กฤษณะ ชี้ปัญหาช่องว่างกฎหมายคดีอาญา หนุนชุมชนร่วมยุติธรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐

กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ หารือเกี่ยวกับความจำเป็นในการพัฒนามาตรการทางเลือกแทนการควบคุมตัวผู้กระทำผิดทางอาญา โดยเน้นย้ำถึงปัญหาช่องว่างของกฎหมาย ความปลอดภัยในสังคม และการคุ้มครองผู้เสียหาย พร้อมเสนอให้ส่งเสริมบทบาทของชุมชนและองค์กรสหวิชาชีพในการมีส่วนร่วมกระบวนการยุติธรรม เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำและผลักดันการปฏิรูปตามมาตรฐานสากล

พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ รองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรม และเป็นประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเพิ่มประสิทธิภาพในการอํานวยความ ยุติธรรมเพื่อประชาชน ขอนําเสนอรายงาน เรื่อง การพัฒนามาตรการต่อผู้กระทําผิดอาญา แทนการควบคุม ตัวที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า นอนคัสโตเดียลเมเชอร์ (Non-custodial Measures) โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรสหวิชาชีพและชุมชน เพื่อที่ประชุมในวันนี้ ได้กรุณาพิจารณา โดยกระผมจะกล่าวนําในเบื้องต้น ในส่วนของรายละเอียดขอมอบให้ ดอกเตอร์สุนทรียา เหมือนพะวงศ์ อนุกรรมาธิการ ซึ่งตําแหน่งประจําคือผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ประจํากองผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งท่านผู้นี้ก็ได้สําเร็จการศึกษาด้านกฎหมาย ปริญญาโท ปริญญาเอก จากประเทศเยอรมนี ซึ่งถือว่ากฎหมายในประเทศดังกล่าวนี้ ยากที่สุด ดอกเตอร์สุนทรียาก็ยังเป็นผู้วิจัยงานด้านวิชาการทางกฎหมายให้กับ หลายหน่วยงาน รวมทั้งทํางานด้านวิจัยให้กับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ที่เรียกว่า ทีไอเจ (TIJ) ที่เป็นองค์การมหาชน เป็นผู้นําเสนอในรายละเอียดที่ประชุมต่อไป

กระผมขอเรียนว่า มันจะมีคําถามว่า ทําไมจําเป็นต้องพัฒนามาตรการต่อ ผู้กระทําผิดอาญาแทนการควบคุมตัว ที่ภาษาเรียกว่า นอนคัสโตเดียลเมเชอร์ (Non- custodial Measures) โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรสหวิชาชีพและชุมชน คําตอบที่จะเรียน ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านว่า คําตอบก็จะอยู่ในคดีตัวอย่างดังต่อไปนี้นะครับ ซึ่งเป็นเพียง ส่วนหนึ่งหรือส่วนน้อยนิดที่ยกมาเรียนให้กับท่านสมาชิกได้ทราบ ซึ่งจริง ๆ แล้วคดีมีมากกว่านี้ เหตุผลทําไมต้องมีการพัฒนาในเรื่องนี้ ก็คือตัวอย่างกรณีคดีฆ่าและข่มขืนครูที่จังหวัดสระบุรี ผู้ต้องหาเคยต้องโทษคดีข่มขืนในปี ๒๕๕๖ คดีฆ่าหั่นศพที่หนองบัวลําภู และอุดรธานี ซึ่งถือว่า เป็นฆาตกรรมต่อเนื่องที่เรียกว่าซีเรียลคิลเลอร์ (Serial Killer) ผู้ต้องหาเคยต้องคดีลักทรัพย์ และติดยาเสพติดอย่างรุนแรงจนประสาทหลอน คดีฆ่าโดยใช้มีดแทงคออดีตนักศึกษา วิศวกรรมเพื่อชิงโทรศัพท์ไอโฟน (iPhone) ซึ่งผู้ต้องหาเคยมีประวัติก่ออาชญากรรมร้ายแรง มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด คดีเยาวชนชื่อหมู ขออนุญาตนะครับ ที่ไม่ได้เป็นหมูแผ่น นะครับ คงทราบดีว่าคือหมูอะไร ที่ฆ่าคนแล้วบอกว่า ฆ่าคนนี้เหมือนฆ่ามด เยาวชนคนนี้ เคยต้องคดีฆ่าชิงทรัพย์มาแล้ว ๒ ครั้ง และหนีประกันตัวในชั้นศาลมาก่อเหตุ อันนี้เป็น เหตุผลว่าทําไมจําเป็นจะต้องมีการพัฒนาหรือปฏิรูปในเรื่องที่นํารายงานต่อทุกท่านในวันนี้

ส่วนสภาพปัญหานอกจากคดีตัวอย่างก็สรุปเรียนได้ว่า

๑. จํานวนผู้กระทําความผิดอาญาที่ไม่ถูกควบคุมตัวมีเพิ่มมากขึ้น มีการ ปล่อยตัวชั่วคราว มีการใช้มาตรการพิเศษแทนการดําเนินคดีอาญา มีคําพิพากษารอการ ลงโทษหรือรอการกําหนดโทษ มีคําสั่งพักการลงโทษ หรือลดวันต้องโทษ

๒. สภาพปัญหาที่กฎหมายเปิดช่องให้โอกาสแก่ผู้กระทําความผิดอาญา มากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องถูกดําเนินคดีหรือไม่ต้องรับโทษจําคุก เพื่อให้โอกาสฟื้นฟูตนเองกลับไป อยู่กับสังคมอีกครั้ง

๓. สภาพปัญหาต่อมา ขาดความสมดุลระหว่างเสรีภาพของผู้กระทําความผิด กับสิทธิของผู้เสียหายและความปลอดภัยของสังคม

๔. การขาดการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรม ของรัฐ และ

๕. สภาพปัญหาสุดท้าย องค์กรสหวิชาชีพและชุมชนยังขาดโอกาสในการ มีส่วนร่วมและไม่ได้รับการสนับสนุนให้มามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการ ยุติธรรมของประเทศไทย

ในส่วนของมาตรฐานหรือหลักสากลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คณะอนุกรรมาธิการ ก็ได้ศึกษาก็พบว่ามีหลักสากลหรือมาตรฐานของสหประชาชาติดังต่อไปนี้ ๑. กฎแห่ง สหประชาชาติว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ําเกี่ยวกับการไม่ควบคุมตัวหรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กฎแห่งกรุงโตเกียว เดอะ โตเกียว รูลส์ (The Tokyo Rules) กฎต่อมาก็คือกฎแห่งกรุงปักกิ่ง รวมทั้งกฎแห่งกรุงเทพมหานคร ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมาธิการในการป้องกันอาชญากรรม และกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของสหประชาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ ที่ผ่านมา ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่ประชุมของคณะกรรมาธิการดังกล่าวของ สหประชาชาติได้เห็นชอบกับข้อมติที่ผู้แทนประเทศไทยเสนอเรื่อง ขออนุญาตนําเสนอเป็น ภาษาอังกฤษเรื่อง โปรโมตติง แอนด์ เอ็นเคอเรจจิง ดิ อิมพลีเมนเทชัน ออฟ อัลเทอร์เนกิฟ ทู อิมไพรชันเมนต์ แอส พาร์ต คอมพรีเฮนซีฟ ไครม์ พรีเวนชัน แอนด์ คริมินอล จัสทิซ โพลิซี (Promoting and encouraging the implementation of alternative to imprisonment as part comprehensive crime prevention and criminal justice policies) โดยข้อมติ ที่ประเทศไทยเสนอนั้นสรุปแล้วก็คือเป็นการพิจารณาหาทางเลือก หาทางป้องกันมิให้เกิด การกระทําผิดซ้ําซาก โดยข้อมติดังกล่าวนั้นได้พัฒนาจากกฎแห่งกรุงโตเกียว โดยข้อมติ ที่ประเทศไทยเสนอนั้นมีหลักการที่สําคัญคือรัฐควรสนับสนุนมาตรการทางออกแทน การควบคุมตัว โดยคํานึงถึงหลักแห่งความได้สัดส่วน หลักความคุ้มครองเหยื่อหรือผู้เสียหาย หลักความคุ้มครองความปลอดภัยของสังคม และประการสุดท้ายหลักการมีส่วนร่วม ของผู้เชี่ยวชาญและชุมชนทุกภาคส่วน กระผมขอเรียนเพิ่มเติมว่าในการจัดทํารายงานฉบับนี้ ในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้คณะอนุกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูลประกอบด้วย ๑. กรมคุมประพฤติของกระทรวงยุติธรรม ๒. สํานักงานกิจการ ยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรม ๓. สํานักงานศาลยุติธรรม และ ๔. ผู้แทนจากสํานักงาน อัยการสูงสุด ซึ่งหน่วยงานทั้ง ๔ หน่วยงานข้างต้นได้ให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะ ตลอดจน ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการจัดทํารายงานฉบับนี้ โดยผู้แทน ๔ หน่วยงานข้างต้น เห็นพ้องด้วยกับการพัฒนามาตรการต่อผู้กระทําผิดอาญาแทนการควบคุมตัว ที่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า นอนคัสโตเดียลเมเชอร์ (Non-custodial Measures) โดยการมีส่วนรวมขององค์กร สหวิชาชีพและชุมชน สําหรับรายละเอียดของวิธีการปฏิรูปนั้นดอกเตอร์สุนทรียา เหมือนพะวงศ์ อนุกรรมาธิการจะได้นําเรียนในรายละเอียดต่อไป กระผมขอเรียนว่ารายงานฉบับนี้มิใช่เป็น การนําเสนอเพื่อแก้ปัญหานักโทษล้นคุก แต่ประการสําคัญเป็นการแก้ปัญหาตรงจุดในการ กลั่นกรองการปล่อยตัวผู้กระทําผิดอาญาที่เข้มงวดขึ้น มิให้ออกมากระทําผิดซ้ําซากจนมี ผลกระทบต่อสวัสดิภาพของสังคม และสําหรับผู้กระทําผิดที่ผ่านการบําบัดฟื้นฟูได้ผลหรือมี ความประพฤติดีก็ไม่ควรถูกควบคุมตัว ควรได้มีโอกาสกลับมาสู่สังคม ทั้งนี้ควรเปิดโอกาสให้ องค์กรสหวิชาชีพที่มีความมุ่งมั่นทํางานเพื่อสังคมกับชุมชนได้มีโอกาสมาร่วมกับหน่วยงาน ของรัฐในการเติมเต็มให้กับกระบวนการยุติธรรมเพื่อประชาชน กระบวนการยุติธรรมเพื่อ สังคม และกระบวนการยุติธรรมเพื่อสาธารณะ ในลําดับต่อไป กระผมขออนุญาตให้ ดอกเตอร์สุนทรียา เหมือนพะวงศ์ อนุกรรมาธิการนําเรียนในรายละเอียดต่อไปครับ