ดุสิต สนับสนุนงบดูงานต่างประเทศ พร้อมเสนอแนวทางใช้โปร่งใส

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๖ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

ดุสิต เครืองาม แสดงความคิดเห็นคัดค้านการยกเลิกงบประมาณการศึกษาดูงานต่างประเทศของกรรมาธิการ โดยเห็นว่าการเดินทางดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการเพิ่มพูนความรู้ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเสริมสร้างความสามัคคี จึงเสนอให้คงงบประมาณในระดับที่จำเป็น พร้อมกำหนดระเบียบที่ชัดเจนในการคัดเลือกบริษัททัวร์ การวางแผนการดูงานอย่างโปร่งใส และการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างเข้มงวด รวมถึงการบรรยายสรุปก่อนและหลังการเดินทาง มีวิทยากรร่วมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ โดยเฉพาะด้านพลังงาน พร้อมเสนอให้กำหนดงบประมาณรายบุคคลเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน และผลักดันให้อาคารรัฐสภาใหม่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ดุสิต เครืองาม สปท. ลําดับที่ ๕๓ หัวข้อที่กระผมจะขออนุญาต อภิปรายก็คือข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอในรายงานของคณะกรรมาธิการด้านการเมือง ว่าด้วยเรื่องการยกเลิกการจัดสรรงบประมาณการไปศึกษาดูงาน ณ ต่างประเทศ ของคณะกรรมาธิการ จากการที่ได้รับฟังผู้แทนของคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงเหตุผล ความจําเป็นในการที่น่าจะยกเลิกการจัดสรรงบประมาณในการไปดูงานในต่างประเทศ ของกรรมาธิการ และฟังสมาชิกบางท่านได้อภิปรายบ้างแล้วนั้น กระผมขออนุญาตให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ในการที่จะเสนอให้ยกเลิกในการจัดสรร งบประมาณไปเลยนั้นก็ดูว่าอาจจะเข้มงวดแล้วก็รุนแรงเกินไป กระผมเองยังมีความเห็นว่า รัฐสภาก็ยังควรที่จะจัดสรรงบประมาณให้กรรมาธิการซึ่งน่าจะครอบคลุม หมายถึงทางด้าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ยังคงสามารถมีงบประมาณเท่าที่จําเป็นในการ เดินทางไปดูงาน ณ ต่างประเทศ ดังเช่นที่เคยปฏิบัติกันมา เหตุผลข้อดี ข้อสนับสนุนหรือ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ กระผมก็มีรายละเอียดที่จะอภิปรายดังต่อไปนี้

