อําพล ชูร่าง พ.ร.บ. กองทุนเยียวยาผู้เสียหายรักษาพยาบาล

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๐

อําพล จินดาวัฒนะ หารือร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเยียวยาผู้เสียหายจากการรักษาพยาบาล โดยเน้นว่าความผิดพลาดอาจเกิดจากระบบมากกว่าบุคคล จึงเสนอให้จัดตั้งกองทุนเยียวยาครอบคลุมทุกระบบประกัน เพื่อลดข้อพิพาท ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการและผู้ป่วย พร้อมส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพบริการจากข้อมูลความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

นายอําพล จินดาวัฒนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ในฐานะกรรมาธิการครับ พอดีท่านประธานท่านได้มอบหมายไว้ ให้เพิ่มเติมจากท่านชูศักดิ์นะครับ จริง ๆ แล้วเมื่อสักครู่ท่านชูศักดิ์ท่านได้รายงานสาระสําคัญ ค่อนข้างจะสมบูรณ์ กระผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมเพียงเพื่อเป็นการย้ําประเด็น แล้วก็เพื่อเพื่อนสมาชิกได้เห็นความชัดเจน ความกระจ่าง กระผมขออนุญาตกล่าวเพิ่มเติม ง่าย ๆ ครับว่าเวลาเรารับประทานอาหารเราหวังประโยชน์จากอาหาร แต่หลายกรณี เราก็ท้องเสียหรืออาจจะเป็นโรคจากอาหารที่ไม่ดีก็ได้ เราซื้อข้าวซื้อของ เราไปใช้บริการ อะไรก็ตามเราก็หวังได้ประโยชน์ แล้วก็ได้ประโยชน์ แต่ก็อาจจะมีโทษหรือมีสิ่งที่เป็นผล แทรกซ้อนตามมา ทีนี้เวลาเราไปรักษาพยาบาล ไปหาหมอเราก็หวังประโยชน์นะครับ ไม่ตาย ไม่พิการ หาย หายปกติ หายเร็ว ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นความจริงว่า บางครั้งป่วยอย่างหนึ่งเวลาไปแล้วมันตายได้ หรือพิการ หรือต้องรักษานาน หรือเป็นอะไร มากขึ้นกว่าเดิม กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าสมัยผมเป็นหมออยู่บ้านนอกรุ่น ๆ ไล่กับ คุณหมอชูชัยนะครับที่เราไปทํางานกัน บางทีคนไข้ก็ตายคามือเราครับ ไม่ใช่ความผิดของเรา ก็มี หรือบางทีเราก็อ่อนประสบการณ์ก็มี หลายกรณีเราเคยต้องจัด สมัยก่อนเราจัดมวย การกุศลกันเสมอเลยครับเอาเงินไปช่วยครอบครัวที่เขาตายหรือพิการ หรือเสียหายจาก ระบบบริการ ซึ่งมันก็มีได้ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดนะครับ แล้วเวลาเกิดก็ไม่ได้เป็นความผิด ของหมอ หรือพยาบาล บุคลากรอย่างเดียว มันมีเหตุอื่น ๆ ได้ด้วยครับ แต่เราก็สัมพันธ์ ด้วยกันได้ดี บางโรงพยาบาลคนไข้ตายก็ไปรับลูกเขาเรียนหนังสือจนเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ ของโรงพยาบาล ถ้าท่านดูร่างกฎหมายฉบับนี้ เมื่อสักครู่ก็มีเขียนว่าการเยียวยาไม่ใช่แค่เงิน อื่น ๆ ก็ได้ จะทําให้สังคมมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันครับ ปกติแล้วผู้ป่วยและญาติไปหาหมอ เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกัน ไม่ใช่เป็นคู่ปฏิปักษ์ ไม่ใช่คู่ต่อสู้กัน เลยครับ แต่ทีนี้พอเวลาระบบมันก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ บางกรณีกลายเป็นคู่ต่อสู้หรือเป็น ปฏิปักษ์กันไปซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย อันนี้ท่านชูศักดิ์ท่านก็ได้กล่าวไปแล้ว ทีนี้เวลาเหตุที่มันเกิดบางคนจะไปเข้าใจว่าหมอหรือพยาบาลทําผิด อันนั้นจริงครับ อาจจะมี บางส่วน อาจจะประมาทเลินเล่อ หรือความรู้ไม่พอ หรือผิดพลาดไปบ้าง มันก็เกิดได้ แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เสียหายจากระบบบริการการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเราเรียกง่าย ๆ ว่า การรักษาพยาบาล มันเกิดได้ตั้งแต่ยาครับ เวชภัณฑ์ เครื่องไม้เครื่องมือ คนก็มีส่วน ตัวระบบ บริการก็สําคัญมากครับ เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีกรณีหนึ่งที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเขาได้ทําโครงการ รักษาผ่าตัดต้อกระจกให้ผู้ป่วยเป็นจํานวนมาก เจตนาดีไม่คิดเงินเลยนะครับ จัดระบบอย่างดี เป็นโรงพยาบาลของรัฐ วันดีคืนดีผ่าตัดไปแล้วคนไข้ติดเชื้อ มีตาบอดด้วย พอมารู้ ก็เกิดตั้งหลายราย ปรากฏว่าเรื่องนั้นหมอก็ตั้งใจ ใครก็ตั้งใจ ดีไปหมดเลยครับ ก็ไปตรวจ พบว่ามีเชื้อโรคบางอย่างอยู่ในน้ําเกลือที่มีระบบอย่างดีแล้ว แต่มันไปผิดพลาดที่ระบบ แต่สิ่งที่เสียหายเกิดแล้วครับ เขามาผ่าตัดต้อกระจกแถมไปอีกอย่างหนึ่งคือตาบอด เป็นเรื่องใหญ่สําหรับคนที่เสียหาย แล้วก็ไม่มีใครอยากให้เกิด อันนี้คือปัญหาจากระบบ ที่สําคัญคือในทางการแพทย์และสาธารณสุขเวลารักษาโรคภัยมันเกิดแทรกซ้อน โดยไม่รู้สาเหตุนี่เยอะมาก ผมอยากจะกราบเรียนว่าจากข้อมูลการวิจัย ในประเทศสหรัฐอเมริกาถือว่าการแพทย์ก้าวหน้าที่สุดในโลก ในแต่ละปีมีการวิจัย พบว่ามีผู้ป่วยที่ตาย เฉพาะที่ตายจากการแทรกซ้อนจากไปรับบริการเป็นหมื่นคนครับ ยิ่งระบบที่ดีเท่าไร ใช้ยามาก ตรวจรักษา ทําโน่นทํานี่มากยิ่งมีโอกาสแทรกซ้อนมาก ไม่ได้มี ใครอยากให้เกิดครับ ถ้าเราไม่ไปผ่าตัดเราก็ไม่มีผลแทรกซ้อนในการผ่าตัด แต่ถ้าเราผ่าตัด หรือรักษามากก็มีโอกาสเสี่ยงมาก สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นในบ้านเราครับ เพราะว่าการแพทย์ และสาธารณสุขเราก้าวหน้ามากเราก็พัฒนามาเรื่อย ๆ พอเกิดความขัดแย้ง ผมกราบเรียนว่า เมื่อสมัยก่อนนี้พวกเราไปทํางานกันคุยกันได้ แล้วก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่พอสังคม