สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเสนอแนวทางในการสร้างการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีวัตถุประสงค์ทางการศึกษา

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๑๕๓ ผมขอชื่นชมและขอบคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ที่ได้เสนอเรื่องการสร้างกลไกประชารัฐระดับพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป การศึกษาแบบมีส่วนร่วม การเสนอเรื่องนี้เป็นการเสนอในเรื่องของความเสมอภาค ทางการศึกษา เป็นการเสนอเรื่องการศึกษาอย่างทั่วถึง หรือที่เรียกว่าอินคลูซิฟเอดูเคชัน (Inclusive Education) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาการศึกษา เพราะถ้าการศึกษา ไม่ได้มีความเท่าเทียมกันแล้ว ผลพวงของการพัฒนาก็นําไปสู่ความไม่เท่าเทียมด้วย เพราะความสําเร็จทางการศึกษานั้นเป็นพื้นฐานที่สําคัญในการนําไปสู่ความสําเร็จในชีวิต ในอนาคต เคยมีนักการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาไปศึกษาดูงานที่ประเทศฟินแลนด์ แล้วก็ถามนักการศึกษาในประเทศฟินแลนด์ว่าเวลานักเรียนย้ายโรงเรียนจากเมืองหนึ่ง ไปยังอีกเมืองหนึ่งเขาจะมีวิธีการในการเลือกโรงเรียนที่จะเข้าเรียนอย่างไร นักการศึกษา ที่ฟินแลนด์บอกว่าเขาไม่ต้องเลือก เพราะไม่ว่าอยู่ที่ไหน อยู่เมืองไหน มาตรฐานการศึกษา เขาเท่ากัน เพราะฉะนั้นการศึกษาอย่างมีส่วนร่วมหรือการศึกษาอย่างทั่วถึงจึงต้องมี เป้าหมายในการนําไปสู่จุดหมายก็คือการศึกษาอย่างทั่วถึงที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน เมื่อกล่าวถึงมาตรฐานที่ใกล้เคียงกันนั้น อย่างน้อยต้องมีมาตรฐานขั้นแรกในเรื่องของ การศึกษาที่มีการวัดในระดับนานาชาติที่เรียกกันว่าพิซา (PISA) หรือโปรแกรม ฟอร์ อินเตอร์เนชันนัล สติวเดนต์ แอสเซสเมนต์ (Program for International Student Assessment) ซึ่งรากฐานหลักการวัดของพิซา (PISA) นั้น คือ ๑. วัดการอ่านออก เขียนได้ ๒. วัดความรู้ในเรื่องเลขคณิต ๓. วัดความรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์ ความรู้ในเรื่องอ่านออก เขียนได้นั้นในที่สุดก็นําไปสู่ความรู้ในการอ่านเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศิลปะ รวมถึง ความรู้ทางด้านการเงิน เรื่องที่ ๒ ที่ควรจะมีควบคู่ไปกับมาตรฐานระดับสากล ก็คือมาตรฐาน ทางเลือกการศึกษาของแต่ละพื้นที่ เพราะแต่ละพื้นที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน มีวิชาชีพ มีอาชีพที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นในแต่ละพื้นที่ก็ควรที่จะต้องมีการศึกษาทางเลือก มีหลักสูตรที่แตกต่างกันออกไปเพื่อที่จะตอบรับการมีชีวิตอยู่ในชุมชนนั้น ในสังคมนั้น เพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมนั้นอีกส่วนหนึ่งนอกเหนือจากมาตรฐานหลักที่เป็น มาตรฐานสากลแล้ว เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาระดับพื้นที่ ผมก็อยากเรียนเสนอว่า ๑. ต้องพยายามพัฒนาให้เสมอภาค มีมาตรฐานใกล้เคียงกันในเรื่องของมาตรฐานสากล ๒. ควรจะให้มีทางเลือกในเรื่องของหลักสูตรที่สอดคล้องกับสภาวะของพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้ นักศึกษาหรือนักเรียนได้มีความรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองเรียนนั้นช่างสอดคล้องกับชีวิต ในความเป็นจริงของเขาเสียเหลือเกิน ในเรื่องของวิธีการในการดําเนินการนั้น ผมอยากเรียน ว่าการดําเนินการทางด้านการศึกษาเช่นเดียวกับการดําเนินการทางด้านสังคมอื่น ๆ ที่ผ่านมาก็คือ ๑. ดําเนินการโดยภาครัฐ ๒. ดําเนินการโดยภาคเอกชน ข้อเสนอในเรื่องของ ประชารัฐนั้นผมคิดว่าคล้าย ๆ กับการดําเนินการของสิ่งที่เรียกว่าภาคส่วนที่ ๓ ภาคส่วนที่ ๓ ก็คือภาคส่วนที่ดําเนินการทางสังคมรวมถึงการศึกษา โดยมีการดําเนินการโดยวิธีการ ทางธุรกิจ ซึ่งภาคส่วนนี้เองที่เรียกว่าวิสาหกิจเพื่อสังคม ผมคิดว่าในการขับเคลื่อนให้เกิด การศึกษาอย่างทั่วถึงในการปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่นี้ จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสนับสนุนให้ เกิดวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีวัตถุประสงค์ทางการศึกษาให้มาก ซึ่งในการนําเสนอนี้ก็ได้มี การนําเสนอในเรื่องของการจัดตั้งกองทุนเพื่อการนี้อยู่แล้วซึ่งเป็นสิ่งที่ดี นอกเหนือจากนั้น ก็ควรที่จะต้องมีการส่งเสริมให้เอกชนจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อการศึกษาให้มากขึ้น แล้วก็ควรที่จะให้สิทธิประโยชน์กับเอกชนที่มีการสนับสนุน หรือตั้งกองทุนสําหรับวิสาหกิจ เพื่อสังคมสําหรับการศึกษาขึ้นมา ในกรณีเช่นนี้ก็จะเป็นการดําเนินการโดยวิสาหกิจ เพื่อสังคมที่มีอุดมการณ์เพื่อสังคมแต่นําวิธีการในการดําเนินการทางธุรกิจมาใช้ วิสาหกิจ เพื่อสังคมนั้นก็จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน มีเงินทุนหมุนเวียนได้ตลอด สามารถที่จะทําให้เป้าหมาย ทางการศึกษาบรรลุผลและอยู่ได้อย่างยั่งยืน เมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าหากว่าขยายตัวมาก ๆ เข้า ก็จะเป็นการศึกษาที่ทั่วถึงและเป็นการศึกษาสําหรับทุกคน ดังที่มีคํากล่าวว่าเอดูเคชัน (Education) นั้นจะต้องเป็นเอดูเคชัน ฟอร์ ออล (Education for all) ขอบคุณมากครับ