เสรี แจงปมปฏิรูปการเมือง ชี้ไม่สำเร็จเพราะการเมืองแทรกองค์กรอิสระ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐

เสรี สุวรรณภานนท์ ชี้แจงและสรุปข้อเสนอจากที่ประชุมเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง โดยย้ำว่าปัญหาไม่ได้มาจากข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ แต่เกิดจากฝ่ายการเมืองแทรกแซงองค์กรอิสระ จึงจำเป็นต้องปฏิรูปทั้งระบบ โครงสร้าง และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอให้นำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทบทวนรัฐธรรมนูญ วัฒนธรรมการเมือง การศึกษา การตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมือง และการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชาไปปรับปรุงในรายงานและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เสรี ประธานกรรมาธิการ ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกที่เสนอความเห็น และที่นั่งฟังทุกท่าน ในความเห็นต่าง ๆ ของท่านสมาชิกที่ได้เสนอมานั้นเป็นเรื่องดีหลายเรื่อง เป็นเรื่องที่อยู่ในรายงานนี้แล้วก็อีกหลายเรื่อง แต่อย่างไรก็ตามจะตอบสั้น ๆ เพื่อท่านจะได้ ไม่ทักท้วงทีหลังว่าไม่ตอบ

ท่านแรก ท่านสุรินทร์ที่เสนอ ๓ ข้อนั้นในรายงานมีแล้ว แต่ส่วนใดก็ตาม ถ้าเป็นส่วนที่เพิ่มเติมเดี๋ยวกรรมาธิการก็จะรับมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นนะครับ

ส่วนของท่านกษิต ภิรมย์ ในรายงานก็ให้ความสําคัญไปที่การสร้างวัฒนธรรม ทางการเมือง ซึ่งเป็นหลักการสําคัญอยู่แล้ว แล้วก็ตอบสมาชิกท่านอื่นด้วยที่พูดถึงหลักสูตร การศึกษา ในรายงานฉบับนี้ก็มีการศึกษาอย่างเคร่งครัด อย่างเป็นหลักสูตรที่สามารถนําไป ปฏิบัติได้ ส่วนบทบัญญัติที่ท่านเป็นห่วงในเรื่องรายงานดังกล่าวนี้ เราให้ความสําคัญ ในเรื่องของระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รายงานฉบับนี้ให้ความสําคัญอย่างยิ่งในเรื่องเหล่านี้ แล้วก็มีบัญญัติไว้อยู่ในหลายส่วน ส่วนการเสนอว่ายุทธศาสตร์ ๒๐ ปีให้เฝ้าระวังคนที่ไม่หวังดีกับบ้านเมือง อันนี้คงเป็น เรื่องของรัฐบาลที่ต้องไปเฝ้าระวัง

ต้องขอบคุณท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ท่านก็เสนอประเด็นในเรื่องการปรับแก้ รัฐธรรมนูญ ๑๐ ปี โดยเสนอความเห็นทางสื่อมวลชนไปก่อนทําให้ได้รับการสนใจจากประชาชน ทั่วประเทศว่าการปรับแก้รัฐธรรมนูญยังไม่ทันใช้เลยจะแก้แล้วหรือ แต่จริง ๆ แล้วอย่างที่ กราบเรียนว่าเป็นเรื่องของการทบทวนประเด็นปัญหาในเรื่องรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่กําหนดว่า จะต้องแก้หรือไม่แก้อย่างไร แต่อยู่ที่สภาพปัญหาที่จะเกิดขึ้น

ส่วนของท่านวรวิทย์ ของท่านคุณหมอชูชัย และอีกหลายท่านที่พูดถึง บัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง จริง ๆ รัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้แล้ว กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่จะเขียนมาเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะมีบัญญัติในเรื่องเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตามก็อาจจะหาส่วนที่บัญญัติไว้พูดถึงเรื่องในอนาคตด้วย เดี๋ยวเราก็จะพยายาม ไปเสริมดู ถ้าลงได้ก็จะดําเนินการให้

