ศิริชัย ไม้งาม หารือถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบแรงงานโดยเน้นการใช้ฐานข้อมูลคุณภาพ พร้อมเสนอให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติแบบบูรณาการภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานและสนับสนุนการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้มีคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจนำโดยรองนายกรัฐมนตรีกำกับการดำเนินงานภายใต้งบประมาณแผ่นดิน
วิธีการปฏิรูป จะมีการวิเคราะห์ ในเรื่องของแนวทางการปฏิรูปว่าประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องมีฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ และครอบคลุมเพียงพอให้ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง จะต้องนำมาใช้วางแผน ในการกำหนดมาตรการรับมือให้รอบด้าน และติดตามผลในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ทางคณะอนุกรรมาธิการได้ทำการทบทวนเอกสารวิชาการ ผลงานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคแรงงาน โดยมีการประสานงานในการทำงานโดยเชิญผู้แทนจากทางกระทรวงแรงงานให้ร่วมพิจารณา รวมทั้งรับฟังข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องและให้ข้อเสนอแนะ การประชุมร่วมของคณะตัวแทน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคแรงงาน ประมาณ ๒๐ หน่วย มีการพิจารณาความเป็นไปได้ ในการขับเคลื่อนระบบการบริหารจัดการแรงงาน สรุปผลนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม และส่งให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ได้พิจารณาต่อไป
แนวทางการแก้ไข คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม พิจารณาเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับด้านแรงงาน มีทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ต่างก็เป็นองค์กรขนาดใหญ่ โครงสร้างซับซ้อน แต่ละหน่วยงานไม่สามารถที่จะทำงานเชื่อมโยง และใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ทำให้การเชื่อมโยงในการทำงานร่วมกันนั้นเป็นไปได้ยาก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการวางโครงสร้างข้อมูลด้านแรงงานอย่างมีระบบ ยังต้องมีการกำหนด โครงสร้างข้อมูลให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยพัฒนาให้เกิดศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ในระดับชาติขึ้นมาที่สามารถบูรณาการข้อมูลในเชิงยุทธศาสตร์ ให้ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง สามารถส่งข้อมูลมายังหน่วยงานในการจัดทำฐานข้อมูลและใช้ในการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานในรูปของคณะกรรมการฐานข้อมูลด้านแรงงาน ซึ่งนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นรองประธาน และประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมเป็นกรรมการ โดยให้กระทรวงแรงงาน เป็นเจ้าภาพในการจัดทำฐานข้อมูลแรงงานแบบวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) และมีการยกระดับโครงการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้มีศูนย์เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงแรงงาน ให้เป็นศูนย์ข้อมูลแรงานแห่งชาติ ภารกิจหลักแรก ให้มีการนำข้อมูลด้านแรงงานในแต่ละหน่วยงานมาทำการเปรียบเทียบกับข้อมูลแรงงาน และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการออกแบบศูนย์ข้อมูลแรงงานระดับชาติ ได้รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ บูรณาการในหน่วยงานต่าง ๆ
เรื่องของตัวอย่างการบูรณาการที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศได้นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความต้องการของแรงงาน เรื่องปริมาณของแรงงานที่มีอยู่ สามารถนำทั้ง ความต้องการและปริมาณนั้นมาประยุกต์เพื่อให้เกิดการประมวลข้อมูลในภาพรวม โดยใช้ ฐานข้อมูลในนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่เกี่ยวข้อง โดยวิธีการดำเนินการ มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการจัดเก็บข้อมูลและให้ครอบคลุมข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ภาคบริการ แรงงานข้ามชาติ หรือแรงงานไทย ที่ไปทำงานต่างประเทศ จนไปถึงนักศึกษาที่เรียนในระบบทวิภาคี มีการกำหนดการออกแบบ ฐานข้อมูลให้มีฐานข้อมูลเดียวกัน โดยระบุฐานข้อมูลของสถานประกอบการ และความต้องการแรงงานที่สามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลแรงงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกระทรวงแรงงานและในระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน มีการจำแนกประเภท และลักษณะฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังแรงงาน กลุ่มแรงงานในปัจจุบัน ความต้องการแรงงานตามทักษะ และพัฒนาฝีมือศักยภาพของแรงงาน ประกันสังคม หรือเงินทดแทนต่าง ๆ
แนวทางการแก้ไข ก็มีการปรับปรุงโปรแกรมของฐานข้อมูลแรงงาน ซึ่งจะมี การปรับในส่วนของระบบฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) เพื่อจะเชื่อม ฐานข้อมูลที่อาจจะเพิ่มเติมขึ้นในการนำข้อมูลนั้นมาทำการพิจารณาว่าจะคาดการณ์ ในการวางสถานการณ์แรงงานเพื่อให้สอดรับการพัฒนาประเทศในด้านใดบ้างที่เกี่ยวข้อง และเรื่องของการประชาสัมพันธ์ที่จะเผยแพร่ให้หน่วยงานได้ส่งฐานข้อมูลแรงงานเข้าสู่ระบบ และให้บริการข้อมูลแรงงานให้ทั่วถึงในการที่จะทำให้ผู้ที่ใช้ข้อมูลนั้นสามารถใช้ได้สะดวก ง่ายดาย
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ประเทศไทยจะมีระบบฐานข้อมูลแรงงานที่มีมาตรฐาน สามารถนำไปใช้ในการประกอบการบริหารงานและพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลการบริหารราชการแผ่นดินให้สามารถเข้าถึง อันจะเป็นประโยชน์ ต่อการกำหนดนโยบายและการวางแผนพัฒนาประเทศภายใต้ฐานข้อมูลเดียวกัน และผล ที่คาดว่าจะได้รับคือประชาชนสามารถได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย ทำให้ เกิดประโยชน์ต่อการบริหารงานของรัฐที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
การกำหนดเวลาในการปฏิรูประยะแรก ก็คือการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงาน ระยะที่ ๒ เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงาน ก็ให้มีหน่วยงานภายใต้กระทรวงนั้นได้ทำ การพิจารณาบุคลากรที่เข้ามาทำงานในด้านของการวางแผนและงบประมาณในการรองรับ ระยะที่ ๓ เมื่อได้รับงบประมาณจากรัฐบาล ก็จัดซื้อพวกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) เพื่อวางระบบในศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ มีการทดลองใช้ฐานข้อมูล เป็นระยะ และพัฒนาให้เกิดความสมบูรณ์
แหล่งที่มาของงบประมาณ ก็เป็นงบประมาณแผ่นดินภายใต้ความรับผิดชอบ ของหน่วยงานคือกระทรวงแรงงาน
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ก็คือการจัดตั้งคณะทำงานในรูปของ คณะกรรมการฐานข้อมูลด้านแรงงานที่มีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นรองประธาน และผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ โดยให้กระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพ และมีการยกระดับโครงการ จัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ที่ปัจจุบันเป็นงานภายใต้ภารกิจของศูนย์เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงแรงงาน จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการเชื่อมโยง และทำให้มีมาตรฐานเดียวกัน ขอบคุณครับ