กษิต เสนอเน้นท้องถิ่นร่วมตัดสินใจพัฒนาการท่องเที่ยวและทรัพยากร

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

กษิต ภิรมย์ หารือประเด็นการมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน โดยเน้นความเป็นเจ้าของของท้องถิ่นตั้งแต่ระดับหมู่บ้านถึงจังหวัดในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเสนอให้ชี้ชัดเจ้าของโครงการ บทบาทหน่วยงาน และโครงสร้างการบริหารจัดการอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาการแสวงหากำไรจากผู้ภายนอกที่กระทบชุมชน และผลักดันการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับสถาบันการศึกษาและท้องถิ่นภายใต้แนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงเสนอปรับโครงสร้างงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดความซ้ำซ้อน และเสนอให้สายการบินที่บินเข้าไทยออกอากาศวิดีโอส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแทนข้อมูลศุลกากร เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในมุมมองของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๗ ท่านประธานครับ หัวข้อของเรื่องหรือว่าคำที่สำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วม แล้วก็ ใช้ภาษาอังกฤษคำว่าอินคลูซิฟเนส (Inclusiveness) แต่ไม่ได้ขยายความว่าแล้วแกนของ การมีส่วนร่วมนั้นคือใคร ใครเป็นแกน เพราะฉะนั้นการใช้คำว่าอินคลูซิฟเนส (Inclusiveness) โดยไม่รู้ว่าผู้รับผิดชอบเบอร์ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ควรจะเป็นใคร ผมก็อยากจะขอเสนอท่านประธาน ผ่านไปที่กรรมาธิการว่าให้มีแนวทางคิดอีกแนวทางได้ไหมครับ แอปโพรช (Approach) แล้ว ผมแบ่งออกมาเป็น ๓-๔ หัวข้อย่อยด้วยกัน อันที่ ๑ คือใครเป็นเจ้าของ โอนเนอร์ชิป (Ownership) อันที่ ๒ คือใครมีส่วนได้ส่วนเสียบ้าง สเต๊กโฮลเดอร์ (Stakeholder) อันที่ ๓ ในสเต๊กโฮลเดอร์ (Stakeholder) นั้นใครรับผิดชอบในเรื่องอะไร ผมใช้คำว่าเรสเปกทิฟโรลส์ (Respective roles) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อันที่ ๔ คือการบริหารจัดการ แมเนจเมนต์สตรักเจอร์ (Management Structure) ต้องเรื่องนี้ก่อน ถ้าเผื่อท่านไม่รับอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ผมไม่สามารถ ที่จะเห็นด้วยกับเอกสารนี้หรือรายงานนี้ได้หรือการที่จะดำเนินการต่อไป เพราะว่าอ่านไปแล้ว ข้างในไม่ค่อยจะชัด

ประเด็นที่ ๑ โอนเนอร์ชิป (Ownership) ใครเป็นเจ้าของ ก็พูดง่าย ๆ มี ๓ ระดับ คือ ณ หมู่บ้าน แล้วตรงนั้นมีคณะกรรมการหมู่บ้านถูกต้องตามกฎหมาย มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วเคียงข้างก็จะมี อบต. พร้อมด้วยงบประมาณ ๒๐-๓๐ ล้านบาท ต่อ อบต. ขึ้นมาอีกระดับหนึ่งคือระดับเทศบาล จะเป็นเทศบาลเมืองหรือเทศบาลตำบล แล้วก็มาระดับจังหวัด ซึ่งรวมทั้งอำเภอประมาณ ๕-๑๕ อำเภอต่อจังหวัด ก็มีความเป็น โอนเนอร์ชิป (Ownership) หรือเป็นเจ้าของ ณ หมู่บ้าน ตำบล ที่เทศบาลแล้วก็ที่จังหวัด หรือว่าในภาพรวมก็แล้วกันว่าจังหวัดต้องเป็นเจ้าของคนในจังหวัด แต่ละจังหวัดต้องเป็น เจ้าของพื้นที่ แล้วความเป็นเจ้าของนั้นเป็นเจ้าของอะไร ป่า ทะเลสาบ ภูเขา แม่น้ำลำคลอง โบราณสถาน หรือจะเป็นหาดทะเลก็ได้ ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต หัตถกรรม การร้องรำ ทำเพลง ศิลปะ งานประเพณีทั้งหลาย เขาเป็นเจ้าของทั้งหมด เมื่อเขาเป็นเจ้าของทั้งหมดแล้ว ในจังหวัด แล้วก็ไล่ลงมาจนถึงเทศบาลไปจนถึงตำบล เขาก็ต้องเป็นผู้กำหนดเสียก่อนว่า เขาอยากจะให้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรมอะไรต่าง ๆ เพื่อวิถีชีวิต ที่จะยั่งยืน เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนนั้นอย่างไร พอถามว่าในระดับจังหวัดมีใครเป็นใหญ่ ก็จะมี ๒ คนด้วยกันก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดกับนายก อบจ. แล้วท่านทั้ง ๒ ก็ต้องลงไปข้างล่าง ไปที่เทศบาล ไปที่ตำบล และไปที่หมู่บ้านว่าทั้งจังหวัดนั้นอยากจะส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างไร เป็นสำคัญ แล้วการมีส่วนร่วมของคนในจังหวัดโดยเฉพาะคณะกรรมการหมู่บ้าน ที่ประชุม ของผู้ใหญ่บ้านและกำนันต่าง ๆ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือแล้วคนอื่นที่เข้ามาออเทอร์สเต๊กโฮลเดอร์ (Other Stakeholder) เจ้าของโรงแรม ร้านค้า ผู้ประกอบการต่าง ๆ บริษัททัวร์ (Tour) บริษัทรถยนต์ แม้กระทั่ง สถานีรถไฟ คนที่อยู่ตรงนั้น สถานีรถบัส (Bus) ท่าอากาศยาน มักจะเป็นคนข้างนอกจังหวัด คนนอกท้องถิ่นเข้ามาทำงาน