ท่านที่ ๕ อาจารย์กิตติ ก็ขอบคุณในความเห็นที่เสนอมานะครับ

ท่านที่ ๖ คุณหมอชูชัย ที่บอกว่าปฏิรูปการเมืองตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จริง ๆ มีเริ่มตั้งแต่ตอนนั้น แต่ตอนหลังก็ล้มเหลว ต้องกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ตอนนั้นผมก็เป็น ส.ส.ร. ด้วย เป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างกลไกขึ้นมาเพื่อปฏิรูปการเมือง สร้างองค์กรอิสระต่าง ๆ ขึ้นมา มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก ๗ ฉบับ แล้วก็จะสร้างกลไก ในรัฐธรรมนูญ มีสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งครั้งแรก โดยเน้นในเรื่องการปฏิรูปการเมือง แต่ต้องกราบเรียนว่าสิ่งที่ล้มเหลวนั้นไม่ใช่อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองเอง เราเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ เข้าไปแทรกแซงวุฒิสภาจนเกิดปัญหาในทางการเมืองขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อาจารย์หมอชูชัยเองก็เป็น ส.ส.ร. ร่วมกันกับผมด้วย ก็เอาประเด็นปัญหาตรงนี้ที่จะมาต่อยอดให้การเมืองนั้นมีการปฏิรูปให้มากขึ้น แต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน เพราะว่าเราเพียงแค่ปฏิรูปเนื้อหาสาระ แต่ปฏิรูปคนทําได้ยากลําบากอย่างที่ว่า แต่พอมา ในปัจจุบันนี้เรามีทั้งแนวทางในการปฏิรูปคน ทั้งพี่น้องประชาชน ปฏิรูปนักการเมือง ปฏิรูประบบ ปฏิรูปโครงสร้าง แนวทางต่าง ๆ น่าจะเป็นแนวทางที่แก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น

ส่วนอาจารย์ถวิลวดี ที่บอกว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วม ถามว่าในรายงานนี้ ได้เสนอประชาชนมีส่วนร่วม จริง ๆ ก็เสนอไว้หลายส่วน การมีส่วนร่วมของประชาชน ถ้ามีส่วน พอที่จะตอบให้เป็นคําตอบของอาจารย์ได้ก็อยู่ที่หน้า ๑๗ ก็มีประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ในด้านต่าง ๆ

ท่านที่ ๘ ท่านเฉลิมชัย ก็เสนอหลายเรื่อง เป็นทั้งให้มีพ่วงประชามติไปด้วย เดี๋ยวจะรับมาดูว่าจะสามารถเป็นข้อเสนออะไรได้มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องกระทู้ต่าง ๆ เรื่องอภิปราย เรื่องอะไรก็ตามเป็นเรื่องระบบงานรัฐสภาอยู่ในหน้า ๒๘ รายงานดังกล่าวนี้ เราวางในหลักการไว้ แต่เดี๋ยวเราจะมีอีกรายงานหนึ่ง มีท่านนรรัตน์ พิมเสน เป็นประธาน อนุกรรมาธิการจะนํามาเสนอ เรื่อง การปฏิรูประบบงานในรัฐสภา ก็จะมีเรื่องเหล่านี้ ที่ท่านเฉลิมชัยได้กรุณาเสนอความเห็นไว้ รายละเอียดก็จะอยู่ตรงนี้ด้วย แต่หลักการที่เสนอมา กรรมาธิการก็พยายามจะเอามาปรับปรุงให้เป็นแนวทางที่นําไปปฏิบัติในอนาคตนะครับ

สุดท้ายก็คือท่านอาจารย์ดุสิต เครืองาม ได้พูดถึงศาสตร์พระราชา จริง ๆ เราก็ พยายามให้ความสําคัญอยู่แล้วในเรื่องเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าในหน้า ๓๕ จะกล่าวถึงในเรื่อง ข้อเสนอการทําสัญญาประชาคมนั้น ก็ให้ความสําคัญไปที่เรื่องจะต้องประพฤติปฏิบัติตัว ของพี่น้องประชาชนตามศาสตร์พระราชา โดยเฉพาะเรื่องการดําเนินชีวิตอย่างเศรษฐกิจพอเพียง แต่อย่างไรก็ตามข้อเสนอของท่านอาจารย์ก็อย่างที่กราบเรียนเช่นท่านอื่น เดี๋ยวจะเอามา เสริมดูว่าส่วนไหนที่จะนํามาให้รายงานนี้สมบูรณ์ขึ้นได้ก็จะนํามาเสนอดังกล่าว

สรุปสุดท้าย ก็ต้องกราบเรียนว่าตามรายงานดังกล่าวนี้เป็นรายงานที่พยายาม จะแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในอนาคต พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางปัญหา ให้เป็นทางออกของประเทศ แล้วก็ให้ประเทศนั้นยั่งยืน มั่นคงในทางการเมือง ถ้าหาก การเมืองประเทศเรามั่นคง ยั่งยืน ก็เชื่อได้ว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาทั้งหลายทั้งปวงนั้น จะได้รับการแก้ไขนําไปสู่การแก้ไขด้านอื่น ๆ ให้สอดคล้องต้องกันเพื่อการพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเราสืบไป ก็กราบขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่าน ถ้าหากว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้เห็นชอบก็จะส่งรายงานดังกล่าวนี้ไปให้รัฐบาล ไปให้ ป.ย.ป. ไปให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วก็ยังฝากสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถ้าหากว่าสภาเราไปก่อน ก็จะฝากส่งไปที่คณะกรรมการปฏิรูปแล้วก็คณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต ขอบคุณท่านประธานครับ