สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

อภิชาต จงสกุล หารือเรื่องข้อเสนอของ พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ 3 ประการ โดยอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงชื่อเรื่องและคำนิยามของ ศาสตร์พระราชา และเสนอแผนการนำศาสตร์พระราชาไปขยายผลและแก้ไขปัญหาดิน โดยอ้างอิงหลักการทรงงาน 23 ข้อที่เกิดขึ้นในระหว่างการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายอภิชาต จงสกุล กรรมการ

กราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกที่เคารพ ผม อภิชาต จงสกุล ในฐานะกรรมการ ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติม สำหรับข้อเสนอจากท่านประธาน เป็นข้อเสนอของ พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ ๓ ประการ ในเรื่องแรก ก็ขอบคุณที่ชื่นชมเกี่ยวกับการตั้งชื่อเรื่อง เรื่องของการให้คำนิยาม ก็ต้องเรียนว่า แต่เดิมนั้นชื่อเรื่องจะเป็นการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาแค่นี้ แต่ทางกรรมการเอง ก็มองว่าเพื่อให้ตรงกับพันธกิจของ สปท. ก็เลยเติมคำว่า เพื่อการปฏิรูปประเทศ เข้ามา เพราะฉะนั้นนั่นคือที่มาที่ทางคณะกรรมการได้ทำหนังสือขอความคิดเห็นจากคณะกรรมาธิการ ทุกคณะเพื่อจะเพิ่มเติมในรายงานฉบับนี้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นต้องถือว่า เป็นผลงานของ สปท. ทุกท่านที่ได้ร่วมในการเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ในรายงานฉบับนี้ ส่วนเรื่องคำนิยาม เป็นที่น่าประหลาดใจมากว่าเมื่อเราเริ่มต้นนั้นถามว่าใครเป็นคนนิยาม ศัพท์ศาสตร์พระราชา ไม่มีใครเสนอตัวว่าเป็นผู้บัญญัติคำนี้ ถามคนนั้นถามคนนี้ก็ไม่ทราบ ที่มาที่ไป ทั้ง ๆ ที่ศัพท์นี้เพิ่งเกิดขึ้นประมาณ ๔-๕ ปีที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ในที่สุดกรรมการ ก็สรุปศัพท์คำว่าศาสตร์พระราชานั้นมีที่มาจากมหาชนชาวสยามที่เห็นพ้องต้องกันเสนอคำว่า ศาสตร์พระราชาให้เกิดขึ้นมา แต่ว่าไม่มีใครให้คำนิยาม เพราะฉะนั้นในนิยามที่ทาง คณะกรรมการเราทำนั้น ผมถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยที่ สปท. เราได้ให้คำนิยาม คำว่า ศาสตร์พระราชาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ การที่จะไปอ้างอิงต่อไปนี้สามารถที่อ้างอิงว่า ที่มาคือ สปท. เราได้เลย

ประเด็นที่ทางท่านเสนอเรื่องของอุปกรณ์ประจำกายพระองค์ท่านเวลาเสด็จ ทรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ ดินสอ แล้วก็กล้องถ่ายรูป ๓ อย่างนั้น ท่านบอกว่าเป็นที่มาของ การทำให้เกิดโครงการต่าง ๆ โครงการต่าง ๆ คือปลายทาง แต่ว่าต้นทางก็คืออุปกรณ์ประจำ พระองค์ ซึ่งทางคณะกรรมการเราเห็นด้วยอย่างมากว่าเวลาที่จะสร้างแหล่งน้ำ พระองค์ท่าน ก็ใช้แผนที่ในการหาแหล่งที่จะเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ ที่จะกักเก็บน้ำ ที่จะส่งน้ำต่าง ๆ ขึ้นมา ดูเส้นชั้นความสูงในการที่จะส่งน้ำไปโครงการต่าง ๆ ในการที่จะปรับปรุงพัฒนาที่ดินต่าง ๆ ทรงรับสั่งว่าเคยพูดมา ๒-๓ ปีแล้วว่าต้องหาน้ำมาให้ดินทำงาน เมื่อดินทำงานแล้ว ดินก็จะหายโกรธ ในการทรงงานโครงการแกล้งดิน เพราะฉะนั้นในการที่จะทรงงานต่าง ๆ นั้น ต้องถือว่าแผนที่เป็นสิ่งสำคัญ แต่ว่าปัจจุบันนี้พระองค์ท่านสิ้นพระชนม์แล้ว คณะกรรมการเอง ก็มองว่าเรายังสามารถใช้ประโยชน์จากแผนที่ที่พระองค์ท่านใช้เป็นอุปกรณ์ประจำพระองค์ได้ โดยเราใช้เป็นตัวชี้เป้าหมายในการที่จะนำศาสตร์พระราชาไปขยายผล ไปดำเนินการ ยกตัวอย่างในเรื่องของการจัดการดินซึ่งเป็นศาสตร์พระราชาที่ทรงดำเนินการไว้อย่างมากนั้น เราใช้แผนที่ดินมีปัญหาซึ่งกรมพัฒนาที่ดินจัดทำไว้แล้ว ในแผนที่นั้นจะมีที่ตั้งว่าดินตรงไหน ที่มีปัญหา ๖-๗ ชนิด มีพื้นที่ชัดเจน เราสามารถใช้แผนที่ตัวนี้ชี้เป้าที่จะนำศาสตร์พระราชา ไปแก้ไขปัญหาได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือคิดว่านอกจากเป็นต้นทางในเรื่องของโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริแล้ว ตอนนี้เราสามารถใช้แผนที่ไปชี้เป้าหมายในการดำเนินการได้

ส่วนเรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องของหลักการทรงงาน ๒๓ ข้อ หลักการทรงงาน ๒๓ ข้อนั้นไม่ใช่หลักการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้กำหนด แต่ว่าเป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นในระหว่างการทรงงานต่างกรรมต่างวาระกัน ทางสำนักงาน กปร. ซึ่งสมัยนั้น ท่านปานเทพน่าจะเป็นเลขาธิการ กปร. ได้มีดำริที่จะจัดทำหนังสือแนวคิดและทฤษฎีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วก็จะมีหัวข้อหนึ่งก็คือไปรวบรวมหลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมา ทางสำนักงาน กปร. ไปรวบรวมมาได้ทั้งหมด ๒๓ ข้อ แล้วก็เขียนบรรจุในหนังสือเล่มนั้น หนังสือเล่มนั้นได้มีการทูลเกล้าฯ ถวายแล้วก็ไม่ได้ทรงมี รับสั่งอะไร ก็คิดว่าทรงยอมรับในหลักการ ๒๓ ข้อนั้น ซึ่งถ้าไปค้นอาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้ แต่ว่าได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือเล่มนั้น ๒๓ ข้อ ต่อมาก็จะมีผู้ใช้หนังสือ ใช้หลักการต่าง ๆ เอาไปเขียนเป็นตำรา เป็นอะไรต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย ก็มีการเขียนขยายความ แต่คณะกรรมการเห็นว่าหลักการที่เป็นออริจินัล (Original) จากสำนักงาน กปร. ที่ทำเล่มแรกและได้รับพระบรมราชวินิจฉัยแล้วนั้นก็คงจะต้องยึดตามนั้นเป็นหลัก เพราะฉะนั้น ในคณะกรรมการเองก็คิดว่าเราใส่ไปจำเพาะแค่นั้นไม่ได้ต่อเติมเพิ่มขึ้น แต่ถ้าจะไปเขียนเพิ่มเติมก็คิดว่าเราคงไม่สามารถทำได้ เพราะถ้าจะไม่ตรงหรือจะถูกต้อง หรืออะไรต่าง ๆ นั้นทางคณะกรรมการคิดว่าเราไม่สามารถตอบได้ เพราะฉะนั้นก็คิดว่า เราน่าจะใช้หลักการทรงงานตามต้นกำเนิดเดิมก็คือจากหนังสือของสำนักงาน กปร. จากแนวคิดและทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเล่มนั้น ก็เป็นที่ขอรายงานเพิ่มเติม ขอบคุณมากครับ