นรรัตน์ พิมเสน ชี้แจงและเสนอแนวทางปฏิรูปการปฏิบัติงานในรัฐสภาอย่างรอบด้าน ครอบคลุมการปรับปรุงข้อบังคับการประชุม การเพิ่มประสิทธิภาพของกรรมาธิการ การตรวจสอบจริยธรรมของสมาชิก และการจัดตั้งกลไกติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และประสิทธิภาพของรัฐสภาให้ทัดเทียมกับสถาบันหลักของรัฐ พร้อมเน้นย้ำการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกท่าน ดิฉัน นรรัตน์ พิมเสน ในฐานะประธาน อนุกรรมาธิการปฏิรูปการปฏิบัติงานในรัฐสภา ท่านประธานเสรี สุวรรณภานนท์ ก็ได้เรียนให้ ทราบถึงความเป็นมา เหตุผล ความจำเป็นที่คณะกรรมาธิการจำเป็นจะต้องมีการศึกษา ในเรื่องการปฏิรูปการปฏิบัติงานในรัฐสภาให้ท่านได้ทราบแล้ว ดิฉันก็ขออนุญาตที่จะเข้าไป ในประเด็นเนื้อหาของรายงานเลยนะคะ ในรายงานฉบับนี้คณะกรรมาธิการได้กำหนด ประเด็นในการปฏิรูปเอาไว้ทั้งหมด ๓ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ เป็นการปฏิบัติงานของสมาชิก รัฐสภา ส่วนที่ ๒ เป็นการปฏิบัติงานในหน่วยงานสังกัดรัฐสภา แล้วก็ส่วนที่ ๓ จะเป็น ข้อเสนอแนะในส่วนของรัฐสภาแห่งใหม่ ประเด็นในส่วนที่ ๑ จะขออนุญาตเรียนก็คือ การปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภาเราก็จะแบ่งออกเป็น ๓ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกก็จะ เป็นเรื่องของการปฏิบัติภารกิจแล้วก็อำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาตามบทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งหัวข้อต่าง ๆ ก็จะมีท่านสมาชิกในฐานะกรรมาธิการจะได้เรียนชี้แจงให้ท่านได้ทราบ ลงไปในรายละเอียดในบางเรื่อง ถ้าเรื่องใดมีท่านสมาชิกที่จะชี้แจงอภิปรายอยู่ แล้วก็ขออนุญาตที่จะไม่ลงในรายละเอียดค่ะ
ประเด็นที่ ๑ ในการปฏิบัติภารกิจและอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องที่มาของประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ประธานวุฒิสภา บางครั้งอาจจะเห็นว่าไม่เป็นกลาง ซึ่งในเรื่องนี้ท่านนิกร จำนง จะได้ชี้แจงในรายละเอียด
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ถ้าท่านจะเห็น หลัง ๆ นี้ ท่านสมาชิกจะมีการสงวนคำแปรญัตติ กรรมาธิการก็สงวนความเห็นไว้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติที่มีความสำคัญแล้วก็ซับซ้อน ทำให้เสียเวลาจะต้องมานำเสนอ และอภิปรายกันในที่ประชุมสภา หากท่านสมาชิกลงมติที่จะเห็นด้วยกับการแปรญัตตินั้น ก็ต้องมีการแก้ไขตัวกฎหมายอย่างทันท่วงทีในที่ประชุมสภา ซึ่งก็อาจจะทำให้เกิด ความไม่รอบคอบ บางครั้งไปกระทบกฎหมายฉบับอื่น เพราะฉะนั้นจึงเป็นปัญหา แนวทางแก้ไข จะมีท่านสมาชิกได้กรุณาชี้แจงค่ะ
เรื่องที่ ๓ เป็นการปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการก็จะมี ปัญหาในเรื่องการทำงานซ้ำซ้อน ตัวกรรมาธิการเองก็ไม่ได้มีความรู้ความสามารถที่ตรงกับ เรื่องความรับผิดชอบ อำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการที่ตนดำรงอยู่ก็มี ก่อให้เกิดปัญหา ในการทำงานของคณะกรรมาธิการคณะนั้น ๆ
เรื่องที่ ๔ เรื่องของการตั้งกระทู้ถาม จริง ๆ แล้วเป็นกลไกสำคัญในการที่จะ ควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แต่ว่าการตั้งกระทู้ถามก็ไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากว่าเมื่อบรรจุระเบียบวาระเรื่องกระทู้ถามไปแล้วก็จะมีการเลื่อนกระทู้ถามออกไป จนกระทู้ด่วนนั้นไม่กลายเป็นกระทู้ด่วน ก็ทำให้การทำงานของสภาไม่เกิดประสิทธิภาพ
