ปานเทพ แจงความคืบหน้าขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ รายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ ย้ำความสำคัญของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับวาระโลก โดยเสนอผลการศึกษาองค์ความรู้และแนวคิดจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมเสนอแนวทางการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมในทุกระดับ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขออนุญาตนำเสนอรายงานและหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายพร้อมสรุปผลการดำเนินงานต่อไป

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ในนามของประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา ขอขอบพระคุณ ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเป็นอย่างสูงที่ได้อนุญาตให้คณะกรรมการสืบสาน ศาสตร์พระราชาเสนอรายงาน เรื่อง การขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูป ประเทศ ต่อที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในวันนี้ ตามที่ท่านประธาน สปท. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา เนื่องด้วยสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงพระราชทานความรู้ด้านต่าง ๆ ให้กับพสกนิกรเพื่อนำมา ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ทั้งยังทรงแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ ของประเทศผ่านโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จึงเห็นสมควรที่จะนำองค์ความรู้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปเผยแพร่ให้ประชาชนได้น้อมนำไปประพฤติและปฏิบัติตามแนว พระราชดำริ เพื่อสืบสานงานตามพระราชปณิธานของพระองค์นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้กล่าว ในรายงานศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ โดยรัฐบาลได้ น้อมนำศาสตร์พระราชามาบริหารประเทศเพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยประชาชนทุกคน ร่วมกันสืบสานต่อพระราชปณิธานว่าศาสตร์พระราชาของพระองค์ได้แก่พระราชดำริ คือ แนวคิด ปรัชญา และพระราชทานพระราชดำรัส คือ คำสั่งสอน ตักเตือน ให้สติ พระราชกรณียกิจ คือหลักการทรงงาน รวมทั้งพระราชจริยวัตรของพระองค์คือการปฏิบัติองค์เป็นแบบอย่างที่ดี แก่ปวงชนชาวไทยทั้งปวงซึ่งจะยังคงอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป สามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ ได้ในทุกระดับตั้งแต่การประกอบกิจวัตรประจำวัน และสัมมาชีพของแต่ละบุคคล ไปจนถึง การบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อสร้างความพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางให้กับทางรัฐบาล และข้าราชการทุกคน ทั้งนี้ ศาสตร์พระราชายังได้รับการยกย่องในเวทีระดับโลก และสอดคล้องกับวาระของโลก คือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ในอีก ๑๕ ปี ได้แก่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่ได้พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยมากว่า ๔๐ ปี ซึ่งได้รับการเชิดชูสูงสุดจากองค์การ สหประชาชาติ โดยนายโคฟี แอนนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย รางวัลความสำเร็จสูงสุดทางด้านการพัฒนามนุษย์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นปรัชญาที่สามารถ สร้างภูมิคุ้มกันในตนเองสู่ชุมชน สู่สังคมในวงที่กว้างขึ้นในที่สุด โดยองค์การสหประชาชาติ ได้สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกทั่วโลกได้ยึดถือเป็นแนวทางสู่การพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืน อีกทั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า ๓ ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้น้อมนำและส่งเสริมให้ ประชาชนได้นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในหลาย ๆ รูปแบบ เช่น การจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัว ซึ่งเป็นสังคมที่เล็กที่สุดและเป็นสถาบันที่มีความสำคัญ เพราะเป็นหน่วยสังคมแรกที่เลี้ยงดู อบรม สั่งสอน และหล่อหลอมชีวิตของคนในครอบครัว เป็นแหล่งในการที่จะผลิตคนเข้าสู่ สังคมต่อไป ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนสืบสานตามแนวพระราชดำริ และสืบสาน พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๙ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการได้ดำเนินการมาแล้วช่วงเวลา ๕-๖ เดือน ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

๑. ดำเนินการศึกษาปรัชญาศาสตร์พระราชา แนวทางการขับเคลื่อน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่เรียกว่าแอเรีย เบส แอปโพรช (Area based Approach) และกำหนดกลไกการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาให้ยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม

๒. มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน เพื่อช่วยปฏิบัติงาน ตามหน้าที่ตามความจำเป็น

๓. เชิญบุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล หรือขอข้อมูล มาประกอบในการดำเนินงานตามข้อบังคับของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

๔. ได้เดินทางไปศึกษาดูงานใน ๔ ภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อให้ การดำเนินงานพิจารณาศึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชามีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด คณะกรรมการจึงมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น ๔ คณะ ได้แก่

คณะอนุกรรมการชุดที่ ๑ คณะอนุกรรมการศึกษาปรัชญาทฤษฎีแห่งศาสตร์ พระราชา ซึ่งมีนายนิกร จำนง เป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อศึกษาภาพรวมองค์ความรู้ ของปรัชญา และทฤษฎีศาสตร์พระราชาให้มีความชัดเจน และเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มีผลการศึกษา ดังนี้

๑. นิยามศาสตร์พระราชา ความหมายว่า บรรดาองค์ความรู้ และภูมิปัญญา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทาน ผ่านวิธีการต่าง ๆ ด้วยความมุ่งหมายที่จะพัฒนา ป้องกัน และแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์สุข แก่เหล่าพสกนิกร และส่งผลถึงมนุษยชาติทั้งปวงให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง สันติสุข และยั่งยืน

๒. แนวทางการเรียนรู้ศาสตร์พระราชาใน ๕ มิติ ได้แก่ ๑. มิติการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ๒. มิติภูมิสังคม ๓. มิติหลักการทรงงาน ๒๓ ข้อ ๔. มิติการสร้างคน ด้วยการศึกษาและการเรียนรู้ และ ๕. มิติ ๓ ป. ได้แก่หลักของปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ

๓. หัวใจของศาสตร์พระราชาซึ่งถือเป็นสาระสำคัญของศาสตร์พระราชา ประกอบไปด้วย ๑. ศาสตร์แห่งการพัฒนา ๒. ศาสตร์แห่งความประพฤติและครองตน ๓. ศาสตร์แห่งการอยู่ร่วมกัน

๔. ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญ ในการจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป ประกอบด้วยศาสตร์พระราชทาน ด้านการจัดการน้ำ ด้านสหกรณ์ ด้านการจัดการดิน ด้านการจัดการป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ด้านนวัตกรรม เกษตรทฤษฎีใหม่ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๕. ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานตามศาสตร์พระราชา เป็นการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ให้เป็นที่ประจักษ์ในการใช้ศาสตร์พระราชาในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น ผลสัมฤทธิ์ในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการเทิดพระเกียรติ และพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากนานาชาติ

คณะอนุกรรมการชุดที่ ๒ คณะอนุกรรมการดำเนินการตามศาสตร์พระราชา ซึ่งมีพลเอก นคร สุขประเสริฐ เป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อศึกษาโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ที่มีการพัฒนาเชิงพื้นที่หรือที่เรียกว่า แอเรีย เบส แอปโพรช (Area based Approach) ให้ขับเคลื่อนต่อไปอย่างเป็นรูปธรรมใน ๔ ภูมิภาค มีผลการศึกษาคือ การขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ใน ๔ ภูมิภาค โดยมีการศึกษาและสนับสนุนงบประมาณโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้ขับเคลื่อน ต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย ๑. โครงการเกษตรรวมใจอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครนายก ๒. โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ๓. โครงการการพัฒนาโนนดินแดงอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ จังหวัดบุรีรัมย์ และ ๔. โครงการหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส

คณะอนุกรรมการชุดที่ ๓ คณะอนุกรรมการกลไกการมีส่วนร่วมสืบสาน ศาสตร์พระราชาอย่างยั่งยืน มีนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร เป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อดำเนินการศึกษาและกำหนดกลไกการมีส่วนร่วมการสืบสานศาสตร์พระราชา อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม และพัฒนาไปสู่การขับเคลื่อนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีผลการศึกษาคือการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมสืบสานศาสตร์พระราชา มีการศึกษาวิเคราะห์เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาแบบที่จะสามารถสานพลัง ทุกภาคส่วนให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีเป้าหมายและมีทิศทางเดียวกันใน ๓ ระดับ ทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัด พื้นที่ และชุมชน แต่ละระดับมีกลไก ๕ กลไกหลัก ได้แก่ กลไก ประสานงานภาคเครือข่าย กลไกการจัดทำแผนแบบบูรณาการ กลไกการกำกับ ติดตาม ประเมินผล กลไกการจัดการความรู้ และกลไกการสื่อสารสังคม ทำหน้าที่เชื่อมร้อย การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของ ๗ ภาคีภาคส่วน ได้แก่ ภาคประชาชน ภาคศาสนา ภาคเอกชน ภาคสื่อมวลชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาครัฐ ภายใต้จุดแข็ง และทรัพยากรของแต่ละภาคี โดยมีศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทั้งนี้ ได้มีการเสนอให้คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานภาคเครือข่ายขับเคลื่อน สืบสานศาสตร์พระราชา โดยมีหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา

คณะอนุกรรมการชุดที่ ๔ คณะอนุกรรมการศึกษาและวิเคราะห์การบริหาร เพื่อดำเนินการสืบสานศาสตร์พระราชาและการจัดทำหนังสือ มีศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม เป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อศึกษา วิเคราะห์สถานการณ์ ความก้าวหน้า สภาพปัญหา แผนงาน และการบริหารงบประมาณโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ผ่านมา เพื่อจัดทำ ข้อเสนอแนะในการสืบสานศาสตร์พระราชาให้ดำเนินการอย่างยั่งยืน และการจัดทำหนังสือ เนื่องด้วยศาสตร์พระราชา มีผลการศึกษาคือ การศึกษาวิเคราะห์ การบริหารโครงการ ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีผลการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อดำเนินการ สืบสานศาสตร์พระราชา เช่น สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ทั้งนี้คณะอนุกรรมการ ได้มีการจัดทำหนังสือเกี่ยวกับศาสตร์พระราชา จำนวน ๒ เล่ม ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่าง การดำเนินการ เมื่อคณะกรรมการได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีข้อเสนอแนะ ดังนี้

๑. ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาทรัพยากรของชาติเพื่อความยั่งยืนตาม ศาสตร์พระราชา

๒. ข้อเสนอแนะเพื่อถ่ายทอด เผยแพร่องค์ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

๓. ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการ สืบสานศาสตร์พระราชา

กระผมในนามของคณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา ขอขอบคุณรัฐบาลที่เล็งเห็นถึงความสำคัญ และให้การสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ และสมาชิกสภา สปท. ที่กรุณาให้ความคิดเห็นเมื่อครั้งที่เราเสนอโครงการ ต่าง ๆ เพื่อให้ทราบความคืบหน้าของการดำเนินการ ตลอดจนคณะกรรมาธิการทุกคณะที่ได้ ให้ข้อเสนอแนะมา ซึ่งเราได้บรรจุอยู่ในเอกสารนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการหวังเป็น อย่างยิ่งว่า เรื่อง การขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะเห็นชอบด้วยที่จะส่งรายงาน เรื่อง การขับเคลื่อนสืบสาน ศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ พร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการ ต่อไป และเสนอต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำ หนังสือศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ และทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือนี้ต่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และอื่น ๆ กระผมขออนุญาตท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอนุญาตให้ประธานอนุกรรมการทั้ง ๔ คณะ ได้สรุปผล การดำเนินงานต่อสมาชิกในที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเป็นลำดับต่อไป ขออนุญาตครับ