เสรี ชี้บทบาทสภาปฏิรูปประเทศ ปรับใช้จ่ายงบ-ยกระดับประสิทธิภาพรัฐสภา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๖ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

เสรี สุวรรณภานนท์ ชี้แจงถึงบทบาทของสภาในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา แม้จะกระทบต่อหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณรัฐ เช่น สถาบันพระปกเกล้า เพื่อให้เกิดการทบทวนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวิพากษ์การใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างไม่ประหยัดในอดีต โดยเฉพาะการศึกษาดูงานของสมาชิกสภา และเสนอแนวทางปฏิรูปเพื่อควบคุมการใช้จ่ายและยกระดับประสิทธิภาพของรัฐสภาเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ ต้องกราบเรียนว่าวันอังคาร ที่แล้วคณะกรรมาธิการผมจะนั่ง ๒ แถวนี้เต็มหมดเลยครับ วันนี้หายไปครึ่งหนึ่ง ลาออกไป เลยดูทําให้กรรมาธิการนั้นจํานวนลดน้อยถอยลง อาจจะเป็นกรรมาธิการเดียวที่มีสมาชิก ออกมากที่สุดนะครับ แต่คงจะไปรับใช้งานด้านอื่น ๆ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ตามรายงานของกรรมาธิการที่เสนอดังกล่าวนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพครับ บางทีเรามาทํา หน้าที่ในสภาหรือพวกเราทั้งหมดนี้เข้ามาในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในคราวนี้ โดยมีเจตจํานงเจตนาเหมือนกันเป็นเจตนาเดียวกัน ภารกิจหน้าที่สําคัญของพวกเราก็คือ การปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปหลาย ๆ ด้าน กรรมาธิการด้านการเมืองก็เป็นกรรมาธิการหนึ่ง ที่ต้องทําหน้าที่ในการเสนอแนะเพื่อจะปฏิรูปด้านต่าง ๆ ทางด้านการเมืองและในเรื่องของ การปฏิรูปทั้งหลายของทุกคณะกรรมาธิการ รวมถึงด้านการเมืองด้วย เมื่อเวลาเราจะไป ปฏิรูปในเรื่องใดต้องเป็นปกติครับ ท่านประธานครับ ว่าพอเราจะปฏิรูปเรื่องใดมันก็จะเกิด ผลกระทบกับองค์กร หน่วยงาน บุคลากรในส่วนที่มีการเสนอให้มีการปฏิรูปเกิดขึ้นไม่เว้น นะครับเป็นเรื่องธรรมดา แต่ภารกิจสําคัญของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผมเคยกราบเรียนท่านประธานและย้ํามาตลอด ว่าเรามานั่ง ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เป็นสถาบันรัฐสภาเป็นอํานาจอธิปไตยสูงสุดของชาติของประเทศ เป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน ท่านเข้ามาทําหน้าที่ตรงนี้ก็ต้องเข้ามาทําให้สมกับที่ประชาชนเขาไว้วางใจ สังคม เขาไว้วางใจ ในภารกิจสําคัญคือเรื่องของการปฏิรูป ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอทั้งหลายทั้งปวง เมื่อมีผลกระทบหรือย่อมมีผลกระทบแล้วปัญหาอยู่ที่ว่าเราทําใจ ในการที่จะทําหน้าที่ตรงนี้ ได้มากน้อยแค่ไหน หากเรายังหวั่นไหวหรือเกิดความไม่สบายใจจากข้อเสนอ เราเสนอไปแล้ว อาจจะมีคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วย แล้วเราก็ไม่กล้าที่จะตัดสินใจผมว่านั่นคือสิ่งที่เรากําลังทรยศ ตัวเอง ทรยศพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทําให้พี่น้องประชาชนขาดความสิ้นหวัง ความหวัง ประชาชนก็จะหมดสิ้น เพราะอย่างน้อยที่สุดคําว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น เป็นคําที่ถูกตั้งและถูกเรียกขึ้นมา เพื่อจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ รายงานของกรรมาธิการด้านการเมืองหลาย ๆ เรื่อง รวมถึงฉบับนี้ด้วยต้องกราบเรียนว่า บางครั้งมันอาจจะมีถ้อยคําที่อาจจะดูรุนแรง