สุวิระ แจงไม่มีซื้อขายตำแหน่งในตำรวจ ยันข่าวลือกระทบภาพลักษณ์องค์กร

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

สุวิระ ทรงเมตตา ชี้แจงยืนยันว่าไม่มีการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และระบุว่าข่าวลือดังกล่าวเกิดจากกลุ่มที่ผิดหวัง ริษยา หรือมีอิทธิพลที่ถูกเมิน พร้อมเรียกร้องให้ยุติการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่กระทบต่อชื่อเสียงขององค์กร

พลตำรวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตำรวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา สมาชิกลำดับที่ ๑๗๖ ตามที่ท่านดำรงค์ พิเดช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศได้หารือเมื่อเช้านี้เกี่ยวกับเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระผมอยากจะขอนำเรียนข้อมูลที่ถูกต้องให้ท่านประธานและสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพได้ทราบเพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุกรณีที่นำสถาบันสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแห่งนี้ ไปชนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีก ในกรณีที่มีการอภิปรายในสภาแห่งนี้เกี่ยวกับ เรื่องการแต่งตั้ง โยกย้าย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกล่าวหาว่ามีการซื้อขายตำแหน่งนั้น สร้างความเสื่อมเสีย กระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ ซึ่งท้ายที่สุดพบว่าไม่มีมูลความจริง แต่การกล่าวอ้างดังกล่าวก็ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจได้รับความเสียหายไปแล้ว กระผมในฐานะที่เป็นข้าราชการตำรวจคนหนึ่งและยังรับราชการอยู่ในปัจจุบัน ในตำแหน่ง ที่ปรึกษาสัญญาบัตร ๑๐ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นคนในองค์กรอยู่ใกล้ชิดกับ ข้อมูล ข่าวสาร และอยู่ในภาวะที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ จะขอให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แก่สภาแห่งนี้และถ่ายทอดไปถึงประชาชน ท่านผู้ชม ผู้ฟังการถ่ายทอดในการประชุม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนี้ด้วย เรื่องการกล่าวหาว่ามีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจนั้น มีการกล่าวหามาหลายครั้งหลายคราว เมื่อปีที่แล้วก็เคยมีการกล่าวหาและมีการอภิปราย กันมาแล้วในสภาแห่งนี้ แต่ในข้อเท็จจริงตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีผู้ใดซื้อ หรือมีผู้ใด ขายตำแหน่ง และไม่มีผู้ใดมายืนยันหรือให้ข้อมูล ไม่ว่าจะด้วยการสืบสวนทางตรงหรือทางลับ ซึ่งในเรื่องนี้กระผมเองเมื่อปีที่แล้วหลังจากที่มีการอภิปรายในสภาแห่งนี้ ผมเองก็ได้สืบสวน หาข่าวทั้งจากเพื่อนของผม ๓๐๐ กว่าคนทั่วประเทศ ผมมีรุ่นพี่ รุ่นน้อง แล้วก็มีลูกศิษย์ ที่เป็นตำรวจทั่วประเทศกว่า ๓๐,๐๐๐ คน จากการตรวจสอบก็ทำให้ได้ข่าวว่าในปีที่ผ่านมานั้น ไม่พบว่ามีผู้ใดจ่ายเงินในการซื้อตำแหน่ง และไม่มีผู้ใดรับเงินจากการขายตำแหน่งเลย แล้วก็ไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะยืนยันว่ามีผู้บังคับบัญชาของตำรวจคนใดคนหนึ่ง ขายตำแหน่งหรือซื้อตำแหน่ง หรือเรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งแต่อย่างใด แล้วก็มีข้อมูลย้อนกลับมาว่าเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในยุคนี้ไม่สามารถกระทำได้ แค่คิด ท่านผู้บังคับบัญชาก็ได้ยินแล้ว ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหูมีตาแล้วก็มีหน่วยที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ ทั้งหน่วยทหาร หน่วยข่าว ฝ่ายปกครอง ก็สามารถที่จะรับรู้และทราบข่าวได้ทันที จึงมีคำเปรียบเปรยว่าแค่คิดก็ได้ยินแล้ว การที่มีการโจษขานกันนั้น จากการตรวจสอบแล้ว พบว่าต้นตอของข่าวลือมาจากแหล่งข่าวต่าง ๆ พอสรุปได้ดังนี้

กลุ่มที่ ๑ เป็นกลุ่มที่ผิดหวังจากการแต่งตั้ง โยกย้าย มีความโกรธเคืองกับ ผู้บังคับบัญชาที่ไม่แต่งตั้งตนเองให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นตามความต้องการ จึงปล่อยข่าวลือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

๑. เป็นข้ออ้างถึงเหตุที่ตนเองไม่ได้รับการแต่งตั้งและเป็นคำตอบให้พวกพ้อง เพื่อนฝูง

๒. เป็นข้ออ้างแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในกรณีที่ไม่ได้ตำแหน่งตามที่ตัวเอง ต้องการและที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเคยคาดหวัง

๓. เพื่อลบล้างข้อเท็จจริงที่บางคนไม่ได้รับการแต่งตั้งเพราะว่าตนเองมี ผลงานไม่ดี หรือผลงานสู้คนอื่นไม่ได้ แต่การกล่าวอ้างเช่นนั้นจะทำให้ตนเองมีภาพลักษณ์ ที่ไม่ดี ดังนั้นคำกล่าวอ้างที่ดีที่สุดก็มักจะบอกว่าไม่มีเงินซื้อตำแหน่งจึงไม่ได้ตำแหน่ง อันนั้น เป็นของกลุ่มที่ ๑

กลุ่มที่ ๒ ผู้ที่มีความผิดหวังจากการแต่งตั้ง โยกย้าย และมีความโกรธเคือง ผู้ได้รับตำแหน่งให้ดำรงตำแหน่งที่ตัวเองจะไปจึงเกิดความริษยา หรือมีบางคน มาดำรงตำแหน่งแทนตนเองจึงเกิดความโกรธแค้นส่วนตัว จึงใส่ความคนที่มาดำรง ตำแหน่งใหม่หรือมาแทนตำแหน่งที่ตนเองครองอยู่เดิม โดยการกล่าวหาว่าบุคคลดังกล่าว มีการใช้เงินซื้อตำแหน่งเพื่อให้เกิดความเกลียดชังหรือเกิดความเสียหายด้านชื่อเสียง กับบุคคลที่ได้ตำแหน่งใหม่นั้นเนื่องจากความโกรธแค้นส่วนตัว

กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มผู้ที่มีบารมีบางท่านที่อยู่ในพื้นที่ ก็ฝากลูกน้องของตนเอง เพื่อนฝูงหรือว่าญาติสนิทของตนเอง หรือคนที่เคยทำงานร่วมกันมาเพื่อขอรับการสนับสนุน ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นแต่แล้วผิดหวัง ผู้บังคับบัญชาตำรวจไม่สามารถทำการแต่งตั้งให้ตาม ความต้องการได้จึงเกิดความโกรธแค้นส่วนตัว จึงปล่อยข่าวเพื่อโจมตีผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้ง และการปล่อยข่าวลือที่มีผลกระทบมากที่สุด และเป็นประเด็นข่าวที่คนเชื่อถือมากที่สุด และเป็นข้อกล่าวหาที่ง่ายที่สุด คือการปล่อยข่าวว่ามีการซื้อขายตำแหน่งนั่นเอง

กลุ่มที่ ๔ คือกลุ่มผู้ที่เป็นกองเชียร์ของข้าราชการตำรวจที่กำลังลุ้นตำแหน่ง