เลิศรัตน์ รัตนวานิช แนะนำการปฏิรูปการมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ และปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเดิม เพื่อให้ท่องเที่ยวยั่งยืน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของไมนด์เซต (Mindset) ของคนไทยที่เป็นเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวกลับมาเมืองไทยซ้ำแล้วซ้ำอีก และเรียกร้องให้ปลูกฝังวินัยของคนไทยในการแยกขยะและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เรื่อง การปฏิรูปการมีส่วนร่วม ด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบเพื่อความยั่งยืน เรื่องนี้ถ้าเราดูเอกสารที่กรรมาธิการนำเสนอ ก็จะมีไม่กี่แผ่น ใช้เวลาอ่านไม่กี่นาที ก็จะทราบถึงที่มาที่ไปของข้อเสนอในการปฏิรูป ถึงแม้จะมีเนื้อหาไม่มากเป็นเรื่องสั้น ๆ แต่เอกสารฉบับนี้พูดถึงรายได้ที่เข้าสู่ประเทศถึงร้อยละ ๑๐ ของจีดีพี (GDP) หรือ ๒ ล้านล้านบาท อันนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศในด้านเศรษฐกิจ ในด้านชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมก็เห็นด้วยกับที่ท่านกรรมาธิการได้กล่าวว่า เกี่ยวข้องกับทุกชีวิตในบ้านเรา ทางกรรมาธิการได้ใช้ชื่อว่า อินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) พูดถึง ๓ เรื่องหลัก ๆ คือเรื่องสตรักเจอร์ (Structure) เรื่องโนว์เลดจ์ (Knowledge) แล้วก็ เรื่องของไมนด์เซต (Mindset) ซึ่งทั้ง ๓ เรื่องก็มีความสำคัญ ได้ขยายความไว้อาจจะยังไม่ลง ในรายละเอียดลึกซึ้งเท่าที่ควร แต่ก็ได้วางโครงสร้าง เช่น ในส่วนของสตรักเจอร์ (Structure) พูดถึงเรื่องของการที่ควรจะมีกรรมการในระดับต่าง ๆ เพื่อมาพิจารณาทั้งระดับนโยบาย ระดับพื้นที่ ระดับคลัสเตอร์ (Cluster) ต่าง ๆ ผมอยากจะเสริมตรงนี้สักนิดหนึ่งว่า เรื่องการท่องเที่ยวถ้าจะให้ยั่งยืนได้ก็ต้องมองไปข้างหน้า ต้องมองไปไกล เราจะขายบุญเก่า กินตลอดไป โดยอาศัยแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดมาแล้วเป็นสิบเป็นร้อยปี วัฒนธรรมที่เกิดมา เป็นร้อยเป็นพันปี เราจะอาศัยสถานที่ท่องเที่ยวเท่าที่มีอยู่วันนี้เพื่อจะให้นักท่องเที่ยว เข้ามาเที่ยวใน ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้ามันไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากจะเพิ่มเติม ถ้ามีคำว่า คอนสตรักชัน (Construction) การก่อสร้างอยู่ แต่ท่านยังขยายน้อยมาก ผมเป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง เดินทางต่างประเทศปีหนึ่งเกินกว่า ๑๐ หน วันที่ไปที่เมืองต้าเหลียน ของจีนทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งเมืองมีแต่สิ่งประดิษฐ์ทั้งสิ้น เราขับรถเล่นในสวน ซึ่งมีหอย มีปู มีปลาขนาดมหึมาเขาสร้างขึ้นไว้ในสวน ลงไปที่ชายทะเลเป็นลานคอนกรีต สุดลูกหูลูกตา คนเดินเป็นหมื่น ๆ คน มีอนุสาวรีย์ต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยวในหลาย ๆ เมือง ทั่วโลกเกิดจากการสร้างขึ้นของมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยธรรมชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นจุดท่องเที่ยวเพิ่มเติมขึ้น นักท่องเที่ยวที่กลับมาประเทศไทย ถ้าเราไปสัมภาษณ์เราจะเห็นว่าบางคนมาหลายครั้งต่อปี บางคนมาทุกปีอย่างพวกทาง สแกนดิเนเวียก็จะมาอยู่แถวพังงา ภูเก็ต ปีละเดือน ๒ เดือน เป็นพวกลองสเตย์ (Long Stay) แล้วมาทุกปี เขาชื่นชม เขาประทับใจในหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งเดี๋ยวผมจะกล่าวเพิ่มเติม ฉะนั้นจึงควรจะมีกรรมการระดับชาติ ระดับพื้นที่ที่จะมองว่าเราจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพิ่มเติม พัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างไร ซึ่งในจุดของ การปรับปรุงทางกรรมาธิการก็ได้ยกตัวอย่างไว้หลายประเด็นสมัยที่เรานำแพนด้าเข้ามา ตอนที่ผมเป็นประธานกรรมการโรงงานสวนสัตว์ เมื่อปี ๒๕๔๖ เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยว ปีหนึ่งไม่ถึงล้านคน มีคนเข้าไปเที่ยวในสวนสัตว์เชียงใหม่ปีหนึ่งแค่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คน ปัจจุบันนี้มีคนเข้าไปเที่ยวในสวนสัตว์เชียงใหม่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน เชียงใหม่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนไปเพิ่มมากขึ้นเป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ คนแล้ว ฉะนั้นก็จะเห็นว่าแค่แพนด้า แค่สวนพันธุ์ไม้โลกที่ถูกสร้างขึ้นในเชียงใหม่ก็เป็นสิ่งที่เพิ่ม จุดท่องเที่ยวให้กับจังหวัดเชียงใหม่ ที่ภูเก็ตนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปเที่ยวภูเก็ตแฟนตาซี เพราะนอกจากป่า นอกจากทะเลแล้ว ก็จะต้องมีอะไรที่ให้เขาได้ไปท่องเที่ยว เราต้องดู วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมงนะครับ ไม่ใช่จะให้นักท่องเที่ยวไปนอนตั้งแต่ทุ่ม ๒ ทุ่ม เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ก็ต้องมีคนคิด มีคนลงทุน จะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชนก็แล้วแต่ก็ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันสร้าง ผมทราบมาว่าตอนนี้ทางเมืองคุนหมิงมาติดต่อซาฟารีเวิลด์ให้ไปช่วยสร้าง ภูเก็ตแฟนตาซีที่เมืองคุนหมิง เห็นไหมครับ ก็เพื่อเป็นการเนรมิตให้มีแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วคือ ๑ ปีพอดีผมไปเซี่ยงไฮ้ หลังจากดิสนีย์แลนด์ที่เซี่ยงไฮ้เปิดได้เพียง ไม่ถึง ๑ เดือน เขาลงทุนเป็นแสนล้านบาทเพื่อเพิ่มแหล่งท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นการเพิ่ม แหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ญี่ปุ่น จีน เขาจะเก่งมาก และเขาก็จะเดินหน้า ไปตลอด ในการที่จะเพิ่มเติมสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นเราควรจะมีกรรมการ มีคนมาช่วยดูทั้งระดับพื้นที่ว่า เราจะเอาบ้านโบราณมาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างไร เราจะสร้างสตอรี (Story) อย่างไร จีนสร้างสตอรี (Story) เก่งมากหลอกเราไปนั่งดูโชว์ ๒-๓ ชั่วโมงพูดถึงหมาจิ้งจอก พูดถึง นางฟ้า พูดถึงอะไรต่ออะไร แล้วเราก็กลับมาด้วยความชื่นชม ไปดูสตอรี (Story) เหล่านั้น ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้สตอรี (Story) ในบ้านเราก็มีเยอะแยะไปหมดใช่ไหม เพียงแต่เราจะทำอย่างไร ให้สิ่งเหล่านั้นนำมาขายให้กับนักท่องเที่ยวได้ ประเด็นในเรื่องของโนว์เลจด์ (Knowledge) เป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง ถ้าเราลงไปที่สนามบินในประเทศอื่น ๆ เราจะเห็นอะไรรู้ไหมครับ เราจะเห็นโบรชัวร์ (Brochure) วางเต็มไปหมดเลย เราจะหยิบของเมืองไหน ของด้านไหน ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาโลคัล (Local) มีหมด เขาไม่ประหยัดกับสิ่งเหล่านี้ ใครอยากจะได้ก็หยิบไป แต่บ้านเราผมคิดว่าการลงทุนในสิ่งเหล่านี้ยังมองเป็นเรื่องของ ต้องใช้เงิน ต้องพิมพ์แผนที่ของพื้นที่ต่าง ๆ บูธ (Booth) แนะนำนักท่องเที่ยวทั้งในเรื่องของ สถานที่ท่องเที่ยว ในเรื่องของการให้ข้อมูลการเดินทางในทุกประเทศที่เขาส่งเสริม แหล่งท่องเที่ยวเขาจะมี เราสามารถเดินเข้าไปหามีเจ้าหน้าที่ที่เขาจะให้ข้อมูลเรา ให้แผนที่กับเรา หรืออาจจะมีแผนที่อยู่ข้าง ๆ บูธ (Booth) เลย เขาก็ออกมาชี้ให้เราดู บ้านเราก็ไม่ค่อยมี ทุกคนก็ต้องช่วยตัวเอง เราจึงเห็นนักท่องเที่ยวอย่างที่ท่านกลินท์พูดว่าเดินอยู่ตามถนน คนไทยก็เข้าไปช่วยชี้โบ๊ชี้เบ๊รู้บ้างไม่รู้บ้างจะไปโน่นไปนี่อย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ เราก็สามารถจะเพิ่มเติมและพัฒนาได้เพื่อให้ความรู้กับประชาชนและความรู้กับนักท่องเที่ยว ที่เขาจะไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ
อีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของไมนด์เซต (Mindset) ผมว่ามีความสำคัญยิ่ง ไมนด์เซต (Mindset) ของคนไทยเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาเมืองไทยซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมไปอยู่แถวริมสระน้ำเห็นนักท่องเที่ยวเดินมาเขาก็โผไปกอดกับเจ้าหน้าที่บริการ ของภัตตาคารหรือของสระน้ำทักทายกันอย่างสนิทสนม ก็เพราะว่าความมีจิตใจที่ดูแล นักท่องเที่ยวอย่างที่เราเรียกว่าเฟรนด์ลีแอตติจูด (Friendly Attitude) คือด้วยจิตใจ ที่เป็นมิตรเหมือนกับคนรู้จักกัน อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งคนชาติอื่นจะมีน้อยมาก เราต้องยกเครดิต ให้กับฝ่ายบริการเจ้าหน้าที่ของคนไทยเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เป็นจุดขายที่ดีอย่างยิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาพักโรงแรมที่เขาเคยพัก กลับไปเที่ยว สถานที่ที่เขาเคยท่องเที่ยว ไปนั่งเรือกับคนแจวเรือหรือคนขับเรือที่เขาเคยรู้จัก เพราะอันนี้ เป็นไมนด์เซต (Mindest) ที่มีความสำคัญยิ่ง กับไมนด์เซต (Mindset) ในด้านของการที่จะพัฒนา ให้คนไทยซึ่งอาจจะยังให้ความสำคัญน้อยในเรื่องของกรีนทัวร์ริซึม (Green Tourism) คือการท่องเที่ยวสีเขียว การท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ ทั้งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งอนุรักษ์ ในเรื่องของการใช้พลังงาน อนุรักษ์ในเรื่องของการทิ้งขยะ เราก็ควรจะได้ส่งเสริมควบคู่ไปด้วย เราพูดกันเรื่องปลูกฝังวินัยของคนไทยในเรื่องการแยกขยะ แหล่งท่องเที่ยวจะเป็นตัวอย่างที่ดี ที่เราจะสามารถจัดถังขยะประเภทต่าง ๆ ผมไปโรงแรมในกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้ก็มีหลายโรงแรม แล้วที่ในแต่ละพื้นที่ในแต่ละห้องเขาจัดถังขยะไว้ว่าอันนี้สำหรับไปรีไซเคิล (Recycle) ต่อ อันนี้สำหรับเป็นถังขยะแบบที่จะไปทำลายเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะ สอดแทรกปลูกฝังให้กับคนไทย แล้วก็เป็นการแสดงถึงวัฒนธรรมที่ดีที่ทำให้ชาวต่างชาติ มีความรู้สึกว่าคนไทยหรือประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ ซึ่งต้องถือว่าเป็นวาระ ของโลกเลยในเรื่องของการดูแลธรรมชาติ ในเรื่องของการใช้หรือการอนุรักษ์พลังงาน อย่างรู้คุณค่าของพลังงาน ก็ขอสนับสนุนว่าถึงแม้จะเป็นรายงานที่สั้น ๆ แต่เป็นเรื่อง ที่มีความสำคัญยิ่ง และถ้าได้มีการขยายเพิ่มเติมให้ครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น มีความชัดเจนขึ้น ผมว่าก็จะเป็นส่วนที่นำไปผลักดันให้การท่องเที่ยวของเรามีความยั่งยืน แล้วในอนาคตไม่ใช่เฉพาะวันนี้ อีก ๑๐ ปี ๒๐ ปีเราก็จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ก็เช่นเดียวกับที่รัฐบาลอย่างอีอีซี (EEC) ก็เป็นตัวที่จะมากระตุ้นให้เราสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ ในอนาคต ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปีได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมองไปข้างหน้าในเรื่องของการพัฒนาเพิ่มเติมแหล่งท่องเที่ยว สร้างเครือข่ายของการสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างที่ทางกรรมาธิการได้นำเสนอ ขอบพระคุณครับ