เปลี่ยนไปแล้วไม่ง่ายแล้วครับ มันมีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง มีเรื่องสิทธิของคน ทั้งสิทธิทางฝ่ายผู้รับบริการ ผู้ป่วย และหมอ มันเกิดความไม่ไว้วางใจกันขึ้น แล้วก็ เป็นปรากฏการณ์ที่ลามมาจากเรื่องเงินนะครับ บางกรณีต้องจ่ายเงินมากแล้วก็เสียหาย ก็รู้สึกว่ามันไม่น่าจะเสียหาย ก็เริ่มมีการฟ้องร้อง มีการกระทบกันไปเรื่อย ๆ และปัจจุบัน ไปกระทบเดือดร้อนอยู่ที่โรงพยาบาลของรัฐที่ดูแลประชาชนเป็นส่วนใหญ่ ขาดความพร้อม เรื่องบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ และระบบ พอเกิดความเสียหายตอนนี้ก็เกิดการฟ้อง พอเกิดการฟ้องมันกลายเป็นวงจรอุบาทว์ครับ ฝ่ายหมอ พยาบาลก็ต้องปกป้องตัวเอง ต้องระมัดระวังมากเพราะว่ากลัวถูกฟ้อง สัมพันธ์ที่ดีอย่างที่ผมเคยเรียนว่าจัดมวยการกุศล มันหายไปแล้ว ช่วยเหลือกันอย่างนี้มันหายไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับท่านประธาน ผมเพิ่งไป เยี่ยมโรงพยาบาลชุมชนที่ผมเคยทํางานอยู่เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว สมัยก่อนเราผ่าตัดทุกอย่าง ที่เราคิดว่าเราทําได้ ช่วยเหลือ ทําเต็มที่ วันนี้ผมไปดูน้องก็เพิ่งแนะนําว่าห้องผ่าตัดแทบไม่ได้ ทําอะไรเลย มีแต่ผ่าตัดทําหมันเล็กน้อย แล้วก็ทําแผลเล็กน้อย ไม่ได้ทําครับ เพราะเกิด ความหวาดกลัวการถูกฟ้อง เพราะฉะนั้นเมื่อมีอะไรที่เกินขีดความสามารถนิดหนึ่งส่งต่อเลย ระบบกําลังเป็นอย่างนี้ ความหวาดวิตก ความกลัวในหมู่ของคนที่เป็นแพทย์ พยาบาล ก็เกิดขึ้น ฝ่ายผู้ป่วย ฝ่ายญาติก็รู้สึกกลัวจะถูกปัญหาเรื่องแทรกซ้อน คดีความที่ท่านชูศักดิ์พูด ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เป็นผลดีเลย คราวนี้พอเป็นช่องว่างก็คุยกันไม่รู้เรื่องพอเราไปฟ้องแล้ว เมื่อกี้ผมกราบเรียนตอนทีแรกก็เป็นมิตรกันดีพึ่งพาอาศัย แต่พอฟ้องเมื่อไรก็เป็นฝ่ายที่จะต้อง เอาชนะกัน ข้อมูลที่ฝ่ายระบบบริการแพทย์และสาธารณสุขก็ต้องปิด เอาข้อมูลเท่าที่มีให้ เพราะว่าเดี๋ยวจะเกิดการฟ้องร้อง ถ้าไม่มีระบบที่ดี ไม่มีการพัฒนาคุณภาพบริการหรอกครับ มีแต่ต้องปิดข้อมูลเพราะว่าจะไปสู่การฟ้องร้องกัน ก็เลยไม่เป็นมิตร ทีนี้ระบบที่เกิดขึ้นอันนี้ ที่มีความพยายามผลักดันที่ท่านชูศักดิ์บอกทํามานานแล้ว ผมเองดีใจที่ท่านประธาน แล้วก็ ท่านชูศักดิ์ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมาธิการหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วทางเราก็ให้กําลังใจ กันมาตลอดว่าเที่ยวนี้ท่านเป็นคนกลางที่มาทําเรื่องดี ๆ เหล่านี้ให้เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้หน่อยสิ เมื่อตอนที่แล้วพอเกิดร่าง พ.ร.บ. ขึ้นมามันเกิดความขัดแย้งทั้ง ๒ ฝ่าย มีมุมบางอย่าง ที่มองไม่ตรงกันก็เลยติดขัดมาครับ ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีเหลือเกินนะครับ คืออย่างนี้ครับ ถ้าในประเทศสหรัฐอเมริกาเขาจะปล่อยระบบให้ไปฟ้องกันครับ เพราะฉะนั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกานี่ฟ้องกันหนักมาก หมอ พยาบาลก็ต้องประกันการรักษาพยาบาล ของตัวเองนะครับ ทําคลอดวันนี้ประกันออกไป ๒๐-๓๐ ปีข้างหน้าเลยเพราะอาจจะถูก กลับมาฟ้องว่าวันนั้นทําคลอดแล้วทําให้ลูกเขาโง่ เขาไปรู้ตอนอายุ ๒๐ ปี แย่เลยครับ สังคม ก็เกิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน ค่าใช้จ่ายแพงมาก ต้องจ้างนักกฎหมายทั้ง ๒ ฝ่าย ทีนี้ มีบางประเทศในกลุ่มยุโรปและหลายประเทศเขาจะสมานฉันท์รักษาความสัมพันธ์อันนี้ เขามีกองทุนครับ กองทุนนี้คืออันนี้เลยละครับ เขาตั้งกองทุนขึ้นมาโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด ถ้าใครตาย บาดเจ็บ เสียหายจากการเข้าไปรับบริการ อย่าไปไล่ว่าใครถูกผิด เมื่อกี้ที่ผม เรียนแล้วมันผิดเกิดขึ้นตั้งแต่บุคคลก็ได้ ระบบก็ได้ ยาก็ได้ ไม่รู้สาเหตุก็ได้ เมื่อไปพิสูจน์ถูกผิด ค่าใช้จ่ายสูงมาก แล้วในที่สุดก็อาจจะมีทั้งถูกและผิด หาได้และไม่ได้ หลายเรื่องไม่รู้หรอกว่า มันผิดตรงไหน แต่กองทุนแบบนี้เขาจะมาช่วยคนที่เสียหาย ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด ก็ไปช่วยคนที่เสียหาย เงินเอามาจากไหน ท่านก็บอกไปแล้ว เงินก็เอามาเพียงเล็กน้อย จากตัวระบบบริการนั่นแหละเอามาเป็นกองทุน แล้วมีคณะกรรมการ มีใครมาช่วยพิจารณา ดูแล สัมพันธภาพจะดีมากเลยครับ ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกครับ ผมยกตัวอย่าง ถ้าผมรักษาคนไข้คนหนึ่งแล้วปรากฏว่าเขาเกิดผลแทรกซ้อน อาจจะผมพลาดก็ได้ หรือระบบ ไม่ดีก็ได้ เราไม่ได้อยากให้เกิดหรอก แต่เมื่อเกิดแล้วและมีกองทุนแบบนี้เราเป็นหมอ เราจะสบายใจมากเลยที่จะบอกว่ามีกองทุนนี้อย่างน้อยก็เยียวยาช่วยเหลือคุณได้ เราจะเป็น ตัวตั้งตัวตีเลยบอกนี่มาช่วยกันเลยแจ้งไปที่กองทุนให้เขามีกรรมการพิจารณาและช่วยเหลือ ไม่ใช่ปกป้องความผิดของเราเอง แต่ช่วยเหลือเขา สัมพันธภาพจะดีมาก เหมือนกับที่ เมื่อกี้ผมว่าจัดมวยการกุศลหาเงินมาช่วย แต่เมื่อมีกองทุนก็จะมีคนกลางที่เข้าไปช่วยเหลือ สัมพันธภาพจะไม่มีปัญหาเรื่องคลอนแคลน การฟ้องร้องก็น้อยลง และข้อมูลผิดพลาด ที่เกิดขึ้นฝ่ายบริการก็จะพร้อมมากในการพิสูจน์หรือจะตรวจสอบว่ามันผิดที่ไหน เพื่อเอาไป แก้ไขให้ดีขึ้น พัฒนาระบบบริการได้ แต่ถ้าเป็นระบบฟ้องไม่กล้าให้ข้อมูลอะไรทั้งนั้น เพราะข้อมูลจะไปเป็นอันตรายในการเอาแพ้เอาชนะกัน อันนี้ก็เป็นลักษณะแบบนั้น

ทีนี้เมื่อมีกองทุนนี้ผมกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าบ้านเรา ใช้แล้วครับ มีพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครอบคลุมคน ๔๐-๕๐ ล้านคน เมื่อปี ๒๕๔๔ มีมาตรา ๔๑ ให้มีการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นสําหรับผู้ได้รับความเสียหาย เราเอาหลักนี้มาใช้แล้วในบ้านเราได้ผลดีมากครับ ในระบบนี้มีคณะกรรมการ ๑๓ เขต เหมือนที่ท่านชูศักดิ์ว่าเลย ลงมือปฏิบัติแล้ว มีทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ฝ่ายประชาชน ฝ่ายผู้เสียหาย ฝ่ายบริการมานั่งดูแล้วก็เยียวยา การฟ้องร้องในระบบนั้นลดลงไปมากเพราะว่าเขาได้รับ การเยียวยา ถ้าใครเสียหายเราก็จะรู้นะครับว่ามันเสียหายมากถ้าได้เยียวยาก็จบไป ทีนี้ในระบบอีก ๒ ระบบคือสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัวยังไม่มีครับ อีกระบบหนึ่งคือระบบประกันสังคม เป็น ๘,๐๐๐,๐๐๐-๙,๐๐๐,๐๐๐ คนก็ไม่มี ที่จะดูแลตรงนี้ครับ พ.ร.บ. นี้ครั้งนี้ที่จะแก้ไขก็คือจะขอให้มันครอบคลุมทั้ง ๓ ระบบนี้ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ แต่ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ท่านจะเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้ยังไม่ครอบคลุมการไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ที่คลินิก การไปแบบเอกชน ที่จ่ายเงินเองจากกระเป๋าไม่ได้อยู่ในระบบหลักประกัน แต่ก็เป็นการเปิดช่องทางไว้ ในวันข้างหน้าถ้าระบบเหล่านั้นเหมาะสมเขาก็อาจจะมาเข้าในระบบนี้พ่วงเข้ามากับ พ.ร.บ. นี้ก็ได้ในวันข้างหน้า อันนี้ก็จะเกิดผลดีที่เกิดขึ้นครอบคลุมมากขึ้น ความเสียหาย มีแน่นอน อย่างที่ผมเรียนแล้วอาจจะเกิดจากอะไรก็ได้ คนที่เสียหายได้รับการเยียวยาครับ ถ้ามีกฎหมายนี้ รักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ลดการเป็นคดีความ รกโรงรกศาล ฟ้องร้องกัน เป็นศัตรูกัน และเมื่อกี้ท่านชิดชัยบอกผมเวลาฟ้องทีไม่มีใครชนะเลยครับ แพ้กันหมดทุกฝ่าย และข้อที่ ๔ คือข้อมูลความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนําไปสู่การพัฒนาคุณภาพตัวระบบบริการ ถ้าเราทําเรื่องนี้ได้เร็วเท่าไรเราจะหยุดความขัดแย้งระหว่างแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยได้เร็ว สังคมก็จะเย็นมากขึ้น ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทั้งหมดนี้ผมก็ขออนุญาตกราบเรียน โดยขออนุญาตไม่ลงไปในเนื้อทั้งหมดนะครับ เพราะเนื้อนั้นท่านชูศักดิ์และในรายงาน ได้พูดไว้ชัดเจนแล้ว กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