ชิดชัย วรรณสถิตย์ หารือการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเน้นการเสริมสร้างบทบาทชุมชน การฟื้นฟูอัตลักษณ์ท้องถิ่น และการใช้จุดเด่นด้านวัฒนธรรม อาหาร และธรรมชาติเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลำดับที่ ๓๙ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชม คณะกรรมาธิการที่ได้นำเสนอเรื่องนี้ คงไม่ต้องพูดกันยาวว่าความสำคัญของการท่องเที่ยวนี้ มีประโยชน์ต่อประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งที่นำรายได้สู่ประเทศ เพราะฉะนั้น ในประเด็นที่ผมจะพูดถึงผมก็คงจะพูดแบบง่าย ๆ ว่าเอาเพื่อนเรา หรือตัวเราเอง หรือคนต่างชาติเอง ถามว่าทำไมถึงอยากมาเที่ยวประเทศไทย คนต่างชาติก็จะชอบว่า ๑. อาหารเราดี สะอาด ๒. คนไทยอาจจะเป็นลำดับแรก นิสัยดี ต้อนรับแขก ๓. เรามีสิ่งรองรับในเรื่องโรงพยาบาล เรื่องความปลอดภัยที่อยู่ในเกณฑ์สูงเป็นที่พอใจ เพราะฉะนั้นของเราเองที่จะจัดประชุม นานาชาติเป็นคู่แข่งที่สำคัญสำหรับประเทศอื่น ๆ เพราะเรามีดีเราต้องยอมรับ แม้กระทั่ง ในเรื่องการใช้เครดิตการ์ด (Credit Card) ต่าง ๆ กรุงเทพฯ เรานี่ก็ติดอันดับ ประเทศเรา ติดอันดับ ถามคำถามง่าย ๆ ว่าเราอยากไปเที่ยวพัทยาไหม เราอยากจะไปเที่ยวเชียงใหม่ไหม เราอยากจะไปเที่ยวสุพรรณบุรีไหม หรือจะไปเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานีบ้านผมไหม ถามว่า ทำไมถึงอยากจะไป แล้วผมก็ไปถาม สปท. หลาย ๆ คน ได้เอ่ยถึงว่าในท้องถิ่นนี่ เผอิญผม กลับบ้านเดือนละหน ผมจะมีโอกาสเจอหอการค้า เจอสภาอุตสาหกรรม เจอพวกชุมชน ภาคประชาสังคม ถามว่าคุณมีอะไรที่จะดึงดูดใจเขามาเที่ยวจังหวัดเรา เพราะการที่จะไป เที่ยวที่ไหนแห่งแรกว่า ๑. เดินทางเป็นอย่างไร ๒. ไปแล้วที่พักเป็นอย่างไร อาหารการกิน เป็นอย่างไร สถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นด้วยก็ในเอกสารของกรรมาธิการ ได้เสนอแล้วว่าต้องพื้นที่หรือชุมชนนั่นละครับ ชุมชนจะต้องเข้มแข็ง ไม่อย่างนั้นเราจะตอบ คำถามเหล่านี้ได้อย่างไร ผมเคยแนะนำว่าผมเป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยว ผมว่าร้านก๋วยเตี๋ยว อร่อยที่สุดของอุบลราชธานีมีที่ไหนบ้างที่กินได้ ถ้าบอกไก่ย่าง ส้มตำที่ไหนบ้าง เอาคำตอบ พื้น ๆ นี้ก่อน โอเค (Okay) โรงแรมอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แล้วสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ล่ะ มีชุมชน ไปพัฒนาแล้วหรือยัง เพราะฉะนั้นเอกสารของท่านตอบคำถามเหล่านี้แต่เพียงว่าท่านจะลงไป จัดหาเจ้าภาพ อย่างที่ สปท. หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าจะให้มีเจ้าภาพที่เข้มแข็ง ในชุมชนเพื่อทำชุมชนให้เข้มแข็งได้อย่างไร ตัวนี้สำคัญที่สุด ให้เขามีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ วันก่อนผมตกใจ ขออนุญาตเอ่ยนาม เผอิญคุณหญิงหมอพรทิพย์เอาซองผ้าป่ามาให้ผม บอกว่าจะไปทอดผ้าป่าที่อุบลราชธานี วัดบูรพา ผมก็นึกได้แล้วว่าวัดบูรพานั้นเคยเป็นถิ่น ที่พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เคยจำวัดอยู่ มีการสร้างอยู่ ผมมีความรู้สึกอาย ๆ เหมือนกันว่า ทำไมคนอุบลราชธานีเราน่าจะร่วมเป็นเจ้าภาพแล้วก็ทำด้วย ปกติผมก็ไปอยู่แล้ว ผมก็ไปเที่ยว เพราะเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วผมไปประชุมกับภาคประชาสังคม เขาประชุมเกี่ยวกับเรื่องเพื่อที่จะ ยกย่องพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่เป็นเกจิอาจารย์ด้านวิปัสสนาอันดับหนึ่งของประเทศไทย เราที่มีลูกศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นพระอาจารย์ชา พระอาจารย์ฝั้น หลวงปู่แหวน ทั้งหมดนี้ดังไปทั่วโลก ไป ๆ มา ๆ ผมก็เสนอในที่ประชุมว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ควรจะตั้งสถาบันการศึกษาว่าด้วยศาสตร์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เพื่อให้เป็นเรื่องเป็นราวว่า พระอาจารย์มั่นมีอะไร อันนี้คือสิ่งดี ๆ ผมถือว่าเป็นต้นทุนของจังหวัดนั้น เพราะฉะนั้น วกกลับมาคำถามว่าที่ท่านกรรมาธิการจะต้องลงไปดูก็คือท่านก็ทราบอยู่แล้วต้องไปหาจริง ๆ ว่าต้นทุนในแต่ละชุมชนในแต่จังหวัดของตัวเองมีอะไรบ้าง มีสิ่งดี ๆ อะไรบ้างที่จะดึงดูด การท่องเที่ยว เพราะบุคคลปัจจุบันนี้หลากหลายมาก มีธรรมะทัวร์ (Tour) ไปจังหวัดทางอีสาน เยอะนะครับ เพราะว่าแต่ละคนอยากจะไปเที่ยวก็มีจุดมุ่งหมายต่างกันที่จะไปเที่ยว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องเจ้าภาพกับเรื่องชุมชนต้องเป็นหลัก สิ่งที่ ๒ ก็คือองค์ความรู้ ที่ท่านพูดมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตลักษณ์ เรื่องการใช้ดิจิทัล เทคโนโลยีมาช่วยในการเชื่อมโยง สำคัญที่สุดว่าอัตลักษณ์ในด้านวัฒนธรรมนี้ที่หลายท่านอภิปรายไปแล้วเป็นแหล่งกำเนิด สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องสร้างใหม่ เพียงแต่รื้อฟื้นขึ้นมาอย่าให้หายไป หรือแม้กระทั่งกรรมาธิการ ด้านเศรษฐกิจก็เคยนำเสนอไปแล้ว เรื่องการปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีลักษณะพิเศษประจำท้องถิ่น ปัจจุบันนี้หายไป ถ้าเราอยากกินข้าวเหนียวมะม่วง ตอนนี้เราจะได้กินข้าวเหนียว กับมะม่วงน้ำดอกไม้แทบจะเป็นพันธุ์เดียวที่ถูกบังคับให้กินเพราะในตลาดเป็นอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่เราก็มีมะม่วงสุกพันธุ์อื่น ๆ อีกเยอะแยะมากเลย โดยเฉพาะบางคนอาจจะชอบหวาน อย่างเดียว บางคนอาจจะชอบหวานอมเปรี้ยว เราต้องรื้อฟื้นสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา มีความหลากหลาย รวมทั้งพันธุ์ข้าวที่ สปท. บางท่านก็อภิปรายไปแล้ว ที่มีคุณภาพทางอาหาร เยอะแยะประจำถิ่น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องมี เพื่อนผมไปฮาร์บิน เขาเอาข้าวมาฝากผม แพ็กกิง (Packing) เสียอย่างดี คิดแล้วตกครึ่งกิโลกรัมประมาณเกือบ ๑๐๐ หยวน เพราะที่นั่น บนภูเขาอากาศหนาว เขาทำนาได้ปีละครั้ง แต่เขามีวิธีเพิ่มมูลค่าของเขาว่าข้าวชนิดพิเศษ ปลูกจากแหล่งนี้ ของเราขาดสิ่งเหล่านี้ แน่นอนในการจะปฏิรูปสิ่งเหล่านี้ ในการที่จะสร้าง สิ่งเหล่านี้มาขาดองค์ความรู้ไม่ได้ โดยเฉพาะจากสถาบันการศึกษาหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น สุดท้ายเรื่องไมนด์เซต (Mindset) ที่ผมอยากจะทำความเข้าใจและปลูกจิตสำนึก แน่นอน สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในพื้นฐานจิตใจของคนไทยเราอยู่แล้วว่าแขกมาบ้านเราต้อนรับแขก ด้วยลักษณะที่ให้เกียรติดูแลให้ดี อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่คนไทยมีอยู่ในพื้นฐาน ทำไมเราถึงจะรื้อฟื้น สิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ว่าเขามา เขาเป็นแขกของเราต้องดูแลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องความปลอดภัย ที่หลับที่นอน ที่กินพวกเหล่านี้ ความสะดวกทุกอย่าง เหล่านี้เป็นสิ่งที่เรา ต้องรื้อฟื้นขึ้นมา ของเรามีอยู่แล้ว ผมคงจะใช้เวลาเพียงแค่นี้ ขอขอบพระคุณครับ