เลิศรัตน์ รัตนวานิช ชื่นชมบทบาทคณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาและยกย่องโครงการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมว่าเป็นพระราโชบายสำคัญที่ส่งเสริมการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในพื้นที่ภาคใต้ที่ดูแลเด็กผู้ประสบภัยอย่างครบวงจร และเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเสนอแนะการปรับปรุงโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้มีชื่อเรียกที่ครอบคลุม รายละเอียดประโยชน์ที่ชัดเจน และภาพประกอบที่เข้าใจง่าย ตลอดจนเสนอให้ปรับปรุงดัชนีหนังสือของคณะกรรมการฯ ให้ค้นหาข้อมูลได้สะดวก และกล่าวถึงการเปลี่ยนชื่อสำนักราชเลขาธิการเป็นกรมราชเลขานุการในพระองค์ตามกฎหมายใหม่
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสในการอภิปราย เรื่องของคณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา ในเรื่องการขับเคลื่อนสืบสาน ศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ ในส่วนตัวของกระผมก็คงคิดเหมือนกับเพื่อน ๆ ที่ได้อภิปรายไปแล้วว่าเรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุดที่พวกเราในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้มีโอกาสร่วมกันดำเนินการ ร่วมกันนำเสนอ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ผมเองในฐานะที่เคยรับราชการอยู่ในกองทุน ได้ดำรงตำแหน่งเป็นราชองครักษ์ประจำอยู่ ประมาณ ๒๕ ปี ได้มีโอกาสทำงานในกองทัพบก ในฐานะเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ร่วมกับทางสำนักงานประสานงานโครงการพระราชดำริ อย่างเช่นท่านปานเทพ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ได้ทำงานร่วมกันอยู่หลายปีในการที่จะขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ซึ่งได้ทรงพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยมาเป็นเวลาร่วม ๗๐ ปี จึงมีความรู้สึกซาบซึ้ง และรู้สึกขอบพระคุณในความพยายามในการทุ่มเทเสียสละของคณะกรรมการคณะนี้ เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเวลาเพียง ๔-๕ เดือนที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ได้เห็นชอบในการให้จัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น ท่านประธานก็ได้ไป จัดตั้งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสัมฤทธิผล เกินกว่าที่พวกเราคาดว่าท่านจะสามารถทำได้ เนื้อหาของรายงานการปฏิรูปฉบับนี้ ก็มีความสมบูรณ์ค่อนข้างจะมากมายเพียงพอสำหรับเนื้อหาที่จะสามารถบรรจุลงได้ ในเอกสาร ๒๐๐ กว่าหน้า หรือ ๓๐๐ หน้านี้ และรวมถึงการเตรียมทำหนังสือสืบสาน ศาสตร์พระราชาประมาณ ๒๕๐ หน้า ก็คงจะเข้าใจได้ว่าไม่สามารถที่จะบรรจุทุกเรื่อง หรือพระราชกรณียกิจ พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทุกประเด็น ทุกแนวคิดของพระองค์ท่านและทุกโครงการซึ่งมีกว่า ๔,๖๐๐ โครงการ กระผมเองก็อยากจะเพียงแค่แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ หากกรรมการจะสามารถนำไปพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์ของหนังสือ เท่าที่โครงการ ที่ผมเองได้มีโอกาสร่วมดำเนินการกับทาง กปร. ในการถวายงานให้กับพระองค์ท่าน เมื่อสมัยรับราชการอยู่ ในเรื่องของการศึกษาซึ่งท่านสรุปไว้ในหน้า ๒๗-๒๙ ท่านได้แบ่ง พระราชภารกิจหรือโครงการพระราชดำริไว้เป็น ๒ กลุ่ม คือการศึกษาในระบบโรงเรียน และการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ซึ่งก็ครอบคลุม เรื่องราวต่าง ๆ ที่คนอาจจะไม่รู้จัก อย่างเช่นโรงเรียนพระดาบสซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไปเพียง ๒-๓ กิโลเมตร ก็เป็นศูนย์การศึกษาแห่งหนึ่งที่จะเรียกว่านอกระบบก็ได้ แต่ได้ก่อให้เกิด ประโยชน์แก่คนกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่มีพื้นฐานความรู้ สามารถมีอาชีพไปยังชีพ ไปประกอบ อาชีพได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าการเรียนรู้ทางด้านช่าง ด้านการซ่อมเครื่องยนต์ต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ ผมคิดว่ามีความสำคัญยิ่งเลยของพระองค์ ถ้าจะเรียกว่าเป็นความสำคัญที่สุดที่พระองค์ ได้ทรงพระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชน และนักเรียน นักศึกษา คือโครงการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ซึ่งได้จัดตั้งเมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๘ จนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาประมาณ ๒๑-๒๒ ปี พระองค์ได้พระราชทานทุนทรัพย์ ๕๐ ล้านบาท ให้ไปก่อตั้งโครงการนี้ขึ้น หลักการง่าย ๆ ก็คือไม่ว่าเราจะเรียนอยู่ที่ไหนเราก็สามารถ เปิดโทรทัศน์ซึ่งถ่ายทอดการเรียนการสอนที่อัดจากพระราชวังไกลกังวล โดยได้เอาครู จากกรมสามัญศึกษา ซึ่งสมัยนั้นเรียกกรมสามัญศึกษาไปอัดเทป (Tape) ในสิ่งที่ครูเหล่านั้น สอนให้กับโรงเรียนดี ๆ ที่เรารู้จักกันในกรุงเทพฯ ก็ไปอัดเทป (Tape) ที่พระราชวังไกลกังวล แล้วก็เผยแพร่ผ่านช่องโทรทัศน์ไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ ทุกวันนี้ก็ได้ให้อุปกรณ์รับสัญญาณ ถ่ายทอดไปถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน โรงเรียนของ สพฐ. ทั้งหมด จนเราเรียกว่าเป็นครูตู้ แต่ครูตู้มีความหมายมาก เพราะว่าเขาเป็นครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนดี ๆ ก็สรุปว่าเด็ก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของประเทศไทยก็สามารถได้รับการศึกษาจากครูคนเดียวกัน ครูที่มีคุณภาพ แล้วทุกวันนี้ก็มีระบบอีเลิร์นนิง (e-Learning) มีแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ที่จะสามารถเข้าไปดาวน์โหลด (Download) แล้วก็นำไปใช้ประโยชน์ การสอนภาษา มีทุกภาษาเลยนะครับ ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น เพราะฉะนั้น จึงฝากว่าอันนี้เป็นพระราชกรณียกิจที่ผมคิดว่ามีความสำคัญยิ่ง แล้วก็ทรงมีพระเนตรที่ยาวไกล ที่คิดว่าการศึกษาเป็นหัวใจของการสร้างคน ของการสร้างประเทศ
อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องการศึกษาคือโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ท่านได้ เขียนไว้แล้ว แต่อาจจะยังสั้นไปนิดหนึ่ง จริง ๆ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ที่ท่านเขียนว่า ๔๔ โรงเรียนก็ถูกต้อง แต่โรงเรียนที่มีความสำคัญยิ่งคือโรงเรียนที่ ๓๕-๓๙ ซึ่งเกิดขึ้น เมื่อปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ นี้เอง หลังจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่ม ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทรงพระราชทานให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ไปสร้างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๕ จังหวัดพังงา แล้วก็โรงเรียนในแถบนั้นอีก ๔ จังหวัด คือจังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง จังหวัดกระบี่ จังหวัดสตูล ก็ถือว่าเป็นโรงเรียนที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้เด็กที่กำพร้าพ่อแม่ที่สูญเสียชีวิต จากมหาภัยคลื่นยักษ์ได้เข้ามาเรียน แล้วโรงเรียนราชประชานุเคราะห์จะมีความแตกต่าง จากโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการโดยทั่วไป คือเรียนฟรี อยู่ฟรี กินฟรี เด็กไม่ต้องเสียสตางค์เลย ก็ฝากเพิ่มเติมไว้ในส่วนของโรงเรียนที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องการจัดการน้ำลักษณะพิเศษ เข้าใจว่าท่านนิกร รับผิดชอบอยู่ ท่านก็ไปดำเนินการเพิ่มเติมที่ผมอภิปรายเมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งอยู่ใน หน้า ๕๗-๖๘ มีอยู่ ๖ เรื่องหลัก ๆ ที่คิดว่าเป็นโครงการที่ได้ทรงพระราชทานด้วยพระเนตร อันยาวไกลในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ โครงการที่ ๓ ท่านเขียนว่าประตูระบายน้ำ อุทกวิภาชประสิทธิ ผมคิดว่าชื่อเรื่องอาจจะแคบไป ควรจะเขียนว่าเป็นโครงการพัฒนา พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพราะตัวประตูระบายน้ำนั้นเป็นแค่ ส่วนหนึ่งเท่านั้นของตัวโครงการใหญ่ เป็นแค่ประตูกั้นน้ำเพื่อที่ว่าหน้าน้ำก็ให้น้ำไหลออกไปได้ หน้าแล้งก็กันน้ำไว้ไม่ให้น้ำทะเลไหลเข้ามา เพราะฉะนั้นต้องเขียนเป็นตัวชื่อโครงการ จะทำให้ดูครอบคลุมมากกว่า แล้วในหน้า ๖๓ ท่านก็เขียนไว้ ๒ พารากราฟ (Paragraph) สั้น ๆ ๒ ย่อหน้าสั้น ๆ ถ้าจะเพิ่มอีกสักย่อหน้าหนึ่งให้เห็นถึงว่าเมื่อสร้างประตูระบายน้ำนี้แล้ว กับสร้างประตูตามพื้นที่ต่าง ๆ สร้างระบบชลประทานพื้นฐานแล้วประโยชน์ที่เกิดขึ้นคืออะไร เกิดประโยชน์ในการที่ประชาชนที่ละทิ้งถิ่นฐานได้กลับมาทำมาหากิน แยกนากุ้ง น้ำกร่อย ออกไปอยู่ชายทะเล สามารถทำนาข้าวอะไรได้ ถ้าเพิ่มอีกสักหนึ่งย่อหน้าก็จะทำให้มี ความสมบูรณ์ขึ้นว่าโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังได้ทำอะไรให้เกิดขึ้นกับประชาชน ในพื้นที่กว่า ๑๐ อำเภอใน ๓ จังหวัดภาคใต้
อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องของภาพต้นไม้ที่หลายท่านได้กล่าวถึง ซึ่งผมก็ชื่นชม ในความสามารถของท่านนิกร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะท่านเป็นจิตรกรด้วย ก็เป็นภาพที่สื่อความหมายได้ชัดเจนในหน้าเดียว เพียงแต่ผมพยายามอ่านแล้วก็อ่านยากมากเลย จะเป็นด้วยว่าต้องใส่แว่นอ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ ประเด็นหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องของสี ถ้าให้สี ที่ดีกว่านี้ ซึ่งเดี๋ยวนี้มันง่ายท่านใส่สีเข้าไปแล้วก็สามารถเปลี่ยนสีได้ แล้วด้วยตัวหนังสือก็เป็น ตัวเขียน พอเขียนติด ๆ กันก็เลยทำให้อ่านยาก เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะปรับให้อ่านง่ายขึ้น แล้วก็ให้มีคนตรวจสอบว่าถูกต้อง สอดคล้องกับแนวทางจริง ๆ ก็จะทำให้ภาพนี้มีประโยชน์ ยิ่งขึ้น
ประเด็นสุดท้าย คือผมต้องไปที่อาจารย์ดุสิตนะ ท่านเป็นคนชี้แจงคนสุดท้าย ท่านทำโครงการจัดทำหนังสือของคณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา หน้าสุดท้ายท่านอาจารย์ครับ หน้าสุดท้ายของท่านคือขอขอบพระคุณสำนักพระราชวัง สำนักราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการได้เปลี่ยนชื่อใหม่เมื่อสัก ๑ เดือนที่แล้วนี้เอง ตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งส่วนราชการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ เปลี่ยนชื่อ เป็น กรมราชเลขานุการในพระองค์ จากสำนักราชเลขาธิการ เปลี่ยนเป็น กรมราชเลขานุการ ในพระองค์ ในร่างหนังสือก็คงมีเพียงแค่นั้น กับประเด็นสุดท้ายอยากจะฝากท่านอาจารย์ดุสิตไว้ว่า ถ้าเราจะมีดัชนีค้นหาคำน่าจะเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เป็นแค่ดัชนีว่าหน้าไหนมีอะไร ดัชนีค้นหาคำ เช่นถ้าเราเขียนว่าโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมันอยู่หน้าไหนบ้าง อย่างนี้ ถ้าทำได้ถึงขนาดนั้นเพราะอาจารย์ดุสิตก็ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ก็จะทำให้การค้นหา คำง่าย เพราะว่าในเล่มนี้มีความยาวเกือบ ๓๐๐ หน้า จะช่วยทำให้เราสามารถอ่านหนังสือได้เกิด ประโยชน์ยิ่งขึ้น กราบขอบพระคุณ แล้วก็ขอขอบพระคุณท่านปานเทพ และกรรมการทุกคน ทั้งที่ไม่ได้นั่งอยู่ข้างบนอีกหลายสิบท่านที่ได้ทำผลงานที่ถือว่าเป็นชิ้นโบแดงของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่พวกเราได้อยู่กันมาปีเศษ ๆ นี้ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน