ชนินทร์ ชี้ท้าทายกฎหมายทะเล หนุน One Marine Map แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑ · ๙ มกราคม ๒๕๖๐

ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ หารือประเด็นความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายทางทะเลภายใต้อนุสัญญา UNCLOS 1982 เน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยและผลักดันการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นระบบและยั่งยืน พร้อมเสนอให้จัดทำแผนที่ทะเลแบบบูรณาการ ประสานงานระหว่างหน่วยงาน และเรียกร้องการแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ผ่านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในระยะยาว

พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน แล้วก็ สมาชิกทุกท่าน กระผม พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ สมาชิก หมายเลข ๐๓๔ ขออนุญาตตอบคําถามกับคําอภิปรายของสมาชิกในภาพรวม ซึ่งเรื่องที่เราทําแล้วก็นําเสนอ ในวันนี้จะเป็นเรื่องต่อเนื่องกับตัวร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล ที่เสนอผ่านสภาไปเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคมเมื่อปีที่แล้ว เรื่องนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะว่าเราก็บอกว่าในเรื่องนั้นไม่ได้เป็นการตั้งหน่วยงานใหม่ แต่คําว่าหน่วยงานที่จะตั้งขึ้น ก็ยังเป็นปัญหาในการพิจารณาของระดับผู้ที่เกี่ยวข้องยังไม่จบนะครับ หน่วยงานที่เกิดจาก พระราชบัญญัติฉบับใหม่เป็นการปรับยกฐานะจากศูนย์ประสานการปฏิบัติ เป็นศูนย์อํานวยการเท่านั้นนะครับ จํานวนคนที่จะเพิ่มขึ้นก็จะไม่มากเท่าไรนัก ไม่ใช่เพิ่มขึ้น ทั้งหมด เพราะฉะนั้นในงานของพระราชบัญญัติฉบับที่แล้วจากการปรับเลื่อนฐานะ ของศูนย์ประสานการปฏิบัติเป็นศูนย์อํานวยการก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้นะครับ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ในตัวพระราชบัญญัติก็จะมีครบทุกกระทรวง ทุกกรม ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับทางทะเล ด้วยข้ออภิปรายของแต่ละท่านซึ่งงานต่าง ๆ หลาย ๆ งาน ขาดการดําเนินการ ในส่วนที่ว่าจะต้องเป็นหลักสากลไหม กฎหมายที่เป็นอันคลอส ๑๙๘๒ (UNCLOS 1982) มีมานานแล้ว แต่เราเพิ่งจะลงนามรับบทบัญญัตินั้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็เป็นธรรมดาอยู่เองว่าหลาย ๆ กฎหมายของเราที่มีอยู่มาก่อนหน้านั้นยังไม่ได้ปรับแก้ ให้ทันสมัยสอดคล้องกับบทบัญญัติในอันคลอส ๑๙๘๒ (UNCLOS 1982) ฉบับนั้น เราก็จะมากระตุ้นเตือนท่านว่ากฎหมายของท่านที่มีอยู่ก่อนปี ๑๙๘๒ มันล้าสมัย ยังไม่ครอบคลุม ยังอยู่แค่บนแผ่นดิน ยังไม่ได้ใช้อํานาจอธิปไตยในทะเลอาณาเขต ๑๒ ไมล์ทะเล ยังไม่ได้ใช้สิทธิอธิปไตยในเขตต่อเนื่อง เขตเศรษฐกิจจําเพาะในทะเลหลวง ในส่วนที่เรามีสิทธิไปใช้ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความสามารถในการยื่นมือไปใช้หรือเปล่า ความทับซ้อนของการใช้ประโยชน์ในแต่ละมิติ ไม่ว่าจะเป็นคําว่า ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามที่รัฐบาลให้คํานี้เป็นคําขวัญในการใช้ประโยชน์กับมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทหาร เศรษฐกิจ ความมั่นคง สื่อสาร หรืออะไรก็ตามแต่ หลาย ๆ มิติที่ว่าถ้าผมยกตัวอย่างในเรื่อง ของรูบิก (Rubik) ตัวลูกบาศก์ที่เราหมุน ๖ ด้าน ๖ สี ตอนนี้มันมีมากกว่า ๖ ด้าน ๖ สีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปสามเหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นรูปหกเหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นรูปอะไรก็ตามแต่ มันมีมากกว่านั้น หลาย ๆ มิติที่ซ้อนทับกันซึ่งแต่ก่อนเราไม่เคยมองเห็นว่ามันซ้อนทับกัน มากมายขนาดไหน หลังจากที่เราขอตัวอย่างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาบันทึกลงในแผนที่ เดินเรือในส่วนของกรมอุทกศาสตร์ เราก็จะเห็นว่าการใช้ประโยชน์ที่ซ้อนทับกันตรงนั้น จริง ๆ แล้วสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ในบางเวลา ในบางมิติ อย่างเช่นพื้นที่ฝึกยิงอาวุธ ของทหารเรือ ในช่วงของเวลาการฝึกยิงอาวุธเราก็ใช้เฉพาะบางวันเท่านั้น แต่รอบ ๆ เกาะ ที่เราใช้ในการฝึกยิงอาวุธก็จะเป็นพื้นที่ในการทําประมง ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ซึ่งอยู่ริมฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นประมงพาณิชย์ซึ่งอยู่กลางทะเล ชาวประมงสามารถใช้ประโยชน์ ตรงนั้นได้ ๓๖๕ วัน อาจจะแค่ ๓๖๔ วัน เหลือวันหนึ่งให้กองทัพเรือใช้ฝึกยิงอาวุธ ซึ่งมันก็เป็นพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ในกลางทะเล หลังจากทหารเรือฝึกยิงอาวุธเสร็จแล้ว ชาวประมงจะแห่กันเข้าไปทําประมงต่อ เพราะตรงนั้นมันจะทําให้ระบบอะไรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหัวกระสุน ไม่ว่าจะเป็นปลา ที่ว่ายอยู่ในทะเล เขาจะมารวมกันอยู่ตรงนั้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ชาวประมงก็จะตามมา เก็บปลาที่อยู่ในทะเลบริเวณพื้นที่รอบ ๆ นั้น อันนี้ก็เป็นมิติในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ของหลาย ๆ หน่วยงาน

เรื่องที่เป็นการตั้งคณะทํางานแล้วก็สร้างเครือข่ายร่วม ในเอกสารของเรา เราก็ได้ใส่เอาไว้เกือบครบถ้วน ซึ่งหน้าที่หลักของ ศรชล. ที่รอพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ก็เป็นความหวังของเราว่า ศรชล. ไม่ใช่หน่วยงานใหม่ เป็นภารกิจที่ทางหน่วยงานต่าง ๆ ของ ศรชล. ภายใต้การกํากับของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่กองทัพเรือนะครับ ภายใต้การกํากับ ของนายกรัฐมนตรีจะได้จัดการกับทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ในเวลานี้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เสียทีหนึ่ง การรวมตํารวจน้ํากับกองทัพเรือซึ่งตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย งานของตํารวจน้ํา จริง ๆ แล้วภารกิจของตํารวจน้ําจะอยู่ในแม่น้ําลําคลอง แล้วก็ชายฝั่งทะเล ส่วนที่ เป็นเรื่องของทะเลอาณาเขตตรงนั้นกองทัพเรือกับตํารวจน้ํา ณ ขณะนี้ก็ปฏิบัติงานร่วมกันอยู่ ในส่วนที่เป็นเขตต่อเนื่องและเขตเศรษฐกิจจําเพาะกองทัพเรือไม่ได้ยึดอํานาจเอาไว้ แต่เป็นหน่วยงานเดียวที่มีเรือ ที่มีพาหนะจะออกไปปฏิบัติภารกิจกลางทะเลได้ จึงเป็นธรรมชาติของหน่วยงานทุกหน่วยที่จะมองเห็นว่างานต่าง ๆ ทั้งหมดกองทัพเรือจะต้อง เป็นผู้รับผิดชอบ จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ภารกิจของกองทัพเรือก็คือปกป้องอธิปไตย ของชาติทางทะเลเหมือนกับภารกิจของกองทัพบก ของกองทัพอากาศ แล้วก็ทุก ๆ หน่วยงาน แต่ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่เรามีอยู่ ณ ขณะนี้คล้าย ๆ กับว่าทุกอย่างในทะเลกองทัพเรือ จะต้องเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องมีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม ทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง กรม ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา นักวิชาการ ชาวประมงชาวทะเล หรืออะไรต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตใช้ประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในส่วนของวัน มารีน แมป (One Marine Map) ที่เราหวังว่าจะ เกิดขึ้นได้ ณ ปัจจุบัน ณ ขณะนี้ยังไม่มี เรามีแต่แผนที่เดินเรือของกองทัพเรือที่ใช้ประโยชน์ ในการเดินเรือเป็นหลัก ข้อมูลที่ท่านเห็น ณ ขณะนี้บนแผนที่ บนแผ่นภาพก็ดี เป็นการ ขอตัวอย่างข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาบันทึกให้ท่านเห็นว่าแต่ละหน่วยงาน ใช้ประโยชน์จากทะเลอะไรบ้าง แล้วข้อมูลต่าง ๆ เกิดขึ้นมีอะไรที่เราจะจัดระเบียบให้ลงตัว ให้ดีขึ้นได้บ้าง ซึ่งสภาพต่าง ๆ ที่เห็นอยู่ ณ เวลานี้ทําให้เราเห็นภาพว่าข้อมูลต่าง ๆ มันมีอยู่กระจัดกระจายหลายที่ ไม่ได้เป็นระเบียบ ขณะนี้เราเริ่มจัดระเบียบตัวอย่างข้อมูล ที่ได้จากหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็กําลังวางระเบียบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าแต่ละส่วน แต่ละงานมีความสอดคล้องกันอย่างไรบ้าง หลาย ๆ อย่างที่เราเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันซึ่งเวลานี้ ข่าวที่เป็นเรื่องให้ความสําคัญมาก อย่างเช่นภาคใต้น้ําท่วมสาเหตุเกิดจากอะไร สมาชิก หลาย ๆ ท่านก็บอกว่าน่าจะจัดการกับปัญหานี้ในโอกาสนี้เลย น้ําท่วมได้อย่างไร ภาคใต้ ไม่ใช่ฝนตก ๓ วันแล้วน้ําท่วม จริง ๆ เคยตก ๗ วัน ๗ คืนแต่น้ําไม่ท่วม ปัญหานี้เกิดขึ้น จากอะไร ก็กําลังจะมีคณะทํางานขึ้นมาจัดการกับปัญหานี้ หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ งาน มีบางท่านพูดไปว่าการทุจริตในภาคราชการเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เราพัฒนาประเทศ ไปไหนไม่ได้ใช่หรือไม่ ซึ่งคําตอบทุกท่านก็จะประจักษ์อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว สิ่งที่เรานําเสนอในวันนี้ก็เพียงเพื่อว่าอะไรต่าง ๆ ที่ทุกหน่วยงานใช้ประโยชน์จากทรัพยากร อย่างไร้ขีดจํากัด อย่างไร้ระเบียบ อย่างไร้ขอบเขต เรามาจัดระเบียบตรงนี้ให้ดีขึ้น ให้เวลากับ ธรรมชาติ สร้างสมดุลของตัวเอง เปิดเวลาให้ธรรมชาติได้มีเวลาต่ออายุของตัวเองออกไปอีก เล็กน้อย ธรรมชาติก็จะเกิดความสมดุล ความสมบูรณ์ แล้วเราก็จะใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ ต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ผมขอเชิญท่านรองประธานกรรมาธิการสรุปต่อ ขอบคุณครับ