หรืออาจจะเป็นถ้อยคําที่บอกว่าทําไม ไม่ให้เกียรติหรือถ้อยคําบางท่านบอกว่าดูถูก แต่ความจริงไม่มีเจตนาเช่นนั้นเลย เพียงแต่ว่า สิ่งที่เราเขียนมาในนี้มันเป็นความจริง มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และเป็นเรื่องที่พวกเรา จะต้องมาช่วยกันพิจารณาว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร แต่ถ้าเกิดเราจะเขียนถ้อยคํา อันสวยหรู ถ้อยคําที่อ่านแล้วเพลิดเพลินเจริญใจ เป็นคําเชียร์คําชม ไม้ต้องปฏิรูปครับ ไม่ต้อง เขียนเข้ามา ก็เชื่อว่าถ้าเขียนมาแล้วคงไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ถ้าเราเขียนมาแล้วมันอาจจะ ไปกระทบความรู้สึกกับบางองค์กรบางหน่วยงานหรือบางท่านหรืออาจจะเกิดแสลงที่เขียน ถ้อยคําอย่างนี้มา ก็ต้องกราบขออภัยด้วยจริง ๆ เพราะอย่างที่กราบเรียนครับ เราก็ต้องเอาความจริงมาพูด เอาความจริงมานําเสนอ นําความจริง มาพิจารณา แต่น่าเสียใจนะครับ เพราะว่าสิ่งที่เราเสนอไปนั้นบางทีก็เหลือเชื่อว่าสิ่งที่เรา เสนอนั้น เรื่องเล็ก ๆ เรื่องที่เป็นส่วนหนึ่งของรายงาน แต่กลับกลายเป็นถูกหยิบยกขึ้นมา เป็นประเด็นใหญ่ เป็นเรื่องทําให้สถาบันพระปกเกล้าเสียหาย ผมว่าเจตนาเราไม่มีอย่างนั้น นะครับ ผมว่าสิ่งที่เราเสนอนี้ดีไม่ดีอย่างไรต้องกราบเรียนว่าไม่ใช่เฉพาะสถาบันพระปกเกล้า อย่างเดียว ทุกหน่วยงานที่เรากล่าวถึงควรจะต้องเป็นกระจกสะท้อนครับ ควรจะต้องเป็น สิ่งที่นํากลับไปทบทวนดูว่าข้อเสนอดังกล่าวนี้มันจริงหรือไม่ มันควรปรับปรุงไหม มันควร พัฒนาให้ดีขึ้นอย่างไร แล้วจะแก้ไขในเรื่องที่มีข้อเสนอหรือไม่ อย่างไร ผมว่านี่คือภารกิจของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ต้องเอาเรื่องเหล่านี้ออกมาพูดคุยกัน ออกมาเปิดเผยกัน แล้วเอามาแก้ปัญหาร่วมกัน เรื่องสําคัญจริง ๆ แล้วสถาบันพระปกเกล้าอย่างที่เรียนนะครับ สถาบันพระปกเกล้าเป็นเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นครับ แต่บรรดาสมาชิกหลายท่านให้ความ สําคัญมาก เสมือนหนึ่งออกมาปกป้อง เรื่องดี ๆ ของสถาบันพระปกเกล้ามีอยู่แล้วเราไม่เคย ปฏิเสธ เราไม่เคยว่าสถาบันพระปกเกล้าไม่ดี แต่มีอยู่บางส่วนเท่านั้นเองที่เราคิดว่าน่าจะให้ สถาบันพระปกเกล้าซึ่งรับงบประมาณแผ่นดินช่วงหลังนี้ปีหนึ่ง ๓๗๖ ล้านบาทเศษต่อปีครับ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลืองานในรัฐสภาให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย จริงอยู่ครับ ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายดังกล่าวนี้ได้กําหนดไว้ถึง ๑๐ วัตถุประสงค์ มีวัตถุประสงค์ เดียวละครับ ที่บอกว่าส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภาที่เขียนไว้ชัด ๆ นี้ แต่ปรากฏว่า งานส่งเสริมของรัฐสภาทํางานวิจัยครับ ซึ่งจริง ๆ วัตถุประสงค์อื่นก็มีเรื่องงานวิจัยอยู่แล้ว แต่งานวิจัยนี้นะครับ พอเรารายงานบอกว่า ข้อเสนอการช่วยเหลืองานทางวิชาการล่าช้า ถามว่าผิดไหมครับ ไม่ผิดเลย เพราะอะไรครับ เพราะงานวิจัยนี้มันทํา ๒ วันเสร็จไหม เดือนหนึ่ง เสร็จไหม มันไม่เสร็จครับ งานวิจัยต้องทํางานเป็นปี ๆ ครับ วิจัยหนึ่งใช้งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ วิจัยอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นงานวิชาการทางรัฐสภานี้ คือได้แค่ส่วนเดียว แต่สิ่งที่เราเสนอเราก็อยากจะให้งานเหล่านี้ช่วยงาน เราเปรียบเสมือน หนึ่งกฤษฎีกาช่วยเหลือให้คําปรึกษารัฐบาล เราไม่ได้หมายความว่าสถาบันพระปกเกล้า ต้องมาทําหน้าที่กฤษฎีกา