เรื่องที่ ๕ การอภิปรายไม่ไว้วางใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็คง จะเคยได้ยินได้ฟังแล้ว เหมือนกับว่าท่านก็ได้อภิปรายกันด้วยเนื้อหาข้อมูลที่ดุเดือดเผ็ดร้อน ก็น่าจะนำไปสู่การลงมติไม่ไว้วางใจได้ แต่ปรากฏว่าพอเอาเข้าจริง ๆ มติเสียงข้างมาก ก็ไม่สามารถที่จะลงมติไม่ไว้วางใจได้ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าสภานั้นกำลังเล่นละครให้ดู หรือเปล่า
เรื่องที่ ๖ จะเป็นเรื่องของคณะกรรมการติดตามการดำเนินงานของ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จริง ๆ แล้วทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะมีการปฏิบัติ ตามอำนาจหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณากฎหมาย การตั้งกระทู้ถาม การเสนอญัตติ หรือประเด็นต่าง ๆ แต่เมื่อดำเนินการไปแล้วไม่มีหน่วยงานใดที่จะทำหน้าที่ ติดตามการปฏิบัติงานอย่างจริงจังเพื่อที่จะให้ไปสู่ความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ ได้ ก็คงจะมีแต่ ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่มอบหมาย หน้าที่ให้ แต่ก็ไม่ได้เป็นการที่จะไปลงติดตามในเชิงลึก ก็จะติดตามไปว่าตอนนี้เรื่องนี้สถานะ อยู่ที่จุดใด หน่วยงานใด ก็จะเป็นเท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่ทางรัฐสภาขาดข้อมูลสิ่งเหล่านี้ ในการประกอบการพิจารณาต่าง ๆ ก็จะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้แล้วขออนุญาตเรียนว่าจริง ๆ แล้วในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือในกฎหมายอื่นก็จะมีการบัญญัติไว้ กำหนดไว้ให้ส่วนราชการตามรัฐธรรมนูญหรือองค์กร อิสระจะต้องรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ในหน่วยงานอื่นก็มีตามกฎหมายต่าง ๆ รายงานเหล่านี้ก็ไม่ได้มีใครวิเคราะห์ พอมาถึงสภาทั้งสองก็ไม่ได้มีหน่วยงานใดช่วยวิเคราะห์ ให้ข้อมูล ให้ความคิดเห็น เพื่อจะนำไปสู่การติดตาม ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ก็จะเสนอวิธีการในการที่จะมีการติดตามการดำเนินงานของทาง สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ทางวุฒิสภา
เรื่องที่ ๗ ที่เรานำเสนอ ก็คือการรักษาระเบียบและความเรียบร้อย ในที่ประชุมสภา ที่ผ่านมาท่านก็คงจะเคยได้เห็นภาพเมื่อเวลาที่มีการประท้วง หรือมีเหตุ ภายในที่ประชุมสภา ประธานของที่ประชุมสภานั้นได้ใช้อำนาจสั่งให้สมาชิกออกจาก ห้องประชุม ออกจากที่ประชุม จนกระทั่งไปถึงขั้นที่ให้ตำรวจรัฐสภานำตัวออกไป ท่านก็จะเห็นความวุ่นวาย แต่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งของประธานในที่ประชุมได้เลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็สมควรที่จะได้มีการแก้ไข โดยเราก็ได้คิดเห็นว่าสมาชิกที่ทำให้เกิด ความวุ่นวายแล้วก็ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของประธาน ตลอดจนสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่มาช่วย ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจรัฐสภา เราก็เห็นว่าควรที่จะได้รับการพิจารณาในเรื่อง ผิดประมวลจริยธรรมเพราะถือว่าทำให้สภาวุ่นวายแล้วก็เกิดความเสียหาย เสียเวลา ในการประชุม ตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเองก็ควรที่จะได้รับการอบรมทั้งด้านทฤษฎี แล้วก็ทั้งด้านปฏิบัติเพื่อให้สามารถระงับเหตุวุ่นวายที่เกิดจากบุคคลที่มีอำนาจเหนือก็คือ สมาชิก
เรื่องที่ ๘ เป็นเรื่องของการสร้างจริยธรรม ที่ผ่านมาในประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ขาดความชัดเจนในการปฏิบัติตามมาตรฐาน จริยธรรม อีกทั้งมีปัญหาในเรื่องของการตีความที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนจริยธรรม การกำหนด บทลงโทษก็ยังไม่มีความชัดเจน ไม่ได้มีการกำหนดระดับความร้ายแรงของการกระทำผิด ที่ถือว่าฝ่าฝืนจริยธรรม ขั้นตอนการลงโทษก็ไม่ปรากฏ เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเด็นปัญหา ควรที่จะต้องมีการแก้ไข แนวทางที่เราได้พิจารณากันก็คือควรที่จะทำมาตรฐานทางจริยธรรม และคู่มือการปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติและป้องกัน ปัญหาในการตีความมาตรฐานจริยธรรม โดยการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ต้องไม่ขัด หรือแย้งกับมาตรฐานจริยธรรมที่กำหนดโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกัน ทางฝ่ายรัฐสภาก็จะต้องมาพิจารณาและกำหนดให้สอดคล้อง หรือมีเรื่องใดที่ควรจะเพิ่มเติม ก็ควรจะเพิ่มเติมให้ชัดเจน ให้มีการตรวจสอบและรายงานพฤติกรรมเชิงจริยธรรมเผยแพร่ ต่อสื่อมวลชนเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบ ให้มีการจัดทำรายงานประจำปีของรัฐสภา ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาให้สาธารณชนได้รับทราบ ผ่านทางสื่อต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ในการพิจารณาเรื่องผิดจริยธรรมของสมาชิก ก็เห็นควร ส่งเรื่องนี้ให้กับศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยและมีการเพิ่มโทษทางจริยธรรม อาจจะเป็นเพิ่มโทษ ปรับทางแพ่ง นอกเหนือไปจากโทษตักเตือน ทำทัณฑ์บน หรือประณาม ก็เป็นข้อคิดเห็นของ ทางคณะกรรมาธิการ
เรื่องที่ ๙ เป็นเรื่องของการเสนอให้ยกเลิกการจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ
เรื่องที่ ๑๐ เราเสนอให้ยกเลิกการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาให้กับ สมาชิกรัฐสภา
ประเด็นที่ ๒ เป็นการปรับปรุงข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานในรัฐสภาเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งบัญญัติเรื่องใหม่ ๆ เอาไว้หลายเรื่อง เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านั้นควรจะได้บัญญัติเอาไว้ กำหนดเอาไว้ในข้อบังคับการประชุม ขออนุญาตยกตัวอย่างที่เราเสนอก็คือ ในเรื่องของ การดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภา ต้องดำเนินการโดยเร็ว ในกรณีที่ไม่มีประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาในระหว่างที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ บัญญัติไว้แล้วว่าถ้าไม่มีประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาซึ่งเป็นรองประธานรัฐสภา ก็ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ถ้าในกรณีที่ประธานวุฒิสภาไม่มี ให้รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นตำแหน่งเหล่านี้จึงเป็นตำแหน่งสำคัญที่จะว่างเว้นไม่ได้ ต้องมี การเลือกโดยเร็ว
อีกเรื่องหนึ่งที่เห็นควรจะต้องกำหนดไว้ เรื่องของการเสนอและการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวนี้เป็นการพิจารณาร่วมกันของรัฐสภาแล้ว ไม่ใช่เสนอทางสภาผู้แทนราษฎร เสร็จแล้วก็มาเสนอทางวุฒิสภา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ต้องกำหนดเอาไว้ในข้อบังคับอย่างชัดเจนจะได้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง
เสนอให้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเปิดเผย รายงานการประชุม และบันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกแต่ละคนให้ประชาชน ได้ทราบโดยทั่วกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นแล้วยังเห็นว่า รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา เปิดเผยบันทึกการประชุม รายงาน การดำเนินการ รายงานการสอบหาข้อเท็จจริง หรือว่ารายงานการศึกษาให้ประชาชนทราบ อันนี้เป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเช่นกัน
ส่วนใหญ่แล้วขณะนี้เราจะใช้กระดาษในเรื่องของการประชุมเป็นหลักซึ่งทำ ให้เสียงบประมาณไปจำนวนมากมาย สิ่งหนึ่งที่ควรจะได้กำหนดเอาไว้ในข้อบังคับการประชุม ก็คือการจัดส่งหนังสือนัดประชุม ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ตลอดจนคณะกรรมาธิการ ก็ควรจะจัดส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้นำข้อมูล ระเบียบวาระการประชุมลงในระบบฐานข้อมูลการประชุม ซึ่งจะสามารถเรียกดูได้ แล้วก็เป็นการประหยัด
ในข้อบังคับการประชุมนอกจากที่ได้เรียนไปแล้ว เราก็ได้กำหนดเป็น เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่ควรจะได้บัญญัติเอาไว้ ได้กำหนดเอาไว้ในข้อบังคับการประชุม เช่น จัดทำยุทธศาสตร์การปฏิบัติงานของรัฐสภา การจัดทำแผนการปฏิบัติงานประจำปี แผนการใช้จ่ายงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา และคณะกรรมาธิการ ให้บัญญัติไว้ในข้อบังคับ นอกจากนี้แล้วก็เห็นควรว่าการปกป้องและการรักษาไว้ซึ่งมติ ของอำนาจอธิปไตยในส่วนงานนิติบัญญัติ ให้เป็นอำนาจสูงสุดของประเทศที่ฝ่ายสมาชิก รัฐสภาจะต้องปกป้องรักษามติของฝ่ายนิติบัญญัติไว้ให้เป็นอำนาจสูงสุดเช่นเดียวกับอำนาจ ของฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ อันนี้เป็นเรื่องที่เห็นควรว่าน่าจะกำหนดเอาไว้ในข้อบังคับ การประชุมเพื่อนำมาสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้องและเป็นจริงได้
ประเด็นที่ ๓ เป็นประเด็นการปฏิรูปของฝ่ายสนับสนุนการทำงานของ สมาชิกรัฐสภา ก็จะมีเรื่องของที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ เลขานุการ ประจำคณะกรรมาธิการ ซึ่งก็จะมีประเด็นปัญหากันในเรื่องของมีจำนวนที่ตั้งมาก เกินความจำเป็น มีการตั้งตำแหน่งต่าง ๆ เป็นกิตติมศักดิ์ก็มี แล้วก็บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้ง บางคน หรือว่าบางคนก็ไม่สามารถที่จะรองรับภารกิจได้ เนื่องจากว่าไม่ได้มีความรู้เฉพาะทาง ในคณะกรรมาธิการนั้น ก็คงจะต้องมีการแต่งตั้งให้รอบคอบกว่านั้น แล้วก็คงจะต้องอาศัย สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งขณะนี้สถาบันพระปกเกล้าก็ได้ช่วยจัดอบรมให้ความรู้แก่คณะบุคคล ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ให้กับคณะกรรมาธิการอยู่แล้ว นอกจากนี้แล้วในกลุ่มที่ ๒ ก็คือ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยปฏิบัติงานประจำตัวสมาชิกรัฐสภา ในตำแหน่งเหล่านี้ ก็จะมีประเด็นปัญหาในเรื่องของการไม่มีความรู้ ความเข้าใจเช่นกัน แล้วก็จำนวนที่แต่งตั้งกัน สมาชิกบางท่านก็จะมีความคิดเห็นกัน แล้วก็มีข้อเสนอแนะมาอยู่ตลอดเวลาว่ามีไม่เหมาะสม เพราะในภารกิจของแต่ละคนหรือว่าในพื้นที่ของสมาชิกแต่ละท่านก็แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นเราก็เลยเสนอวิธีการปฏิรูปโดยที่ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบรัฐสภาเกี่ยวกับ การแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ แล้วก็ผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิกรัฐสภา โดยมีการกำหนดคุณสมบัติ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเอาไว้ให้ อย่างชัดเจน เพื่อให้ท่านสมาชิกได้พิจารณาแต่งตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ก็จะได้สามารถแต่งตั้งบุคคลเหล่านั้นได้ตามความเหมาะสม ตามภารกิจของสมาชิกในแต่ละคน ภายในวงเงินงบประมาณที่สมาชิกแต่ละคนได้รับการจัดสรร เนื่องจากว่าความต้องการ ของสมาชิกอย่างที่เรียนมีความแตกต่างกัน ทั้งในภาระหน้าที่แล้วก็ในพื้นที่ แต่ทางรัฐสภา หรือสำนักงานเลขาธิการทั้งสองก็จะต้องมากำหนดค่าตอบแทนให้เหมาะสมกับวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ของแต่ละตำแหน่ง ตลอดจนภารกิจที่จะมอบหมายให้กับคณะบุคคลเหล่านั้น