พลตํารวจเอก แจงดิจิทัลเพื่อเฝ้าระวังสังคม ชี้เชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานขาด

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๖ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ หารือการใช้ดิจิทัลเพื่อเสริมพลังชุมชนในการเฝ้าระวังสังคม โดยเสนอให้เชื่อมโยงศูนย์รับแจ้งเหตุของหน่วยงานต่าง ๆ ผ่านระบบเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนอง ความปลอดภัย และแรงจูงใจให้ประชาชนมีส่วนร่วม พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่ต้องตั้งหน่วยงานใหม่

พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลําดับที่ ๓๙ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ทั้งหลายก็คงจะได้ฟังเรื่องโซเชียลมีเดีย (Social Media) กับเรื่องการใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) ในทางบวก ทางลบ ซึ่งจะมีมาตรการออกมา แต่สําหรับคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ขอนําเสนอเรื่อง ดิจิทัลเพื่อการเฝ้าระวังทางสังคม เสริมสร้างวินัยและความเข้มแข็งของชุมชนสังคม ปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าเรามีส่วนราชการ ต่าง ๆ ที่มีศูนย์ในการรับแจ้งเหตุ อย่างของกระทรวงมหาดไทยที่ผ่านการประชุมของ สปท. ไปแล้ว ก็มีศูนย์ความเป็นเลิศของศูนย์ดํารงธรรม กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีในระดับกระทรวง เป็นระดับอํานวยการด้านนโยบาย ระดับศูนย์ดํารงธรรมจังหวัดเป็นศูนย์อํานวยการปฏิบัติ ศูนย์ดํารงธรรมอําเภอเป็นศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ นอกจากนี้แล้วยังมีหน่วยอื่น ๆ อีกเยอะ ที่นายกรัฐมนตรีได้นําออกทีวี (TV) ก็มีเรื่องของกรมการขนส่ง การรับแจ้งเหตุของ กรมการขนส่งในเรื่องการจราจร และ พ.ร.บ. การขนส่ง ไอ เลิร์ต ยู (I lert u) ของตํารวจ เพื่อแก้ปัญหาการจราจร นอกจากนั้นแล้วยังมี ๑๙๑ ของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ก็มีศูนย์รับจังเหตุในระดับกระทรวง ของ สคบ. ก็มี ของศูนย์อุบัติเหตุก็มีศูนย์นเรนทร ศูนย์ของยาเสพติดก็มี คุ้มครองผู้บริโภคก็มี ประปา ไฟฟ้ามี เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า มันมีศูนย์รับแจ้งเหตุในเบื้องต้น ผมทราบว่ามีประมาณ ๙๑ หมายเลข ๙๑ หน่วย ต่างหน่วย ต่างส่วนราชการมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกันน้อยมาก ที่จะข้ามหน่วยงาน ผลสุดท้ายก็ต้องมาใช้ โทรศัพท์ในการเชื่อมโยงกัน เพื่อแจ้งให้หน่วยอื่นปฏิบัติ แม้กระทั่งของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ใช้มาตรา ๔๔ ให้อํานาจตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ก็เพิ่งจะมามีโปรแกรม ใช้ประมาณ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐ นี่เอง ก็ยังไม่มีความพร้อมนะครับ กรรมาธิการด้านสังคม เห็นความสําคัญของเรื่องนี้ อยากให้ใช้คอมพิวเตอร์ของส่วนราชการให้คุ้มค่า ไม่ใช่ในลักษณะสแตนด์อโลน (Stand Alone) อยากให้มีความเชื่อมโยงกัน เหตุผลที่ต้องทําอย่างนี้เพราะอะไร เพราะเชื่อว่า ประชาชนของเรามีจิตสาธารณะอยู่เยอะ ทุกวันนี้เราจะเห็นว่าประชาชนถ่ายคลิป (Clip) ไม่ว่าจากมือถือ จากสมาร์ตโฟน (Smartphone) หรือจากกล้องหน้ารถยนต์หรือกล้องมือถือ ส่งไปตามสถานีต่าง ๆ ทีวี (TV) ต่าง ๆ เยอะมาก เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าทุกรายการทีวี (TV) แทบจะทุกสถานีมีรายการคลิป (Clip) วันนี้ให้บทเรียนอะไร ในหลาย ๆ กรณีอย่างที่ ท่านประธานอโณทัย ขอโทษครับที่เอ่ยนาม ที่นําไปสู่การดําเนินคดี โดยเฉพาะความผิด ด้านขนส่งและการจราจรมีเป็นจํานวนมาก ตรงกันข้ามครับ ส่วนราชการของเราทุกหน่วย แจ้งมาว่าเพื่อที่จะรับแจ้งเหตุจากประชาชน ขอเครื่องมือขอเครื่องไม้ก็เพื่อที่จะบริการ ประชาชน แต่ไม่ได้ทําตามนั้นครับ ไม่ได้ทํา ผมจําได้ว่าวันที่เสนอ สปท. ในเรื่องของ ศูนย์ดํารงธรรมของกระทรวงมหาดไทยในวันนั้นครับ ในหลาย ๆ ประเทศบอกว่า ถ้าประชาชนจะแจ้งนั้นมีอยู่ประมาณ ๑๐ ข้อ แต่ผมจําได้ประมาณสัก ๓ ๔ ๕ ข้อ ๑. ต้องง่ายและสะดวก ประชาชนถึงจะแจ้ง ณ วันนี้เรายังไม่รู้เลยจะแจ้งอะไร เบอร์ไหน เพราะเราไม่ได้จัดระบบรองรับไว้ โครงสร้างก็ไม่ได้จัดรองรับไว้ ๒. แจ้งแล้วได้รับการ ตอบสนองจากรัฐ อันนี้อีกเหมือนกันครับ แจ้งไปแล้วจะทําหรือไม่ทําไม่รู้ใครไปตรวจสอบ แจ้งไปก็ไลฟ์บอย (Life Buoy) ไม่แจ้งดีกว่า นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น อันที่ ๓ ก็คือปลอดภัย ประชาชนที่แจ้งไปปลอดภัย กลั่นแกล้งกันได้ไหม หลาย ๆ คนถามว่าแกล้งไม่ได้หรอกครับ มี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีความผิดทางอาญาครับ รวมทั้ง ป.