แต่เราเปรียบเทียบให้ฟังว่ามันจะต้องเป็นการช่วยเหลืองานรัฐสภา ที่ใกล้ชิดครับ ได้ประโยชน์สมบูรณ์เต็มที่นะครับ นี่คือสิ่งที่กรรมาธิการพวกเราเสนอ ไม่ได้ เจตนาที่จะไปทําอะไรให้เสียหาย ต้องทําความเข้าใจตรงนี้นะครับ ท่านอย่ามาปกป้องเลย เพราะว่าผมก็ยืนยันได้สถาบันพระปกเกล้าดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราปรับระบบงานอย่างไร ให้เกื้อหนุน ช่วยเหลืองานรัฐสภาให้มากขึ้นกว่าเดิม ส่วนถ้อยคําที่ท่านแสลงนี้ กรรมาธิการ จะมาปรับให้นะครับ เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน

ส่วนงบประมาณแผ่นดินเรียนนิดเดียวครับ รายงานฉบับนี้เป็นตัวอย่างเป็น ต้นเรื่องที่จะก่อให้เกิดการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน กรรมาธิการไม่ได้ปฏิเสธเรื่องศึกษา ดูงาน แต่เรากําลังพูดประเด็นสําคัญว่าสิ่งที่สมาชิกรัฐสภาในยุคก่อนนั้นไปศึกษาดูงาน ใช้งบประมาณแผ่นดินในวาระสมัยหนึ่งเท่ากับ ๔ ปีของ ส.ส. นี้เสียเงินไปเป็นพันล้านบาท ไปศึกษาดูงานแล้วดูไม่จริง นี่คือสาระครับ ดูไม่จริงคืออะไรครับ ก็เอาเงินของชาวบ้านนั้น ไปเที่ยวครับ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เราเสนอปฏิรูปได้อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กรรมาธิการเราเสนอนี้ก็เพื่อที่จะให้มีการประหยัด เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการเราเสนอก็เพื่อที่จะให้มีการประหยัดงบประมาณเหล่านี้ รวมถึง ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วย สิ่งที่ตั้งงบประมาณไว้ในช่วงระยะหลัง ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ มา ไม่มีเรื่องศึกษาดูงาน แต่ก็มีนักข่าวมาถามเหมือนกันครับว่าสภานิติบัญญัติ แห่งชาติเขามีไปต่างประเทศอีกแล้วนะ ผมก็บอกว่าอื่น ๆ ผมไม่ทราบว่าเขาใช้งบประมาณ เงินก้อนไหน แต่ถ้ามีเป็นเรื่องของการศึกษาดูงานจริงนะครับ แม้กระทั่งสภานิติบัญญัติ แห่งชาติเองก็ไม่ควรไปครับ ซึ่งผมเชื่อว่าประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติท่านก็คงไม่สบายใจ เช่นเดียวกัน ที่จะปล่อยให้สมาชิกไปเที่ยว แต่ถ้าเขาไปศึกษาดูงานจริง ๆ อย่างที่ว่านะครับ อันนั้นก็เป็นดุลยพินิจ เป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบดูแลกันเอง เพราะฉะนั้นข้อเสนอดังกล่าว เราต้องกล้าที่จะเสนอ แล้วก็บอกว่าสิ่งที่กรรมาธิการเราได้รายงานฉบับนี้ มีหลายเรื่องครับ มีทุกมิตินะครับ ไม่ได้มีบางเรื่องหรือมีไม่กี่เรื่องอย่างที่ท่านสุรินทร์ได้พูดถึง ขอความกรุณา ท่านสุรินทร์ไปช่วยอ่านให้ละเอียดด้วยนะครับว่าข้อเสนอของเรานั้นมีทุกเรื่องเท่าที่จะทําได้ เพื่อให้รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่สมประโยชน์ที่สุด แล้วก็หวังว่าการทําหน้าที่ของ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะทําหน้าที่พิจารณารายงานของเรานี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศนะครับ เพราะอนาคตข้างหน้า ผมไม่แน่ใจว่า แต่ละท่านนั้นจะไปเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ไปเป็นกรรมการปฏิรูป ไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นอะไรอีกเยอะแยะที่ต้องทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องเฉพาะพวก เฉพาะกลุ่มนะครับ เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ทําเพื่อประโยชน์ของคน ทั้งประเทศ ทําเพื่อให้รัฐสภาระบบงานหรือการพัฒนาการเมืองดีขึ้น ก็กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