กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพอย่างสูง กระผม นายคุรุจิต นาครทรรพ สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๐๒๓ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ในวันนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงาน ขอนําเสนอรายงาน เรื่อง การส่งเสริมกิจการไฟฟ้าเสรีที่ใช้พลังงานทดแทน ในระดับชุมชน ซึ่งอยู่ในหัวข้อที่ได้นําเสนอในแผนปฏิรูปหลัก เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ คือพลังงานทดแทนของชุมชน โดยชุมชนและเพื่อชุมชน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในหัวข้อของพลังงานทดแทนนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ก็ได้นําเสนอรายงานต่อสภาแห่งนี้ในชุดของพลังงานทดแทนไปทั้งสิ้นแล้ว ๔ เรื่องนะครับ ได้แก่ เรื่องที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน เรื่องที่ ๒ ก็คือ แนวทาง ปรับปรุงโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงชีวภาพเอทานอล (Ethanol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) เรื่องที่ ๓ ก็คือการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็วเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก ให้กับเกษตรกร สร้างป่าและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เรื่องที่ ๔ ก็คือการแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อมจากขยะมูลฝอยด้วยการแปรรูปขยะเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน
วันนี้ก็เป็นเรื่องที่ ๕ ในชุดของพลังงานทดแทนก็คือการส่งเสริมกิจการ ไฟฟ้าเสรีที่ใช้พลังงานทดแทนในระดับชุมชน โดยการศึกษาวิเคราะห์ในเรื่องดังกล่าว มีคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปกิจการไฟฟ้าพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์ พลังงานที่มีศาสตราจารย์ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ทําหน้าที่ ศึกษา ผลการศึกษาโดยสรุปหลัก ๆ ก็คือเราพบว่ากิจการไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นระบบผู้รับซื้อใหญ่รายเดียวที่เรียกว่า เอนฮานซ์ ซิงเกิล บายเออร์ (Enhanced Single Buyer) ก็คือมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและการไฟฟ้าฝ่ายจําหน่ายคือ กฟน. และ กฟภ. เป็นผู้รับซื้อ แล้วก็จําหน่ายให้กับผู้บริโภค เอกชนยังไม่สามารถซื้อขายไฟฟ้าด้วยกันเองหรือขายตรงให้กับ ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าได้ ยกเว้นเป็นประเภทของโรงไฟฟ้าที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่ใช้ระบบ โคเจนเนอเรชัน (Cogeneration) ผลิตเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรม แล้วก็เหลือเพื่อ ขายให้กับระบบ ในอดีตที่ผ่านมาคนทั่วไปก็มักจะมองว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน มีต้นทุนสูง ต้องมีการอุดหนุนจากภาครัฐและค่าไฟฟ้าในเรื่องของค่าไฟฟ้าราคารับซื้อไฟฟ้า แล้วก็ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนก็ยังไม่สามารถจะเรียกได้ว่าเป็นไฟฟ้าที่เสถียร คือมาโดย สม่ําเสมอ รัฐบาลที่ผ่านมาจึงต้องมีมาตรการส่งเสริมให้เกิดการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงาน ทดแทน ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาดในราคาพิเศษ ในรูปของค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มที่เรียกว่า แอดเดอร์ (Adder) หรือในรูปของค่าไฟฟ้าแบบคงที่ ฟีด อิน แทริฟ (Feed in Tariff) เป็นต้น และนําค่ารับซื้อไฟฟ้าเหล่านี้มาเฉลี่ยอยู่ในค่าเอฟที (FT) ที่คิดจากประชาชน โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน จึงมักจะมีการรับซื้อที่จํากัดในแต่ละประเภท ของพลังงานทดแทน และแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับข้อจํากัดของระบบสายส่งและสายจําหน่าย ส่งผลให้พลังงานทดแทนที่นําไปผลิตไฟฟ้าเติบโตได้อย่างช้า ๆ แต่ประเทศของเราก็มีแผนที่ รัฐบาลกําหนดในการส่งเสริมพลังงานทดแทน ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นทําอย่างไรที่จะให้เกิด การเจริญเติบโตได้มากกว่านี้ในเรื่องของพลังงานทดแทนที่นํามาผลิตไฟฟ้า คณะกรรมาธิการ โดยคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการไฟฟ้าพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน จึงได้ ทําการศึกษาถึงข้อจํากัดต่าง ๆ และเสนอให้มีการซื้อขายไฟฟ้าที่ผลิตโดยพลังงานทดแทน ระหว่างเอกชนผู้ผลิตด้วยกันเองและผู้บริโภคในชุมชนได้อย่างเสรี โดยอาศัยสายส่งของ ระบบจําหน่ายที่มีเหลือทําการนํากระแสไฟฟ้าเหล่านี้ไปยังผู้บริโภคตกลงกันเอง ในราคาที่ ตกลงกันเองเสรีโดยไม่ต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งในรายละเอียดกระผมก็จะขอให้ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม รองประธานกรรมาธิการ คนที่สอง และในฐานะ ประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการไฟฟ้าพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน ได้นําเสนอต่อไป ก่อนที่จะให้อาจารย์ดุสิตนําเสนอกระผมก็อยากจะขอกล่าวสักนิดว่า พลังงานทดแทนผู้ผลิตส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ผลิตรายเล็ก ถ้าเราจะเรียกในศัพท์ที่เข้าใจทั่วไป ก็คือเอสเอ็มอี (SMEs) ทีนี้มันจะไปถึงประชาชนหรือชุมชนได้อย่างไร โจทย์ของพลังงาน ทดแทนในเรื่องนี้ก็คือว่าแม้พลังงานทดแทนจะมีผู้ผลิตหลายขนาด จะเป็นเอกชนผู้ประกอบการ หรือจะเป็นสหกรณ์ หรือจะเป็นชุมชนรวมตัวกันขึ้นมาทําเองก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วพลังงานทดแทนที่นําไปผลิตไฟฟ้าจากประเทศเรามันต้องมีวัตถุดิบ มันต้องใช้ วัตถุดิบจากพืชผลทางการเกษตร แล้วพลังงานทดแทนที่แม้แต่จะมาจากแสงอาทิตย์ ถ้าลงไปถึงระดับครัวเรือน ปัจจุบันประชาชนทุกคนก็สามารถจะติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) บนหลังคาบ้านของตนเองได้ แล้วการส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าเสรีในระดับ ชุมชนมันก็คือโครงการที่จะก้าวไปสู่สมาร์ตกริด (Smart Grid) หรือไมโครกริด (Micro Grid) ที่เปิดให้มีการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตรายเล็ก มันก็ต้องเริ่มจากรายใหญ่ แล้วก็ในที่สุด ก็ลงไปสู่รายเล็ก และมันก็จะลงไปถึงชุมชน ก็คือว่าประชาชนในชุมชนมีโอกาสที่จะผลิต ไฟฟ้าเอง และมีโอกาสที่จะเลือก ที่จะซื้อไฟฟ้า ไม่แต่เพียงจากผู้ผลิตรายใหญ่ แต่ผู้ผลิต รายเล็กด้วย เพราะฉะนั้นนั้นนี่คือหลักการของรายงานนี้ ในลําดับต่อไปผมขออนุญาตให้ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม ได้นําเสนอสาระสําคัญของรายงานในเรื่องนี้ ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