นิกร ชี้แจงทิศทางแผนพัฒนาชาติ ย้ำบูรณาการศาสตร์พระราชาอย่างเป็นรูปธรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

นิกร จำนง หารือถึงความสำคัญของศาสตร์พระราชาและเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เสนอให้นำหลักการดังกล่าวไปบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรมในแผนพัฒนาชาติ พร้อมชี้แจงการปรับปรุงเอกสารประกอบการประชุมให้เหมาะสมและครบถ้วน รวมถึงการเพิ่มเติมข้อมูลสำคัญจากแนวพระราชดำริและประเด็นพลังงาน เพื่อให้ข้อเสนอทั้งหมดได้รับการพิจารณาและบรรจุในรายงานของสภาอย่างเป็นระบบ

นายนิกร จำนง กรรมการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะอนุกรรมการทางด้านปรัชญาและทฤษฎี ท่านประธานได้ตอบประเด็นไป ครบถ้วนแล้ว ผมมีประเด็นที่ต้องขบให้แตกแล้วก็มีการนำไปเปลี่ยนแปลงบางส่วนที่ต้องตอบ ประเด็นสำคัญคือท่านกษิตซึ่งท่านไม่อยู่ แต่ผมเชื่อว่าท่านฟังอยู่ขณะนี้ก็คือว่าประเด็นที่ท่าน พูดถึงและเชื่อมโยงกับต่างชาติ แล้วก็จะตรงกับที่ท่านเพิ่มพงษ์ได้พูดไว้ว่าขยายตัวออกไป เยอะแล้ว ก็อยากจะเรียนว่าในการทำรายงานเรื่องนี้เราพิจารณาอย่างที่ผมเรียนแล้วว่า ลงไปถึงราก ก็คือว่าเป็นปฐมบรมราชโองการแต่ต้น แล้วมาระยะหลังเราเช็ก (Check) ความเป็นไปในปัจจุบัน ก็อยากจะเรียนว่าในปัจจุบันนั้นศาสตร์พระราชาขยายออกไปในโลก มากเหลือเกิน เพราะว่าในโลกขณะนี้เอสดีจี (SDGs) หรือซัสเทเนเบิล ดีเวลอปเมนต์ โกลส์ (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติที่ใช้อยู่ขณะนี้ เขาชื่นชมว่า ของเราทำได้มากกว่าเพื่อน แล้วรายละเอียดตรงนี้จะเชื่อมโยงกัน ผมก็อยากจะเรียนว่าบางที เราไม่รู้กันเองว่าศาสตร์นี้ขยายออกไปได้อย่างไร ตอนที่มีการพิจารณาผมบังเอิญไปเจอ หนังสือเล่มนี้แล้วก็ได้อ่านทั้งหมด ได้มาจากมูลนิธิมั่นพัฒนา ซึ่งพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ในนี้เราได้เห็นความคืบหน้าที่เขาลงว่ามูลนิธิปิดทองหลังพระก็ดีไปทำเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องศาสตร์พระราชาในทุกมิติ ไปอยู่กันเป็นหลาย ๆ ปี ๒-๓ ปี เกษตรทฤษฎีใหม่บ้าง แล้วก็มีการอธิบาย เอดิเตอร์ (Editor) จะเป็นฝรั่ง ทีนี้หนังสือเล่มนี้มีการเรียงไว้ทั้งหมด ในศาสตร์พระราชาอย่างดีมาก ผมได้เจอท่านจิรายุ อิศรางกูร ก็ได้ขอท่านว่าผมจะเอาเล่มนี้ มาเคลียร์ (Clear) ลงในนี้ ซึ่งเราเคลียร์ (Clear) ลงมาได้เยอะ อยากจะเรียนว่าเรื่องที่เชื่อมโยงกับ ต่างประเทศเราดูตรงนี้ก็ได้ หนังสือเล่มนี้สรุปโดยฝรั่งสรุป เขาบอกว่าหนังสือคือ ซัฟฟิเชียนซีทิงกิง (Sufficiency Thinking) บอกว่าเป็นไทยแลนดส์ กิฟต์ ทู แอน อันซัสเทเนเบิล เวิลด์ (Thailand’s gift to an unsustainable World) หมายถึงว่าเป็นของขวัญจาก ประเทศไทย ก็คือศาสตร์พระราชานี่ละ ก็คือเศรษฐกิจพอเพียง เป็นของขวัญให้ชาวโลก โดยเฉพาะในโลกที่กำลังพัฒนาคือประเทศขนาดเล็ก จากตรงนี้เองพอต่อเนื่องมาถึง ของยูเอ็น (UN) เราก็ได้เล่มนี้มา นี่ก็มูลนิธิมั่นพัฒนา เป็นเล่มใหม่ เล่มนี้ออกเมื่อปีที่แล้ว เพิ่งออกมาหมาด ๆ ใหม่ ๆ เลย ผมก็ได้มาจากมูลนิธิมั่นพัฒนาเหมือนกัน หลักการของยูเอ็น (UN) ที่ได้ใช้ก็คือ ๑๗ โกลส์ (Goals) ที่เขาทำไว้ ซึ่งในของเรามี ทั้ง ๑๗ โกลส์ (Goals) ตรงนี้มีการเรียงไว้เสร็จ แล้วอย่างในของประเทศเรามีการเคลียร์ (Clear) ไว้ว่าในนี้ จะมีการเปรียบเทียบประเทศในอาเซียน (ASEAN) ประเทศในโลกที่อยู่ตรงนี้ ของเราเอง เรื่องพรอเพอร์ตี (Property) อาจจะไม่มี คือเหมือนเป็นเขียว ในนี้เขาจะมีเรียง ของเราส่วนบน เกี่ยวกับเรื่องคนจะเป็นเขียว จะมีนัมเบอร์ (Number) อย่างประเทศที่พัฒนามาก ๆ สวีเดนอยู่ลำดับ ๑ ได้ถึง ๘๔.๕ แล้วมีสิงคโปร์ มียูเอสเอ (USA) มีประเทศไทยอยู่ลำดับที่ ๖๑ สิ่งเหล่านี้จะเชื่อมกันแล้ว ในอีกไม่กี่ปีจะครบ ปรากฏว่าสิ่งที่เป็นหลักการที่เคลียร์ (Clear) มากที่สุดในลักษณะของซัสเทเนเบิลดีเวลอปเมนต์ (Sustainable Development) อยู่ที่ประเทศไทยนี่เอง ภูฏานก็เอาไปทำ ซึ่งเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ผมเรียนว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากที่พระองค์ได้รับคำชมมาจากต่างประเทศ ได้รับการยกย่องมา ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย เพียงแต่ว่าเราเองจะต้องรู้ เราจะต้องทราบ แล้วที่ท่านปีติพงศ์ ได้พูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง ท่านกษิตด้วย แล้วก็ท่านเพิ่มพงษ์ด้วยก็อยากจะเรียนว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ยากมาก แล้วผมก็เห็นด้วยมากที่ท่านกษิตเสนอ แต่อาจจะเป็นในโอกาสต่อไป อาจจะต้องยกขึ้นไปอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้เศรษฐกิจพอเพียงที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่า ในแผนพัฒนา ๕ ปีของเรา แผนปัจจุบันไม่มี มีแค่คำสองคำเท่านั้นเอง ผมก็ติงมา แต่มันผ่านไปแล้ว เราจะไปรื้อได้ โดยการที่ต้องใช้ พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติเข้าไปรื้อ ปรากฏว่ามีแต่คำ แล้วก็มีการพูดว่ามีอยู่แล้ว เรามีเหมือนของไว้บูชาแต่ไม่ได้เอามาใช้งาน ไว้เหนือเกล้าอย่างเดียว ถ้าท่านไว้ในเกล้า ได้คิดบ้าง แต่ไว้เหนือเกล้าคือไม่คิดเลย เพียงแต่ยกย่องบูชาไม่ได้เอามาใช้ ซึ่งตรงนี้เอง อยากจะเรียนว่าเป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนมาก มีความเข้าใจผิดเป็นอย่างมากเรื่องนี้ว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอันแรกก็คือไปเชื่อมโยงผิดพลาดกับเกษตรทฤษฎีใหม่ ก็เลยทำให้ เข้าใจว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือการกลับไปปลูกพืช ส่วนหนึ่งมีน้ำ ส่วนหนึ่งปลูกข้าวเท่านี้ ผิดพลาดไปหมดเลย แม้แต่ ป.ย.ป. ที่เสนอก็มีการเขียนรวม ผมไปขอให้แยกเพราะคนละเรื่อง เกษตรทฤษฎีใหม่เป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่อย่างเดียวกันเลย ทีนี้ทำให้คนเข้าใจว่าถ้าใช้เศรษฐกิจพอเพียงคือการย้อนกลับไปปลูกพืชกัน กลับไปอยู่ในไร่ในนา ซึ่งไม่ใช่ ซึ่งตรงนี้มีการเบี่ยงเบนเป็นอย่างมาก เราจะสังเกตได้ว่าพระองค์ท่านได้อธิบายไว้ เมื่อปี ๒๕๑๗-๒๕๑๘ อธิบายเรื่องนี้ ๑๑ ครั้ง ในวันที่ ๔ ธันวาคม ก็มีการอธิบาย แล้วก็อธิบาย เป็นปัญหาอยู่มาก ซึ่งในรายงานฉบับนี้เราก็เลยยกเอาของพระองค์ท่านมาไว้ ข้างหน้า ยกมาหมดทั้ง ๑๑ โครงการเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือให้ท่านสมาชิกหรือในอนาคตรัฐบาลเอง เอาไปดูจะได้ไม่สับสน พอสับสนแล้วมันเดินผิดหมด โดยเฉพาะผู้นำถ้าสับสนกับเรื่องนี้ จะมีปัญหา แต่ในรายงานฉบับนี้ชี้ไว้ชัดต่อเรื่องนี้ และผมเคยสอบถามผู้ใหญ่เกี่ยวกับ การทำเรื่องนี้ ได้เชิญดอกเตอร์วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ราชบัณฑิตทางเศรษฐศาสตร์มา อาจารย์อภิชัยซึ่งทำเรื่องนี้มาเป็นสิบ ๆ ปีมา อาจารย์สุขสันต์ซึ่งไปศึกษาเรื่องบริษัทต่าง ๆ มา ๔๐๐-๕๐๐ บริษัท และวิเคราะห์แล้วว่าบริษัทที่ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงรอดทั้งนั้น จากการกระทบกระทั่งทางเศรษฐกิจก็คือยั่งยืนมาก สิ่งเหล่านี้ที่เราได้มีการนำเสนอไว้แล้ว คือหลักการนี้เหมือนกับว่าเป็นทุนนิยมแล้วก็สังคมนิยม ของพระองค์ท่านอยู่ตรงกลาง ผมจะเทียบกับพระองค์ท่านเท่ากับคาร์ล มากซ์ ก็ได้ สามารถเทียบได้เลยเพราะว่าของเราอยู่ ตรงกลาง แต่สิ่งเหล่านี้เองสัมพันธ์กับเรื่องทางพุทธเราด้วย ดังนั้นที่อาจารย์เสนอขึ้นมาว่า ให้มีการศึกษาเรื่องศาสตร์ตรงนี้ คือเราต้องศึกษาเอง นี่เรื่องของเราให้ฝรั่งศึกษาจนกระทั่ง แตกฉาน แต่ว่าเราเองในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะต้องศึกษาเรื่องนี้กันอย่างชัดเจนแล้วก็เคลียร์ (Clear) ให้เป็นศาสตร์ที่สำคัญใช้ต่อไปในอนาคตให้ได้ ไม่ใช่สำหรับเรา สำหรับประเทศ ที่กำลังพัฒนา สำหรับประเทศที่ไม่ได้เป็นมหาอำนาจจะได้ใช้ด้วย ซึ่งตอนนี้เขาก็ใช้ กันอยู่เยอะแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้คิดว่าอาจจะต้องทำเพิ่มเติมในอนาคต แต่อย่างที่ผมเรียนแล้วว่า ทางมูลนิธิมั่นพัฒนาซึ่งอยู่ในการดูแลของทางนี้ได้ทำล่วงหน้าไว้แล้วเป็นภาษาอังกฤษ มีเป้าหมายอยู่ แล้ว ๒ อันนี้สำคัญไปในฟิวเจอร์เวิลด์ (Future World) มาก ไม่อย่างนั้น เราจะทานไม่อยู่เพราะประเทศเราขนาดเล็ก

ประเด็นต่อมาคือท่านเลิศรัตน์ได้พูดถึง ท่านสนใจเรื่องการศึกษา ก็อยากจะ เรียนว่าเรื่องโรงเรียนที่ท่านพูดไว้คราวที่แล้วเราเติมไปครบ แต่ว่าจะไปลงรายละเอียดเรื่อง ๓๕ กับ ๓๙ เพิ่ม เพราะมีลักษณะเป็นเอกซ์ทราออร์ดินารี (Extraordinary) เหมือนที่ท่านได้ เสนอไว้ คงไม่ได้ลงจริง ๆ เราลงแต่โรงเรียนวังไกลกังวล แต่จริง ๆ แล้วที่ขยายออกไปในช่วง ดิจิทัลดิไวด์ (Digital Divide) ก็คือว่าการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเป็นงานสำคัญของ พระองค์ท่าน เราไม่ได้ลง จะไปลงไว้ต่อจากโรงเรียนวังไกลกังวล เชื่อมไปอีกด้านเป็นการพัฒนา ด้านนั้นไป ส่วนเรื่องต้นไม้ของคุณหมอพรพันธุ์แล้วก็ท่านเลิศรัตน์ ที่จริงเรื่องนี้คุยกันเยอะ ผมก็พยายามจะเคลียร์ (Clear) ก็ขยายแล้วขยายอีก เดิมคือเกรงใจ แล้วท่านสุรินทร์ได้ กรุณามาคุยข้างหลังตรงกับที่ผมไม่สบายใจ คือผมไปเซ็นเอาไว้นิดหนึ่งด้านซ้าย ซึ่งผมคุย กับท่านว่าผมจะเอาออก คือมันเป็นออริจินัล (Original) แต่ว่าไม่เป็นไรเราดูดออกได้ เพราะว่าออริจินัล (Original) ก็ยังอยู่ที่ผม แต่ที่จะมาพิมพ์จะดูดเอาชื่อออก แต่ข้างล่าง เหมือนเป็นการโควต (Quote) ปกติว่าภาพมาจากไหน ๆ มันแทงตาผมตั้งแต่ต้น แต่สมาชิก ในคณะอนุกรรมการบอกว่าใส่ไปเถอะไม่เป็นไร แต่เดี๋ยวจะเอาออก ก็ด้วยความกรุณา ที่จะ ขยายเนื่องจากว่าผมเขียนกับเอ ๓ (A3) แล้วก็ยุบมาเป็นเอ ๔ (A4) ตัวมันเล็ก ทีนี้พยายาม ไปให้เขาพิมพ์ พอพิมพ์ใส่แล้วมันเละต้องเขียน เดี๋ยวจะดูอาจจะต้องขยายเป็นกาลานุกรม เหมือนท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ก็คือว่าเป็นแผ่นพับ แต่ที่เราส่งรัฐบาลคงทำไม่ทัน เราอาจจะต้อง ขยายและเป็นใบแทรก เพราะว่าถ้าส่งไปที่รัฐบาล ครม. ดู ถ้าเขาดูอยู่เขาคงจะด่าผมเป็นคนแรกก่อนแล้วก็ว่าเลยมาที่นี่เพราะที่ผ่านมาแล้วอ่านไม่ออก ตรงนี้จะมีการแก้ไขให้ดีขึ้น เรื่องภาพต้นไม้ ก็ขอบพระคุณ แล้วผมจะดูดชื่อผมออกไปจากตรงนั้น เรื่องพระปฐมบรมราชโองการ เรื่องนี้จริง ๆ แล้วได้มีอยู่แล้วแต่ว่าเราจะเขียนให้ชัดขึ้น แล้วก็มีการขยายที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ส่วนเรื่องต้นไม้ข้างหลังจะมีบอกวิธีอ่านว่าอ่านอย่างไรด้วย คราวที่แล้วเราไม่ใช้คำนี้ในนิยาม แต่ว่าเรามาแก้คำนี้เพราะเอาพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า จะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข เอาคำว่า เพื่อประโยชน์สุข มาใส่ ก็จะไป ขยายขึ้น

ท่านเฉลิมชัย เป็นเรื่องสำคัญ คือไม่อาจจะทำตามที่ท่านร้องขอได้ เพราะว่า กิจที่ทรงทำ เรื่องนี้เราเอามาจากท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม คือโควต (Quote) คำของท่านมา ที่ท่านไปพูดไว้ว่า กิจที่ทรงทำ คำที่ทรงแนะหรือสอน ทีนี้เราจะไปบอกว่าคำที่ทรงแนะ หรือพรที่ทรงให้ จะเป็นการไปเพิ่มจากการโควต (Quote) ซึ่งเราคงคิดเองไม่ได้ เพราะคำตรงนี้เป็นการให้เกียรติท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม เราก็จะไม่ต่อ ท่านพูดว่าอย่างไร ก็โควต (Quote) ตรงนั้นอยู่ในเครื่องหมายคำพูดไป เพราะท่านบอกว่า กล่าวโดยสรุปได้ว่า คือองค์ความรู้สำคัญที่ทรงศึกษา สั่งสม พัฒนา เพื่อการพัฒนาประเทศให้ประชาชนอยู่ดี กินดี มีความสงบสุข ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกิจที่ทรงทำ คำที่ทรงแนะหรือสอน ท่านอาจารย์วิษณุพูดไว้อย่างนี้ เราก็โควต (Quote) ตามนี้ ก็เลยไม่สามารถจะไปเพิ่ม พรที่ท่านทรงให้อะไรเข้าไปด้วยได้ ก็ขออภัยครับ

ส่วนเรื่องทศพิธราชธรรม มีการพิจารณากันเรื่องนิยาม ปรากฏว่า ทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรมที่ใช้กับกษัตริย์ทุกพระองค์มาตั้งแต่อดีต ก่อนรัชกาลที่ ๑ เสียด้วยซ้ำ เป็นหลักทางพุทธ ทีนี้ถ้าเรามาลงของพระองค์เราทำเรื่องศาสตร์พระราชา ว่าด้วยเรื่องของรัชกาลที่ ๙ อย่างเดียว ทุกพระองค์ของเราตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ มาส่วนใหญ่จะมี ทศพิธราชธรรมเกือบหมดแล้วหนักเบาก็แล้วแต่แต่ละพระองค์ เพราะฉะนั้นก็เลยตัดสินใจว่า ไม่เอามาลง เพราะถ้าลงจะกลายเป็นหลักการไปอีกแบบหนึ่ง คือไม่ใช่เป็นเฉพาะของ พระองค์นี้ เป็นหลักการโดยทั่วไป เป็นคำภาษาบาลี

มีอีกอย่างที่เราคงจะตกไปจริง ๆ ก็คือเรื่องการจราจร ที่ท่านประธาน ได้กรุณาเขียนโน้ตมาว่าเรื่องพลังงานเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งสำคัญจริง ๆ แต่ว่าเราไม่ได้ยก เมื่อสักครู่นี้คุยกันในคณะกรรมการว่าเรื่องการพัฒนาจะเพิ่มเรื่องพลังงานเข้าไปอีกข้อหนึ่ง ที่ท่านคุรุจิตได้กรุณาใส่ไว้จะเพิ่มเข้าไปอีกข้อ ผมเขียนไว้จนถึงเศรษฐกิจพอเพียง เดี๋ยวจะแทรกตรงด้านหน้า

ส่วนเรื่องจราจรมีนัยสำคัญจริง ๆ ผมเองอยู่กับท่านบรรหาร ถนนกาญจนาภิเษก มีรายละเอียดเช่นถนนรูปหยดน้ำ รถติดตรงสะพานผ่านพิภพลีลา แล้วพระองค์ท่าน ตอนงานของสมเด็จพระบรมราชชนนีท่านบรรหารก็ไปเข้าเฝ้า ท่านก็มีพระราชดำรัสว่า แก้ปัญหาตรงนี้ ปรากฏว่าท่านบรรหารกลับไปแล้วคิดไม่ออก พระองค์ท่านบอกว่าขอเวลา ๒ วัน พอกลับมาที่งานสวดพระอภิธรรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีก็มาบอกท่านบรรหาร เป็นแผนที่ พระองค์ท่านทรงวาดมาให้เอง แล้วปรากฏว่าที่เราเห็นพอออกจากสนามหลวง แล้วตีวนออกไปทางถนนด้านสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ววนกลับมาเขาเรียกว่า เป็นถนนรูปหยดน้ำ ปรากฏว่าไม่ต้องทำอะไรเลย คือเดิมท่านบรรหารไปเสนอว่าขุดอุโมงค์ พระองค์ท่านก็มีพระราชดำรัสว่าแล้วถ้าน้ำท่วมจะทำอย่างไร ท่านบรรหารก็คิดไม่ออก ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองก็คิดอะไรไม่ได้ พระองค์ท่านมีพระราชดำรัสไว้ว่าอย่างนี้ ขอเวลาฉัน ๒ วัน แล้วก็กลับมา มีครบหมด แล้วที่สำคัญ ๒๕ พรรษาในการครองราชย์ ทางรัฐบาลจะทำอนุสาวรีย์ให้พระองค์ท่าน พระองค์ท่านไม่เอา ขอเป็นถนนรัชดาภิเษก เพราะว่า ๒๕ ปี ก็คือพิธีรัชดาภิเษก ขอเป็นถนนสายนั้น ก็คือไปเจาะถนนรัชดาภิเษกวงแหวน รอบใน พอไปเจาะตรงนั้นมีระยะทางไม่เท่าไรกลายเป็นวนได้รอบในวงใน แล้ววงนอกก็คือ สาย ๙ ปัจจุบัน แล้วอีกวงหนึ่งที่ท่านสุวิระได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่อง สำคัญของพระองค์ท่าน ซึ่งเราจะต้องมาเขียนไว้เพราะเป็นเรื่องอัปเดต (Update) ที่สำคัญ เดิมเริ่มตั้งแต่เรื่องดิน เรื่องน้ำ ถึงไหนถึงกันพระองค์ท่านพัฒนาไปครบ จะเพิ่มข้อนี้ไปอีกข้อหนึ่ง จริง ๆ ผมอยู่กระทรวงคมนาคมผมเขียนได้อยู่แล้วแต่ว่าอาจจะเป็นขนตาตัวเองมองไม่เห็น ก็เลยมองข้ามตรงนี้ ต้องขออภัย ก็จะเพิ่มตรงนี้ให้

สุดท้ายก่อนที่จะจบลง ผมอยากจะเรียนว่าด้วยความจริงใจของคณะกรรมการ ที่ว่าเราลงมา ๒ ครั้ง เกรงใจพวกท่านก็คือเราคิดว่ารายงานนี้จะขอให้เป็นของสภาทั้งหมด เหมือนเต็มสภา คราวที่แล้วก็มาฟังเสียงเพื่อจะเอาไปปรับปรุง คราวที่แล้วท่านธรรมศักดิ์ ก็เสนอขอบเขตเรื่องการศึกษา เราก็เพิ่มแล้ว กำหนดเป็นหลักสูตรหน้า ๒๖๖ ที่ท่านขอไว้ คราวที่แล้วเพิ่มลงไปแล้วข้อ ๖.๓ ท่านสุรินทร์ ขอเรื่องราชการต้องบูรณาการไว้แล้ว มีอยู่แล้วที่ท่านพูดไว้คราวที่แล้วเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ของท่านสุรินทร์เองลงไปในหน้า ๒๖๕ ที่ท่านเสนอบูรณาการ ข้อ ๒ ข้อ ๓ แล้วบอกว่าควรจะนำด้านเกษตรไปแพร่หลาย มีอยู่ในหน้า ๒๖๔ หน้า ๒๖๕ ข้อ ๖.๑ และข้อ ๖.๒ ทั้งหมด บอกว่าให้ทำเป็นแผ่นซีดี (CD) คณะกรรมการเสนอไว้ในเรื่องการจัดทำหนังสือคือแนบไป ถ้ามีหนังสือจะแนบไปหลังหนังสือ ของท่านกษิต ภิรมย์ เสนอว่าให้ทำยุทธศาสตร์ไว้เป็นนโยบายแห่งรัฐ มีอยู่แล้ว ในหน้า ๒๖๕ หน้า ๒๖๖ ข้อ ๖.๓ และ (๑) (๒) ท่านขอให้ประมวลรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิไว้จัดทำเป็นหลักสูตร ตรงนี้เราสรุปไว้ในหน้า ๒๕๗ ข้อ ๕ และ หน้า ๒๖๖ ข้อ ๖.๓ แล้ว ควรแปลหนังสือ เมื่อสักครู่ท่านก็เสนอขึ้นมา ก็จะดำเนินการต่อไปในการแปล แต่ว่าชื่อเป็นภาษาต่าง ๆ ท่านอาจารย์ดุสิตได้มาแล้ว ท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี วันนั้นเจอ ก็ถามท่านว่าศาสตร์พระราชาคืออะไร อาจารย์วิษณุบอกว่าไม่ได้โควต (Quote) เอาไว้ ให้รีบไปแปลสัก ๕-๖ ภาษาแล้วเอามาเก็บไว้ก่อน คือเป็นสมบัติของเราก่อนเหมือนถือ ก๊อบปี้ไรต์ (Copyright) ไว้ก่อน ถือลิขสิทธิ์ไว้ก่อน อาจารย์ดุสิตไปทำมาแล้ว ให้ฝ่ายต่างประเทศของสภาทำ จัดให้มีองค์กรสืบสานศาสตร์พระราชาแยกออกจากการเมือง เพิ่มเข้าไปแล้วในหน้า ๒๖๗ ข้อ ๖.๓ ข้อ ๑๑ และ ข้อ ๑๒ ของท่านถวิลวดีที่เสนอไว้ คราวที่แล้ว ทุกภาคส่วนต้องน้อมนำเอาไปปฏิบัติอยู่แล้ว เขียนไว้แล้วในหน้า ๒๖๕ หน้า ๒๖๖ ข้อ ๖.๒ ข้อ ๑ ข้อ ๔ ข้อ ๖.๓ ในข้อ ๑ ถึงข้อ ๑๒ อันที่ ๒ ที่ขอไว้ ควรมีเนื้อหา เกี่ยวกับเรื่องทุจริต เรื่องนี้มีพระราชดำรัสกว้าง ๆ แต่ว่าลงรายละเอียดไม่มี เราหาได้แค่นั้น ก็ลงแค่นั้น เพราะท่านอาจจะพูดในประเด็นเรื่องคนดีคนชั่วที่ว่าเมื่อสักครู่ก็มีอยู่แล้ว กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ กำหนดไว้แล้วอยู่ในหน้า ๒๖๖ ที่ท่านอาจารย์ถวิลวดีเสนอไว้ ทุกภาคส่วนต้องนำปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยต้องมีการเผยแพร่ความรู้ คราวที่แล้ว ที่ท่านขอไว้อยู่ในหน้า ๒๖๖ ข้อ ๖.๓ ข้อ ๖ กับ ข้อ ๙ ท่านชูชาติขอไว้คราวที่แล้วก็คือว่า นำสหกรณ์มาปฏิบัติโดยจริงจังเป็นยุทธศาสตร์ เขียนไว้ชุดหนึ่งเลยก็คือเพิ่มเข้าไปแผนหนึ่งเลย เดิมไม่มี ไปอยู่รวม แต่ไปอยู่ในแผนการพัฒนาส่วนที่ ๒ และนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ตอบไปแล้ว ท่านเลิศรัตน์ขอไว้เรื่องโรงเรียน เราเพิ่มไปให้จนครบ แต่วันนี้ท่านลงรายละเอียด อีกทีว่า ๒ โรงเรียนนั้นมีลักษณะเป็นพิเศษ เดี๋ยวจะลงรายละเอียดให้ตามที่ท่านว่า เรื่องควรเพิ่มมาตรการบริหารน้ำเพิ่มขึ้นจาก ๖ หน้า เป็น ๑๗ หน้า ท่านคงพอใจ ท่านกิตติ ก็พูดนิยามทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้ยุติคำนิยามไว้แล้วในหน้า ๙ ที่ท่านเสนอไว้ คราวที่แล้ว เรื่องสุคิริน เราพยายามหาแล้วที่ท่านเสนอไว้เพื่อจะเอามาใส่ หาไม่เจอก็เลย ไม่ได้เอามาใส่ ท่านธานินทร์ ผะเอม เสนอว่าปัญหาที่รัฐควรเข้าช่วยเหลือภาคเอกชน ชุมชน มีอยู่แล้วในหน้า ๒๖๗ ข้อ ๑๑ และ ข้อ ๑๒ เพิ่มไปแล้ว และสุดท้าย ท่านมิ่งขวัญพูดไว้ คราวที่แล้วเมื่อวันที่ ๒๖ ว่าควรมีแหล่งเรียนรู้เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่ท่านอำนวยเสนอ ก็เหมือนกัน คล้าย ๆ กัน ในหน้า ๒๖๕ ข้อ ๖.๒ ในข้อ ๑ และข้อ ๒ เขียนไว้แล้ว เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต แต่ว่าที่จะทำทุกโรงเรียนเราไม่กล้าเขียน เขียนให้เป็นมุม เพราะบางที โรงเรียนจน เราให้มีห้องสมุดศาสตร์พระราชาทำให้โรงเรียนเขามีปัญหา บางทีถ้าโรงเรียน มีฐานะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กก็เป็นมุมไว้แต่ต้องมีสักมุมหนึ่ง เขียนไปแล้ว ควรพิมพ์ พระบรมราโชวาทให้ครบทุกด้าน ก็มีอยู่แล้ว ง่ายในการสืบค้น หน้า ๒๖๖ ข้อ ๖.๓ ข้อ ๖ และสุดท้าย ควรรวบรวมการดำเนินการไว้ให้ครบถ้วน มีเขียนไว้แล้วในหน้า ๒๖๖ ก็ครบทุกท่าน ที่ได้เสนอไว้แล้ว ขอบพระคุณมากครับ