วิ.อาญาด้วยถ้าในกรณี หมิ่นประมาท เพราะฉะนั้นเรื่องการกลั่นแกล้งไม่มีแน่นอน อันที่ ๕ มีอินเซนทิฟ (Incentive) มีแรงจูงใจไหม เราต้องการสิ่งเหล่านี้ใช่ไหมว่าในทุกส่วนราชการ ผมเคยเป็นตํารวจมาก่อน ทุกผู้บังคับบัญชา ทุกตํารวจบอกว่า แน่นอนครับ อาชญากรรมจะป้องกันถ้าได้รับการแจ้งเหตุ จากประชาชน ถามว่าช่องทางในการแจ้งนี้เรามีสะดวกให้กับเขาไหม เขาปลอดภัยไหม ได้รับ การคัดกรองไหม เพราะฉะนั้นตอนนี้เราอยากทําห้องให้ เปิดช่องโอกาสให้ประชาชนเข้ามา จริง ๆ ซึ่งขนาดเราไม่เปิดโอกาสให้เขา เขาก็ทําอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราถึงเป็นที่มาที่ไปของ เรื่องดิจิทัล คอมมูนิตี วอตช์ ด็อก (Digital Community Watch Dog)แล้วถามว่าโครงการนี้ จะเพิ่มส่วนราชการไหม ไม่มีครับ ไม่มีแม้แต่หน่วยเดียว เพียงแต่ไปเสริมเขี้ยวเล็บ เสริมความ เข้มแข็งให้กับหน่วยงานของราชการทั้งหมดโดยเอาซอฟต์แวร์ (Software) เอาโปรแกรม ไปเชื่อม ให้เชื่อมโยงกันได้ แล้วประเภทความผิด ประเภทเหตุที่จะให้ประชาชนแจ้งนี้ เรากําหนดไว้ค่อนข้างจะชัดเจน ไมว่าจะเป็นเรื่องจราจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ่อนการพนัน เรื่องอบายมุข เรื่องเปิดสถานที่ บริการหรือจําหน่ายสุราในเขตใกล้การศึกษาทั้งหมด จะมีคนแจ้งครับ จะเป็นการแก้ปัญหา ที่ว่าส่วนราชการบอกว่ากําลังคนไม่พอ ไม่สามารถที่จะไปลาดตระเวนได้ ประชาชน ผู้ปกครอง เด็ก นักศึกษา ผู้ปกครองนักเรียนเหล่านี้ละครับจะเป็นคนแจ้งให้ เป็นการเพิ่ม กําลังตํารวจ แล้วกําลังเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองไปด้วยครับ เมื่อแจ้งไปแล้วการตอบสนอง คือเจ้าหน้าที่จะต้องลุกออกไปทํางาน ออกไปทําหน้าที่ เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะว่าในโครงการนี้จะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับส่วนกลาง ในส่วนกลางปัจจุบันนี้ ที่เราจะมองเห็นก็คือส่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์ของสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ของศูนย์ดํารงธรรมในระดับกระทรวงจะมีอํานวยการนี้ ซึ่งเราก็จะมีฝ่ายรัฐมนตรี ๓ ท่านคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีดีอี (DE) รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ ส่วนในระดับพื้นที่ก็จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้อํานวยการปฏิบัติในพื้นที่ อําเภอ ก็อยากจะร่วมกับส่วนราชการ ไม่ใช่อํานวยการปฏิบัติเลยครับ เท่ากับเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บ ให้ทุกหน่วย วันนั้นเราจะไม่มีการสร้างหน่วยงานใหม่ จะไม่กระทบกระเทือน จะเป็น การเสริม สิ่งเหล่านี้เราได้ศึกษามาหมดแล้วว่ามีความพร้อมในด้านเทคโนโลยี ประชาชน ยิ่งมีความพร้อม มีการสัมมนากัน ๑ ครั้งในภาคประชาชน ประชาชนบอกว่าขอเปิดพื้นที่ให้ ประชาชนได้เข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ไหม มีคําถามมาถึงผม เท่ากับว่าเราเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชน นะครับ เป็นการผ่อนคลาย ผ่อนความเดือดร้อนของเขาทั้งหมด เขาอยากเห็นระเบียบ ในบ้านเมืองเกิดขึ้นนะครับ ทุกวันนี้เราออกมาจากบ้าน เราเห็นการกระทําผิดตําตาอยู่ทุกวัน นะครับ รถขับผิดกฎจราจร อย่างน้อย ๆ ตามสี่แยกท่านจะเห็นเป็นเรื่องปกติเลยว่า มอเตอร์ไซค์ไม่ติดไฟแดง เป็นไปได้อย่างไรไทยแลนด์นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะได้รับ การแก้ไข เพราะฉะนั้นผมก็คงจะลงในพื้นเพื่อเป็นการปูพื้นให้ท่าน แล้วก็ต่อไปก็จะมี ท่านเพิ่มพงษ์ ท่านปิติธรรม แล้วก็ท่านสมญาอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างของสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นไปได้มากครับ อยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเพื่อสร้างวินัยให้กับคนในชาติ เพื่อเสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้เข้มแข็งขึ้น ผมขอขอบคุณครับ