-๒๙/๑ ความผูกพันต่อจังหวัดต่อพื้นที่อาจจะไม่มีเพราะต้องการที่จะมาหากำไรโพรฟิตเมกกิง (Profit-making) อย่างเดียว จะทำให้บุคคลเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีจิตใจผูกพันต่อจังหวัดนั้น ๆ หรือว่าท้องถิ่นในจังหวัดนั้น ๆ อย่างไร อันนี้เป็นเรื่อง ที่สำคัญ เพราะเราก็ทราบว่ามีการบ่นกัน จะเป็นที่จังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นที่จังหวัดสุโขทัย ที่เกาะสมุย ที่จังหวัดภูเก็ต ว่าคนนอกได้เข้ามาทำลายประเพณี วัฒนธรรมชุมชน มากอบโกย แล้วแถมยังจะมาเป็นมาเฟีย (Mafia) แล้วก็เป็นผู้มีอิทธิพลครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างด้วย เพราะว่าความผูกพันต่อพื้นที่ต่อท้องถิ่นนั้นไม่มี พูดถึงสเต๊กโฮลเดอร์ (Stakeholder) มีใครต้องแจงมาให้ชัด

ประเด็นที่ ๓ ก็คือแล้วจะรับผิดชอบอย่างไร ก็แน่นอนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย อบต. ต้องเอางบประมาณส่วนหนึ่งมา ในเรื่องของการอนุรักษ์พื้นที่ได้ไหม รวมทั้งเทศบาลด้วย แล้วก็ในระดับจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัด จะประสานกับสำนักงานท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการอะไร เพื่อจะเอางบทั้งส่วนกลางมาสมทบกับงบของจังหวัดผ่านทาง อบจ. ได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็ในเรื่องอะไร จะเป็นเรื่องในโนว์เลดจ์ (Knowledge) ที่ทางกรรมาธิการได้พูดเรื่อง องค์ความรู้ เรื่องไมนด์เซต (Mindset) ทัศนคติอันนี้ก็ว่ากันไป แล้วจะใช้ประโยชน์จาก สื่อวิทยุท้องถิ่น วิทยุชุมชน โทรทัศน์อย่างไรในการที่จะให้ความรู้ เสริมสร้างความรัก แล้วก็หวงแหนกัน อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ

ประเด็นที่ ๔ แล้วจะบริหารจัดการกันอย่างไรในระดับจังหวัด ในระดับเทศบาล แล้วก็ในระดับตำบล แต่ว่าต้องเอาเจ้าของพื้นที่เป็นตัวตั้ง เพราะฉะนั้นประธานจะเป็น นายอำเภอไม่ได้ ประธานจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไม่ควร จะเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณต่าง ๆ ได้ไหม เป็นคณะกรรมการในระดับต่าง ๆ แล้วก็ทำงานคู่ขนานกับผู้ที่มีตำแหน่งกำนันก็ดี นายกเทศมนตรี นายก อบต. นายก อบจ. ร่วมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีการบริหาร จัดการประชาชนผู้เป็นเจ้าของ ไม่ใช่แค่มีส่วนร่วม จะต้องเป็นผู้ที่ร่วมตัดสินใจด้วย ในทิศทางการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังว่าจะเน้นทางเรื่องไหน อย่างไร จัดงบประมาณ ของจังหวัดอย่างไร ผมได้เคยพูดไว้โดยเฉลี่ยประมาณ ๓,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท ต่าง ๆ เหล่านี้ นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่งในแง่ของพื้นที่ส่วนอันที่ ๒ ก็มีแม่น้ำ มีทะเลสาบ ในทะเลสาบอาจจะจำกัด อยู่ในจังหวัด แต่ถ้าเป็นทะเลสาบสงขลาก็มีทั้งทะเลสาบสงขลา ทะเลสาบนครศรีธรรมราช แล้วก็ทะเลสาบพัทลุง ก็ต้องให้ท้องถิ่นบริหารจัดการทะเลสาบสงขลาได้ไหม รัฐบาลกลาง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็ให้การสนับสนุน ทีนี้จะเป็นแม่น้ำก็ดี จะเป็นทะเลสาบ จะเป็นภูเขา จะเป็นชายหาดก็ดี บวกกับพื้นที่ในจังหวัด ต้องมีการแบ่งแยกภาระหน้าที่กันให้แน่ชัดว่า ส่วนนี้เป็นเรื่องของท้องถิ่นในระดับท้องถิ่นแท้ ๆ คือ ณ เทศบาล ณ ตำบล ส่วนนี้เป็น ในระดับจังหวัดระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดกับ อบจ. แล้วก็จะมีส่วนกลางเข้ามา ก็คือ กระทรวง ทบวง กรมจากรัฐบาลกลาง จะประสานกันที่สำนักนายกรัฐมนตรี หรือที่ สภาพัฒนาการเมืองได้ไหมว่าจะเข้ามาสนับสนุนท้องถิ่นในระดับจังหวัด ในเรื่องของ การขนส่งการสัญจรไปมา ในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องขององค์ความรู้มากน้อยแค่ไหน แล้วจะมีเงินกลางมาสมทบ การรักษาประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่น งานเฟสติวัล (Festival) ประเพณีทั้งหลายมากน้อยแค่ไหน ต้องทำงานกันเยอะแยะให้เป็นกิจจะลักษณะ คำว่าอินคลูซิฟเนส (Inclusiveness) หรืออินคลูซิวิตี (Inclusivity) จะได้ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าได้รู้แล้วว่าใครเป็นเจ้าของ ใครมีส่วนร่วม ใครต้องมีบทบาทอย่างไร ต่าง ๆ เหล่านี้

ผมขอฝากไว้อีกประเด็นหนึ่งว่ามีสำนักงานส่งเสริมเขตท่องเที่ยวพิเศษ ผมอยากจะเสนอให้ยุบได้แล้ว เสียเวลา แล้วก็โอนงบประมาณของคนเหล่านั้นมาให้ ส่วนกลาง หรือว่าโอนกลับไปที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือกระทรวงวัฒนธรรมจะดีกว่า เป็นการสร้างหน่วยงานขึ้นมาซ้อนงานแล้วก็ไม่ได้มี ผลประโยชน์อะไร อยากจะขอให้ผ่านทางท่านประธานไปที่คณะกรรมาธิการว่าให้ทบทวนด้วย แล้วก็ให้ดูเรื่องของความเป็นไปในโครงสร้างของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่สำคัญ ก็คือว่าการท่องเที่ยวต้องพึ่งโบราณสถานแล้วก็ต้องพึ่งธรรมชาติ เหมือนกับอันหนึ่ง ไปอยู่ที่กระทรวงวัฒนธรรม อีกอันหนึ่งอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม งบควรจะไปที่กระทรวงทั้ง ๒ โดยตรงไม่ต้องไปผ่านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้หรือไม่ จะต้องมีการบูรณะซ่อมแซมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ผมอยากจะเสนอไว้ด้วย ก็คือว่าการฝึกอบรมจะทำที่ไหน ที่วิทยาลัยปกครองให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ทอนลงมาถึง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ผ่านทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้มากน้อยแค่ไหน บทบาทของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่าง ๆ เหล่านี้ จะเข้ามาเป็นองค์ความรู้ทางด้านวิชาการได้มากน้อยแค่ไหน แล้วทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ ประเทศไทยเป็นสมาชิกองค์การท่องเที่ยวโลก ดับเบิลยูทีโอ (WTO) ที่กรุงมาดริด ผมค่อนข้างจะแน่ใจว่ามีข้อมูลมากมาย นอกจากนั้นแล้วเราก็มีบทบาทสำคัญในเรื่อง การท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific) ผมว่าเราน่าจะฟังองค์ความรู้ ต่าง ๆ เหล่านี้

ประเด็นสุดท้าย อยากจะขอความกรุณาผ่านทางท่านประธานไปรัฐบาลว่า เครื่องบินทุกลำที่บินเข้าสู่ประเทศไทยนั้น ขอเวลาครึ่งชั่วโมงช่วงเครื่องบินขึ้นใหม่ ๆ กับเครื่องบินจะลงจะต้องมีวิดีโอเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ประเพณี วัฒนธรรมของไทย เป็นภาคบังคับ แล้วก็ลดเวลาเรื่องเกี่ยวกับศุลกากร ตม. ฟังแล้วน่ากลัว เหมือนเรา ไม่ต้องการที่จะต้อนรับคนต่างชาติ มีอะไรก็จะเข้าคุกอย่างเดียว อันนี้ก็อยากจะขอให้ ทบทวนด้วย ส่งเสริมสิ่งที่ดีงามของประเทศไทยเป็นสำคัญ แล้วให้ทุกสายการบินต้องกระทำ ตามนั้น ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน