วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มีความมั่นคง ยั่งยืน และเลิกกับการปฏิวัติ รัฐประหาร โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และมีเศรษฐกิจที่ดีให้กับประชาชน นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องเศรษฐกิจที่ดีแต่สภาพแวดล้อมไม่ดี และเสนอยุทธศาสตร์ชาติ 5 ข้อเพื่อการสนับสนุน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ในฐานะโฆษกของคณะกรรมาธิการ ขอกราบเรียน เพิ่มเติมต่อท่านประธานและตอบประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายกันเป็นเบื้องต้น ท่านประธานครับ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ รวมทั้งความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก ได้อภิปรายมา ณ ที่ประชุมนี้ กราบเรียนว่าถ้าท่านสมาชิกจะกรุณาอ่านเอกสารโดยละเอียด เกือบทั้งหมดนี้ จะเป็นการตอบคําถามข้ออภิปรายของสมาชิกทั้งหมดได้เป็นอย่างดี แต่กราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการต่อเรื่องนี้นั้น มีเป้าหมายที่สําคัญ แล้วก็ขอกราบเรียนว่าถ้าดําเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติเรื่องการเมือง ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอนี้ จะเป็นประเด็นตอบคําถามที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นห่วง และเชิงตั้งคําถาม ผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านที่ประชุมเพื่อทราบกันอีกครั้งหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคําถามว่า ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล หรือไม่ รวมทั้งหากไม่ได้จะทําอย่างไร และมีคําถามอีก ๒ ข้อที่ท่านทั้งหลายได้รับทราบดี อยู่แล้วว่าในที่สุดท่านถามว่าแล้วเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร โดยใคร ซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้ตอบคําถามนี้ค่อนข้างจะละเอียดและเป็นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ห่วง แล้วก็ขออนุญาต กราบเรียนต่อท่านประธานว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการนั้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ และมาตรา ๒๕๙ ที่คณะกรรมาธิการได้เขียนไว้ในหน้า ๗ อย่างชัดเจนว่าต่อไปนี้ในระยะ ๑ ปี ถึง ๕ ปีนี้ประเทศชาติจะต้องมีการปฏิรูปการเมือง ให้สําเร็จเสร็จสิ้นภายใน ๑-๕ ปี อันดับแรกนั้นก็คือ จะต้องให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีส่วนร่วมในการดําเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมตลอดทั้ง ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกัน ให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติโดยอิสระ ปราศจากการครอบงํา ไม่ว่าด้วยทางใด รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ถ้าท่านอ่านดูในหน้านี้จะเห็นว่าเป็นการปฏิรูปทางการเมือง ที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและเป็นไปตามแผนและขั้นตอน สุดท้ายนั้นก็บอกว่าต้องลดปัญหา ความขัดแย้งทางการเมืองให้ได้ ต้องปฏิรูปให้เสร็จภายใน ๕ ปีนี้ ดังนั้นเมื่อมาพิจารณาแล้ว เขาก็กําหนดเป็นยุทธศาสตร์ในด้านต่าง ๆ ตาม พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ท่านกรรมาธิการแต่ละด้าน ๆ นั้น คงมีแผนในยุทธศาสตร์ที่เตรียมจะเสนอกันต่อไป แต่กราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เราก็เห็นว่า เมื่อจะต้องปฏิรูปให้เสร็จภายใน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ปีนี้แล้ว ควรจะต้องมียุทธศาสตร์ ทางการเมืองทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวใน ๒๐ ปีนี้ เราจึงได้เสนอเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการเมือง กราบเรียนท่านทั้งหลายด้วยความเคารพว่าเราเขียนไว้ในหน้า ๕ ชัดเจน ดังที่ท่านสมพงษ์และท่านประธานเสรีได้กล่าวไปแล้วเบื้องต้น แต่ผมขออนุญาตกล่าวย้ํา เพื่อขอความสนับสนุนจากท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่งว่าเป้าหมายในยุทธศาสตร์ทางด้านการเมือง ของเรามี ๕ ประการด้วยกันครับท่านประธาน
ประการที่ ๑ ในยุทธศาสตร์ของประเทศชาตินี้ต้องสร้างการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มีความมั่นคง ยั่งยืน เลิกกันเสียทีในการปฏิวัติ รัฐประหาร ต่อไปนี้ บ้านเมืองถ้าจะเป็นประชาธิปไตยในครั้งต่อไปแล้ว เลิกกันที จบกันที การปฏิวัติ รัฐประหารครั้งนี้ น่าจะเป็นครั้งสุดท้าย นี่คือเป้าหมายและเป็นยุทธศาสตร์ จบแล้วครั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ เป็นคนสุดท้ายแล้ว นี่คือยุทธศาสตร์ที่เรากราบเรียนต่อท่าน
ประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ มีรัฐบาล มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ แต่ล้มลุกคลุกคลาน สามวันดีสี่วันไข้ ๑ ปี ๖ เดือน ๒ ปีเปลี่ยนรัฐบาล ๓ ปีล้ม ยุทธศาสตร์ ต้องมีครับ ต่อไปนี้เรามีเป้าหมายว่าต้องการให้ทุกรัฐบาลมีเสถียรภาพ เรากําหนดเป็น ยุทธศาสตร์ในรายละเอียดไว้
ประการที่ ๓ เป็นยุทธศาสตร์ทําให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ประชาชน มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นประชาธิปไตยแล้ว มีเสถียรภาพแล้ว ทําอย่างไร ถึงจะให้เกิดความสงบเรียบร้อย มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อย่าสักแต่ว่าเป็นรัฐบาล อย่าสักแต่ว่ามั่นคง แต่บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ ไม่เรียบร้อย ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน นี่ต้องเป็นยุทธศาสตร์ในข้อที่ ๓
ประการที่ ๔ ทําให้ประชาชนอยู่ในสภาวะทางเศรษฐกิจที่ดี ประชาชนมีงานทํา และมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ ท่านประธานครับ ยุคนี้เขาบอกว่า ๓ ปีมีเสถียรภาพ มีความมั่นคง มีความสงบเรียบร้อย แต่ประชาชนก็โอดโอยกันว่าเศรษฐกิจไม่ดี เศรษฐกิจมีปัญหา เงินหาไม่ได้ การค้าการขาย เพราะฉะนั้นจะต้องเป็นยุทธศาสตร์อันดับ ๔ ครับท่านประธาน มั่นคงแล้วต้องเศรษฐกิจดี พูดง่าย ๆ ว่าไพร่ฟ้าหน้าใส มีความกินดีอยู่ดี ล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีสตางค์ นี่เป็นยุทธศาสตร์ ที่คณะกรรมาธิการเสนอ
ประการสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ เศรษฐกิจดีแต่เราอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่ไม่ดี ไม่มีคุณภาพ ไม่มีความผาสุก ถามว่าเราจะมีเศรษฐกิจดีไปทําไม เพราะฉะนั้นสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสังคม ไม่ว่าจะเป็นห้วย หนอง คลอง บึง ตลอดจนอื่นใดที่เป็นสภาพแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกทางกายและจิตใจ ถ้ายุทธศาสตร์ชาติ ๕ ข้อนี้ดําเนินการได้ เชื่อเหลือเกินว่า ประเทศเราจะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จึงเสนอเป็นยุทธศาสตร์เพื่อขอการสนับสนุนจาก ท่านสมาชิก และรายละเอียดปรากฏตั้งแต่ที่ท่านประธานและท่านสมพงษ์ได้กราบเรียน ไปแล้วเบื้องต้น กราบขอบพระคุณต่อท่านประธานครับ