ในเรื่องข้อดีของการให้สมาชิก กรรมาธิการได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษา ดูงานในต่างประเทศนั้น มีด้วยกันเยอะแยะมากมาย ดังเช่น การไปดูงานในต่างประเทศนั้น ก็จะเป็นการให้ความรู้แก่สมาชิกอย่างถ่องแท้ ได้ไปดูของจริง ได้ไปดูสภาพจริง ได้ไปดู ตัวอย่างปัญหาจริง และจะได้มีโอกาสเป็นการแลกเปลี่ยนสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ ของเราซึ่งเป็นผู้ไปเยือน และเขาซึ่งเป็นผู้อยู่ในต่างประเทศนั้น และในหลาย ๆ โอกาสก็จะ ถือโอกาสเชิญให้ต่างประเทศเขามาเยือนประเทศไทยเราด้วย กระผมเองที่พยายามสนับสนุน ว่าเราควรจะต้องมีงบประมาณให้สมาชิกได้ไปดูงานในต่างประเทศนั้น ตัวกระผมเองก็ได้มี โอกาสร่วมเดินทางไปดูงาน ณ ต่างประเทศกับกรรมาธิการหลายครั้ง ซึ่งกระผมก็เคยได้รับ เชิญให้เป็นผู้ชํานาญการอยู่ในคณะกรรมาธิการด้านพลังงานมาหลายยุคหลายสมัย เรียกว่า ไม่น้อยกว่า ๔ รัฐบาล ไม่น้อยกว่า ๔ ยุคสมัยของ ส.ส. ผมเองก็ได้มีโอกาสเดินทางไปดูงาน ใกล้ ๆ อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่น แล้วก็ไปที่ยุโรปในหลายประเทศ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศออสเตรีย ประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส เป็นต้น ทุกครั้งที่กระผมได้ร่วมเดินทาง ไปกับกรรมาธิการนั้น กระผมมองได้เลยว่าในขณะที่ผมเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น กระผมเองก็สามารถมีงบจากจุฬาฯ ไปดูงานได้ แต่ความชัดเจน ก็ดี หรือโอกาสก็ดีต่างกันฟ้ากับดินเลยครับท่านประธาน ถ้าเราเดินทางไปดูเองในนาม นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาหรืออะไรก็แล้วแต่ อย่างเช่น ถ้าไปดูโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่างมากก็คือได้อยู่แค่ห้องประชุมครับท่านประธาน แล้วก็ฟังพรีเซนเทชัน (Presentation) แล้วเขาก็ให้เรากลับ แต่ว่าถ้าไปกับกรรมาธิการ เขาให้เกียรติเราไปยืนถึงเตาปฏิกรณ์ปรมาณู ให้เกียรติเราขึ้นไปยืนอยู่บนหัวของเตาปฏิกรณ์ปรมาณู แล้วข้างล่างลงไป ๓ เมตร ก็คือ แท่นนิวเคลียร์แล้ว นี่คือสิ่งที่แตกต่างกันฟ้ากับดิน เขาพาเราเข้าไปดูถึงห้องโอเปอเรชัน (Operation) ห้องควบคุมการผลิตการไฟฟ้า และเมื่อไปกับคณะกรรมาธิการพลังงานนั้น อย่างเช่นเมื่อคราวที่ไปที่ยุโรป ประเทศออสเตรีย ประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส ได้ไปคุย กับชุมชนในหมู่บ้านต่าง ๆ ที่เขาผลิตไฟฟ้าด้วยขยะ ได้พบกับเทศมนตรี ได้พบกับประชาชน ในชุมชนเหล่านั้น ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เพราะฉะนั้นการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในชีวิตหนึ่งเข้ามาเป็น ส.ส. ก็คงไม่กี่สมัยหรอกครับ การได้ไปดูงานในต่างประเทศนั้นถือว่า เป็นสิ่งที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งที่เขาจะได้มีโอกาสได้รู้จริงเห็นจริง ในทางตรงกันข้ามถ้าหากว่า รัฐไม่มีงบประมาณให้กรรมาธิการไปดูงาน จะเกิดอะไรขึ้นผมก็นึกสภาพไม่ออกครับ ท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่ผมจะเป็นห่วง ที่อาจจะกลายเป็นภาพลบกับรัฐสภาหรือว่าภาพลบ กับกรรมาธิการก็คือว่า ถ้าไม่มีงบประมาณจากหลวงหรือรัฐสภาสนับสนุนให้ไปต่างประเทศก็อาจจะเกิดวิธีการ เดินทางไปดูงานในต่างประเทศโดยอาจจะมีสปอนเซอร์ (Sponsor) จากภาคเอกชน หรือสปอนเซอร์ (Sponsor) จากใครก็ไม่ทราบ ยิ่งจะทําให้ภาพพจน์ของสมาชิกยิ่งเสียหาย หรือไม่ ท่านลองเปรียบเทียบดู ก็ในเมื่อมาเป็นสมาชิก ๔ ปีไม่มีงบ ถ้าอย่างนั้นเอกชน เขาบอกไม่เป็นอะไรเดี๋ยวจัดให้ จะไปดูอะไรจัดให้ ซึ่งจะยิ่งทําให้เกิดเป็นภาพเสียต่อรัฐสภา หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ผมเป็นห่วง ข้อสนับสนุนที่น่าจะยังคงงบประมาณเช่นนี้อยู่

ข้อที่ ๒ ก็คือทุกครั้งที่สมาชิกได้เดินทางไปต่างประเทศ ผมมองนี่เห็นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกของรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลเขาไปกันด้วยความรัก และสามัคคีครับ เรียกว่าเป็นการไปละลายพฤติกรรมในช่วงที่เวลาได้มีการเดินทางกันอยู่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งในการที่จะสร้างความรู้รักสามัคคีกัน ในระหว่างการเดินทางครับ เมื่อเป็นเช่นนี้เพื่อให้ข้อเสนอของผมนั้นดูน่าฟังยิ่งขึ้นผมก็เลย ขอเสนอให้มีรายละเอียดต่าง ๆ ในการที่จะกําหนดในระเบียบว่าด้วยการใช้งบประมาณ ของรัฐสภาในการเดินทางไปต่างประเทศ ผมนึกได้ประมาณ ๗-๘ ข้อครับท่านประธาน

ข้อที่ ๑ ให้มีการคัดเลือกบริษัทที่จะจัดทัวร์ (Tour) หรือการเดินทางไป ต่างประเทศนั้นอย่างเข้มงวด เรียกว่าตามมาตรฐานของการใช้งบประมาณก็สุดแท้แต่

ข้อที่ ๒ ให้มีการกําหนดการเดินทางที่ชัดเจน มีการวางแผนที่ชัดเจน เรียกว่า ไม่จงใจที่จะโฉบนั่นฉวยนี่ เพื่อที่จะได้บอกว่าจะได้แวะไปดูนั่นแวะไปดูนี่ ก็คือเอาเป็นว่า ในกําหนดการดูงานก็คือดูงานกันจริง ๆ

ข้อที่ ๓ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งบในการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ตั้งเป็นคณะกรรมการขึ้นมาเสียเลย ไม่ใช่ว่าเขียนอยู่ในกําหนดการพอถึงเวลาเดินทางแล้วก็ เปลี่ยนตัดโน่นตัดนี่แล้วก็ไปเสริมโน่นเสริมนี่ ก็ให้มีการตรวจสอบกันเลยนะครับ

ข้อที่ ๔ ในแต่ละกรรมาธิการนั้นเขาต้องมีการบริหารความคุ้มค่าในการ เดินทางอย่างเต็มที่ ดังเช่น ก่อนเดินทางก็ต้องมีการบรรยายสรุป ระหว่างเดินทางก็มี วิทยากรประจําไปด้วย กลับมาก็ยังต้องมีการบรรยายสรุปและต้องทํารายงานเสนอเพื่อจะได้ ดูว่าได้ไปดูงานอะไรมาจริงหรือไม่ อย่างไร และหลาย ๆ ครั้งผมก็สังเกตได้ว่าการเดินทางไป แต่ละครั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องพลังงานซึ่งผมเกี่ยวข้องก็มักจะได้รับความเอื้อเฟื้อจาก หน่วยงานในกระทรวงพลังงานที่เกี่ยวข้อง เขาก็จะร่วมเดินทางไปด้วยแต่ใช้งบประมาณ ต่างหาก หรือเขาอาจจะไปรอรับเราอยู่ที่ ณ ต่างประเทศ ทําให้การบรรยายสรุปหรือการให้ ข้อมูลต่อกรรมาธิการนั้นจะสามารถได้ข้อมูลในเชิงลึกได้เป็นอย่างดี และงบประมาณในการ จัดทําในการเดินทางไปดูงานต่างประเทศนั้นก็อาจจะกําหนดเป็นรายบุคคลเลยก็ได้ นาย ก ในช่วงระยะเวลานั้นมีงบประมาณได้ไม่เกินเท่าไร ไม่ได้หมายความว่า นาย ก อยู่ใน กรรมาธิการหลายคณะแล้วก็ได้งบประมาณซ้ําซ้อนแบบนั้นเป็นต้น

ประการสุดท้ายที่จะขออภิปราย ก็คือเรื่องอาคารรัฐสภาใหม่ สั้น ๆ ครับ ก็มีอยู่ ๒ ข้อที่อยากจะเสนอ ๑. เรื่องมาตรการการอนุรักษ์พลังงานในอาคารรัฐสภาใหม่ ก็เนื่องจากประเทศไทยเราอีกไม่นานก็จะมีกฎกระทรวงที่เรียกว่า กฎกระทรวงว่าด้วย การออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน หรือภาษาอังกฤษที่เรียกว่า บิวดิง เอเนอร์จี โค้ด (Building Energy Code) แล้วก็เข้าใจว่าอาคารรัฐสภาใหม่นั้นก็จะมีพื้นที่ที่จะต้อง ถูกกําหนดว่าเป็นอาคารควบคุมแน่นอน เพราะฉะนั้นจะต้องมีมาตรการอนุรักษ์พลังงาน อยู่ในการบริหารจัดการพลังงานนั้น และขอเสนอให้มีการใช้พลังงานทดแทนกันอย่างเต็มที่ ในอาคารรัฐสภาใหม่ เท่าที่สังเกตดูในแบบก็ดีหรือว่าในภาพจําลองก็ดี ก็ยังไม่เห็นเลยนะครับ ว่าอาคารรัฐสภาใหม่นั้นได้มีมาตรการในการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงาน แสงอาทิตย์หรือไม่อย่างไร จึงฝากกราบเรียนไว้เพื่อพิจารณาครับ ขอบคุณครับ