ธานินทร์ ผะเอม ชื่นชมรายงานด้านอินคลูซีฟทัวริซึม พร้อมเสนอให้ปรับปรุงให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ และเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาของจังหวัดและอำเภออย่างเป็นระบบ โดยเน้นความสำคัญของการสร้างความเป็นเจ้าของในระดับท้องถิ่น การเชื่อมโยงหน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และองค์กรท้องถิ่นผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วม เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและปลอดภัย พร้อมเรียกร้องให้ส่วนกลางสนับสนุนงบประมาณอย่างเหมาะสมภายใต้กรอบโปรแกรม และผลักดันการปฏิรูปแนวคิดการพัฒนาจากภายใน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นอันดับแรกเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานสภา ผม ธานินทร์ ผะเอม หมายเลข ๗๔ ก่อนอื่นก็ต้องชื่นชมกับรายงานชุดนี้อินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) ผมติดตามงานของคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจมาโดยตลอด ฉบับที่ ๑ อาจจะไม่สมบูรณ์ แต่ผมก็เชียร์นะครับ ฉบับที่ ๒ ในสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ที่บอกว่าดำเนินการไปแล้วผมก็เชียร์ แต่ผมคิดว่าเปเปอร์ (Paper) นี้ถ้าทำให้ชัดเพื่อให้ขับเคลื่อนจะมีความหมายมาก เพราะปัจจุบัน ผมเชื่อว่าตัวเลขของปี ๒๕๕๙ การท่องเที่ยวซึ่งแวลูเชน (Value Chain) ยาวมากประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) มีความหมายมาก ถ้าเราทำกลไกนี้ให้ดีจะช่วยเรื่องกระจาย แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ำ แต่ตรงนี้ระบบที่เราจะไปสเตรงเทน (Strengthen) งานในพื้นที่ ที่เป็นแอเรียเบส (Area based) ที่ สปท. ก็พยายามทำงานทางด้านนี้มา อันหนึ่งที่ผมคิดว่า งานตรงนี้มีความหมายเพราะว่าเรากำลังปรับเรื่องท่องเที่ยว แล้วเราไม่สามารถจะสแตนด์อโลน (Stand-alone) ได้ เราต้องพูดถึงแผนจังหวัด แผนอำเภอที่เราพยายามทำให้กลไกตรงนี้ ปรากฏ เพราะว่าสิ่งที่ท่านเขียนไว้แล้วในตัวรายงานก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผมจะขออนุญาต ท่านประธานเสนอใน ๓ ประเด็น ล้อไปกับแผนการปฏิรูปที่คณะกรรมาธิการนำเสนอ
ประการแรก เป็นเรื่องของสตรักเจอร์ (Structure) ตรงนี้ผมอยากให้ไปเน้น แผนจังหวัดกับแผนอำเภอรวมเข้ามา เพราะกลไกและกระบวนการตรงนี้คือถ้าแผนอำเภอ กรองมา แผนจังหวัดก็ไปสรุปยอดมา ตัวงบประมาณที่จะลงไปในระดับจังหวัดก็จะมี ความสำคัญมาก แต่ที่สำคัญมากที่สุดก็คือบทบาทของท้องถิ่น ชุมชน เราปฏิเสธท้องถิ่น ไม่ได้หรอกครับ แล้วโอนเนอร์ชิป (Ownership) กับความยั่งยืนจะอยู่ในประเด็นนี้ แล้วข้อสำคัญเขามีงบประมาณ เขาต้องใช้งบประมาณเขาอย่างระมัดระวังและตรงจุด ตรงประเด็น อันนั้นประเด็นที่ ๑ เรื่องที่เราต้องเชื่อมต่อกับกลไกในพื้นที่ทั้งจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น และชุมชน อันนี้ผมพูดในสถานะปัจจุบันว่าเรายังยึดจังหวัดเป็นหน่วยงานที่จะลิงก์ (Link) ระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น แต่ท้องถิ่นถ้าเขาไม่มีโอนเนอร์ชิป (Ownership) จะยั่งยืนยาก แล้วเขาจะเป็นตัวที่จะช่วยกระจายรายได้ของท่องเที่ยว ซึ่งโดยธรรมชาติก็มี แนวโน้มเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ปล่อยให้มีอะไรไปบิดเบือน
ประการที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องโนว์เลดจ์ (Knowledge) ผมว่าส่วนกลาง โดยเฉพาะสภาวิจัยแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ทำงานวิจัยดี ๆ ไว้เยอะ โดยเฉพาะการใช้พาร์ทิซิเพโทรี แอ็กชัน รีเสิร์ช (Participatory Action Research) หรือที่เราเรียกว่าพาร์ (PAR) หมายถึงเป็นวิจัยที่วิจัยไปแล้วก็แอ็บซอร์บ (Absorb) ความรู้ ของนักวิจัยท้องถิ่นซึ่งเขาก็เอาไปใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ที่ ผมยกตัวอย่างอันหนึ่งก็คือ เรื่องของน้ำพุร้อนซึ่งทางจังหวัดกระบี่ทำอยู่ แล้วเขาก็ตั้งเครือข่ายระดับชาติ ตอนนี้ ทางเหนือก็กำลังขยับ เราจะเห็นว่าตรงนี้คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีก็จะเป็นคนที่อยู่ในท้องถิ่นเอง เป็นผู้ประกอบการ ซึ่งผมต้องชื่นชมนะครับ ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นพี่เลี้ยง เพราะว่าเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยอะไรที่ต้องดูแล เราจะพบว่ามีข่าวว่าข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ ผมรู้สึกว่าเป็นอัยการลงไปแช่บ่อน้ำร้อน โดยที่ไม่ได้มีใครแนะนำหรือว่า ท่านมองข้ามตรงนี้ไป ปรากฏว่าท่านช็อกคาอ่าง จริง ๆ จะมีบ่อในระดับของมันตั้งแต่ ๒๐ องศาไปเรื่อย ๆ จนถึง ๔๐ องศา ตรงนี้จะเห็นว่ามีทั้งเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานในด้านสุขภาพ ประเด็นผมไม่ได้บอกว่าให้เอางบประมาณไปใส่ให้กับวิจัย มุ่งเป้าในส่วนกลางเยอะ ๆ แต่เพียงอย่างเดียว แต่การทำงานของอินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) ต้องไปโยงกับหน่วยงานวิจัยในพื้นที่ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ที่เรามีอยู่เยอะ แล้วตรงนี้องค์ความรู้ที่ตกผลึกจะตอบโจทย์ที่เป็นการแก้ไขปัญหาและพัฒนา ศักยภาพในพื้นที่ท้องถิ่นและชุมชนได้ดี ส่วนกลางก็อาจจะสนับสนุนงบประมาณ เพราะว่า สิ่งที่เราทำโปรแกรมบัดเจตติง (Program Budgeting) ไว้ผมคิดว่าดีมากที่รัฐบาลชุดนี้ ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗
ประการสุดท้าย เรื่องของไมนด์เซต (Mindset) อันนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับ เรื่องหน่วยงานโดยตรง แต่ตรงนี้จะเป็นตัวอ็อบสตรักต์ (Obstruct) เราจะพบว่าไม่ได้ไปด้วยกัน ในขณะที่เราโพซิชันนิง (Positioning) เรื่องท่องเที่ยวเอาไว้ แล้วบอกว่าแวลูเชน (Value Chain) ของมันลงไปในพื้นที่ ช่วยในเรื่องการกระจายรายได้ แต่ตรงนี้อุปสรรคอันหนึ่งก็คือวิธีคิด และความเข้าใจ ถ้าเอาหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตกตั้งแต่เข้าใจนะครับ เพราะว่าเวลา สตง. ไปตรวจ จริง ๆ หน้าที่ของท่านเหมือนกับ เปาบุ้นจิ้น พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี แต่ตรงนี้ท่านจะพิชิตคนพาลก็ว่ากันไป แต่ท่านไป อ็อบสตรักต์ (Obstruct) ไปขัดขวางการทำหน้าที่ของท้องถิ่น ทั้งที่กฎหมายเปิดโอกาสให้เขา ทำเรื่องท่องเที่ยวแล้วเขามีทรัพยากรที่ไปใส่แต่ สตง. บอกว่าผิด อันนี้เริ่มตั้งแต่แรกว่า ไม่ต้องพูดถึงคำว่าเข้าถึง พอคำว่าเข้าใจมันตกแล้วก็ตกหมด ตรงนี้ผมเข้าใจว่าเราต้องส่ง เมสเซจ (Message) ผมว่าถ้าเราจะปรับโครงสร้างหรือปฏิรูป เราไม่เริ่มที่กลไกแล้วก็เริ่มที่ ตัวทรัพยากรมนุษย์ผมว่าการปฏิรูปก็ไม่ได้ไปไหน ผมก็ขออนุญาต ๓ ประเด็นสั้น ๆ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