบาล ไปที่ สนช. ออกกฎหมายอีกปีสองปีก็แล้วแต่ ก็ต้องถามกลับไป ที่กระทรวงยุติธรรมแล้วก็ฝ่ายตุลาการว่า คดีที่คั่งค้างอยู่ ทําไมมันถึงช้า ทําไมมันถึงมีปัญหา จะเร่งให้มันเร็วได้อย่างไร แล้วถ้าเผื่อเกิดมามีศาลยุติธรรมขึ้นมาแทน ณ วันนี้ต่างหาก เป็นการเฉพาะ จะช่วยแก้ปัญหาการติดขัดที่เรียกว่าเป็นบอตเทิลเนก (Bottleneck) ได้มาน้อยแค่ไหน อันนี้ต้องตอบเสียก่อน ไม่อย่างนั้นก็รอตีกินกันไปเรื่อย ๆ รอให้มี ศาลสิ่งแวดล้อมเสียก่อน มีอัตราขึ้นมาใหม่ มีตึกที่ทําการทั่วประเทศไทยอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องระมัดระวัง คราวนี้เมื่อกี้นี้เพื่อนสมาชิกคุณวรวิทย์ก็ได้พูดไว้แล้วเรื่องขบวนการ เคลื่อนไหวจะด้วยเจตนาบริสุทธิ์หรือไม่ จะเรียกว่าเอ็นจีโอ (NGOs) ก็ได้ กลุ่มชุมชน กลุ่มผลประโยชน์ก็ได้ ในเรื่องสิ่งแวดล้อมมักจะเป็นคดีระหว่างรัฐบาลหรือรัฐกับประชาชน แล้วก็มักจะมีเรื่องของวงการธุรกิจกับชุมชนกับประชาชน แล้วก็รัฐอยู่ตรงไหน แล้วก็เรื่องจะ มาที่ศาล คดีสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เป็นเรื่องของแพ่ง เรื่องของอาญา มันจะมีนัยของทางด้านสังคม การเมือง ที่เขียนว่าเป็นโซซิโอโพลิติคัล (Socio-Political) หรือว่าโซซิโออีโคโนมีโพลิติคัล (Socio-Economic Political) อย่างใหญ่หลวง ผู้พิพากษาเจ้าหน้าที่ในศาลสิ่งแวดล้อม ที่จะมีขึ้นนั้น มีจิตใจอันเข้มแข็งหรือเปล่าครับที่จะทานแรงงานกดดันที่จะมาจากพวกเอ็นจีโอ (NGOs) กลุ่มผลประโยชน์ ต้องระมัดระวังนะครับมันไม่ใช่คดีแพ่งของเบี้ยวค่าจ้าง สัญญา หรือคดีอาญาของการฆ่ากันอะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ใช่ มันมีรัฐก็คือตัวรัฐบาลเข้ามา เกี่ยวข้องมากมาย ต้องระมัดระวังและต้องคิดให้ดี

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน หนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา เรื่องสิ่งแวดล้อม ได้เข้ามาสู่สภานี้หลาย ๆ ครั้ง เราพูดกันในเรื่องของการฟื้นฟูป่าชายทะเล ต้นน้ํา ลําน้ํา ทั้งหลาย แล้วเราก็มีเป้าหมายว่าเราจะทําให้ประเทศไทยเขียวขึ้นอีก อย่างน้อยก็ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ของประเทศ เราก็พูดเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการ พระราชดําริของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ เราก็มีความหวังว่าประเทศไทยจะเป็นสีเขียว ชุมชน ธุรกิจและสิ่งแวดล้อมจะอยู่กันได้ แต่การที่บอกว่า ณ วันนี้เราจะมีข้อเสนอให้มีศาลยุติธรรม ว่าด้วยสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการกําลังจะบ่งบอกว่า ความเพ้อฝัน ความตั้งอกตั้งใจในการ ที่จะสร้างความเขียวและความสมดุลทางธรรมชาติ และธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นคน ที่เป็นโรงงานจะล้มเหลวใช่ไหมครับ หมายความว่าแล้วกฎหมายที่เราออกมามากมายในเรื่องของการฟื้นฟูป่ารักษาป่าอยากให้ ชุมชนเข้ามาดูแลท้องถิ่นเข้ามา ผมได้เสนอขอให้เฮลิคอปเตอร์กับเครื่องบินทุกลําของ ทุกหน่วยงาน ฝ่ายกองทัพตํารวจ รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บิน ๒๔ ชั่วโมงต่อวัน ภายในจังหวัดต่าง ๆ ที่จําเป็นต้องรักษาป่าหรือว่าให้มีการฟื้นฟู หรือไม่ให้มีการทําลายเพิ่มขึ้น ก็หมายความว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราคิดว่ามันคงจะล้มเหลวแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ไปว่าที่สุดทาง ก็คือหนทางสุดท้ายก็คือที่ศาลยุติธรรม เท่ากับว่าเราจะยอมรับความล้มเหลวไปในตัวแล้ว ใช่ไหมครับ คิดอ่านกันมาตั้งแต่ สปช. มาที่ สปท. ยังเหลืออีกปีครึ่งของรัฐบาล คสช. ก่อนจะ มีการเลือกตั้ง เรายอมแพ้กับตัวเองแล้วหรือครับ ถึงต้องมีศาลยุติธรรม แล้วก็คิดว่าเมื่อมี ศาลแล้วมันจะย้อนทางมาให้คนประพฤติดีได้ ข้าราชการเคารพกฎหมายไม่รับใต้โต๊ะ ไม่ทุจริต เจ้าหน้าที่ที่กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ บริสุทธิ์ผุดผ่อง ผู้มีอิทธิพลเกรงกลัวกฎหมาย ต่าง ๆ เหล่านี้หรือครับ เพราะฉะนั้นทําไมเราไม่มาใช้เวลาในการที่จะรณรงค์ แล้วก็กระทรวง ยุติธรรมฝ่ายตุลาการเองก็สามารถจะมีส่วนในการที่จะไปให้ความรู้ ท่านก็มีสถาบันการศึกษา ฝึกอบรมของท่านไปให้ความรู้ไม่ดีกว่าหรือครับ ในขณะเดียวก็เร่งคดีต่าง ๆ

ส่วนประเด็นสุดท้ายท่านพูดเรื่องวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) คือรวมทั้งเรื่องประเด็นที่จะเป็นของคดีที่จะมีทั้งเรื่องการปกครอง มีทั้งแพ่งและอาญา ให้มาอยู่แล้วก็ว่ากันทีเดียว ถ้าเผื่อท่านทํากับศาลสิ่งแวดล้อมอันนี้ได้ แล้ว ณ วันนี้ผม ขอความกรุณาท่านประธานและคณะกรรมาธิการทางด้านปฏิรูปกฎหมายว่าแล้วทําไมไม่เอา คดีหนึ่งที่มันควบทั้งเรื่องแพ่งและอาญามาว่ากันทีเดียวละครับ ก็จะถือว่าเป็นการปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างใหญ่หลวง ไม่ใช่มาเล่นกันในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ย้อนกลับไปแล้วก็ทํามันทุกเรื่องเลยครับ พวกกระผมก็มีคดีแพ่งอยู่ที่สนามบิน ๕๐๐ ล้านบาท แล้วก็ต้องมาที่ศาลอาญาก็ว่ากันทีเดียวให้มันเสร็จไป แล้วเร่งคดีสิครับ เรื่องเกิดมา ๕ ปีแล้ว เพิ่งไปศาลได้ครั้งเดียวเป็นเรื่องเป็นราวเพิ่งจะสืบพยานเป็นครั้งแรกมันมีความล่าช้าโอ้เอ้ จะด้วยเหตุผลอันใดก็แก้ไขได้ไหมครับ แล้วถ้าเผื่อเจ้าตัวจําเลยเกือบร้อยคนมาไม่ได้ก็มี ทนายความแล้วให้กระบวนการยุติธรรมให้ทนายความมาฟังศาลแทนได้ไหม สืบพยานได้ไหม หรือว่าคนหนึ่งหนีคุกหนีตะรางไปอยู่ต่างประเทศฟ้องคนอื่นได้ในประเทศไทยทั้งหมด แต่ว่า กระบวนการ ยุติธรรมของไทยจากที่นี่ไปถึงเขาไม่ได้มันก็มีความเหลื่อมล้ําแล้วก็มีการเลือกปฏิบัติ เดี๋ยวมีคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นมาเจ้าตัวใหญ่ก็วิ่งไปอยู่ต่างประเทศก็ทําอะไรไม่ได้ นั่งอยู่ต่างประเทศ ก็ฟ้องมาได้ว่าใครมาบุกรุกที่ดินของตนเองต่าง ๆ เหล่านี้ เอาเรื่องเฉพาะหน้าก่อนก็แล้วกัน คดีที่มีอยู่ให้มันเสร็จทั้งหมดภายใน ๖ เดือนได้ไหมครับ แล้วค่อยมาพูดกันอีกทีว่าควรจะมี ศาลสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธานครับ