เสรี เสนอรายงานปฏิรูปการเมือง หนุนยุทธศาสตร์ชาติ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐

เสรี สุวรรณภานนท์ รายงานผลการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองและเสนอให้ดำเนินการตามแผนปฏิรูปที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติเพื่อสร้างการเมืองที่มั่นคงและโปร่งใสภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการเมือง ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอเสนอรายงานการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมืองเพื่อเป็นยุทธศาสตร์ชาติต่อที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแห่งนี้ ผมขอกราบเรียนเสนอรายงานดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมืองได้เสนอรายงานการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองตามแผนการปฏิรูปประเทศ ที่กําหนดไว้ในส่วนของด้านการเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่คณะกรรมาธิการด้านการเมือง เห็นว่าการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมืองมีกลไกและมีองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ ซึ่งได้แก่ ในเรื่องเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ นโยบาย แนวทางการดําเนินงานของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ ตามร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างกฎหมายอื่นที่ต้องตราขึ้น เพื่ออนุวัต ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประกอบกับเพื่อให้การดําเนินงาน การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง มีความสอดคล้องและมีทิศทางเดียวกันกับการกําหนดเป้าหมายและแผนการพัฒนา ประเทศระยะยาวในอนาคต ต้องกราบเรียนต่อที่ประชุมว่าในส่วนของการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมืองดังกล่าวถือได้ว่าเป็นแนวทางที่จะก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนด้านการเมือง ในอนาคตที่ดีขึ้น โดยให้ความสําคัญไปที่การปฏิรูปผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งถือว่า เป็นบุคลากรสําคัญที่เรามักจะเรียกว่านักการเมือง ให้เป็นนักการเมืองที่ดี ซึ่งรายงานดังกล่าว ก็ได้เสนอไปแล้ว นอกจากนี้ในส่วนการปฏิรูปด้านการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมก็ถือว่า เป็นปัจจัยสําคัญที่จะก่อให้เกิดการเมืองที่โปร่งใส ในส่วนการรายงานของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองดังกล่าว ถือว่าเป็นปัจจัยสําคัญที่จะก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองที่จะทําให้การเมืองมีความมั่นคง เข้มแข็ง มีการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เป็นการเมืองที่จะสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ซึ่งในข้อเสนอตามรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ดังกล่าวที่จัดทําไปแล้วนั้น จะต้องมีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้บัญญัติไว้ว่า ในส่วนของการปฏิรูปด้านต่าง ๆ นั้นจะต้องมีแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งการเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งในด้านที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ว่าจะต้องให้มี การปฏิรูป และในกฎหมายดังกล่าวนั้นถ้าร่างออกมาใช้บังคับแล้วก็ได้บัญญัติว่าในส่วนของ การปฏิรูปตามแผนและขั้นตอนดังกล่าวนั้นจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะมีพระราชบัญญัติเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติอีกฉบับหนึ่ง ทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าว ก็จะมีคณะกรรมการในการปฏิรูป แล้วก็มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในการที่จะจัดทํา ยุทธศาสตร์ชาติให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่จะนําไปสู่ความมั่นคง การพัฒนาประเทศ ที่ยั่งยืน ดังนั้นในส่วนรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ฉบับนี้ จึงให้ความสําคัญไปที่ว่าหลังจากที่เราได้มีการเสนอรายงานต่าง ๆ ที่จะทําให้เกิด การปฏิรูปทางการเมืองไปแล้วนั้น จะต้องมีแผนและกระบวนการขั้นตอนต่อไปที่จะต้อง จัดทําขึ้นตามมา ดังนั้นความสําคัญในเรื่องของความชัดเจนในเป้าหมายที่จะมีบทบัญญัติ ในยุทธศาสตร์ชาติ จึงเป็นส่วนสําคัญยิ่งต่อการที่จะกําหนดเป้าหมายที่ให้เห็นในอนาคตว่า เราจะมีการเมืองที่มั่นคง เป็นการเมืองที่แข็งแรงดังกล่าวตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๕ บัญญัติเป็นแนวนโยบายแห่งรัฐ โดยบัญญัติให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้ประกอบในการจัดทํา แผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน เพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย ดังกล่าว โดยการจัดทําและการกําหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระ ที่จะพึงมีในยุทธศาสตร์ชาติ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวก็มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงด้วย ซึ่งเมื่อยุทธศาสตร์ชาติได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้ ส่วนการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ ดังกล่าว ถือว่าเป็นกลไกที่มีความสําคัญและเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในอนาคต เพื่อให้การพัฒนาประเทศมีทิศทางและมีความยั่งยืนมากขึ้น รัฐบาลและภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องจะได้มีการพัฒนา ได้มีการพิจารณาศึกษาและดําเนินงานในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อตระเตรียมจัดทํายุทธศาสตร์ชาติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว และตาม กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีที่จะเกิดมีขึ้นโดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนั้น การจัดทํายุทธศาสตร์ชาติในครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ เพื่อกําหนดเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว ทุกภาคส่วนจึงต้อง ให้ความสําคัญและสนใจเกี่ยวกับแนวทางการจัดทําดังกล่าว รวมถึงเนื้อหาสาระที่จะกําหนดไว้ ในยุทธศาสตร์ชาติเป็นอย่างมาก เนื่องจากการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติแล้วเสร็จ ยุทธศาสตร์ก็จะเป็นเสมือนเข็มทิศที่จะนําทางประเทศ ส่งผลต่อการกําหนดนโยบาย การพัฒนาประเทศ องค์กรของรัฐทุกภาคส่วน จะต้องจัดทําแผนรายงาน โครงการ หรือวางกลไกพัฒนาต่าง ๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายของประเทศที่กําหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ก็จะทําให้มองเห็นถึงอนาคต ของประเทศและการมีส่วนร่วมในการพัฒนา ร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้ ซึ่งในยุทธศาสตร์ชาติต่าง ๆ นั้นได้กําหนดไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ แต่ยุทธศาสตร์หนึ่งที่มีความสําคัญ เป็นหัวข้อแรกคือยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ซึ่งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมืองเห็นว่าประเทศเรานั้นได้เกิดปัญหา เกิดวิกฤตมาหลายครั้งในทางการเมือง และในทางการเมืองนี้เองเมื่อเกิดปัญหา เกิดวิกฤต ก็กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงของประเทศจึงเป็นส่วนสําคัญยิ่งที่จะต้องแก้ปัญหาในส่วนที่เกิดปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการเมืองที่สร้างปัญหากระทบกับอีกหลาย ๆ ด้าน ดังนั้นในการที่จะให้มียุทธศาสตร์ชาติดังกล่าวนี้ จึงสําคัญต่อการที่จะกําหนดเป้าหมาย และทิศทาง ให้การเมืองของประเทศไทยเรานั้นเป็นการเมืองที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลง แล้วก็มีกระบวนการขั้นตอนในการจะปฏิรูปทางด้านการเมือง ซึ่งในส่วนแผน และขั้นตอนดังกล่าวนี้จะต้องมีกฎหมายที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ โดยมีการจัดทําแผน และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องสําคัญ นอกจากนั้นจะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในขั้นตอน กระบวนการดําเนินการปฏิรูปดังกล่าวจะต้องมีความชัดเจนว่าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนั้นจะมีบทบาท มีภารกิจ มีหน้าที่อย่างไร ส่วนการวัดผลการดําเนินการ ระยะเวลาดําเนินการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองก็ต้องเริ่มดําเนินการปฏิรูปภายใน ๑ ปี ตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ อันเป็นวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และความคาดหวังในอนาคตว่าจะบรรลุให้เห็น ในระยะเวลา ๕ ปี ดังนั้นการจะทําให้การปฏิรูปประเทศด้านการเมืองสัมฤทธิผลก็ต้องมี การศึกษาและมีข้อเสนอแนะในเรื่องของการจัดทําเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งเป้าหมายสําคัญ ของการปฏิรูปประเทศที่จะเป็นยุทธศาสตร์ชาตินี้จะต้องมีเป้าหมายที่ก่อให้เกิดสิ่งที่ประชาชน เรียกว่าการสัมผัสได้ ก็คือเมื่อมีการปฏิรูปด้านการเมือง แล้วเรามีกระบวนการที่จะให้ การเมืองนั้นสัมฤทธิผลในอนาคต ผลที่จะเกิดขึ้นที่จะเห็นได้ สัมผัสได้ ก็คือการสร้างการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ให้มีความมั่นคง ยั่งยืน อันนี้เป็นเรื่องสําคัญที่เห็นได้ว่า ระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยเรานั้นเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ใช้เสียงของ พี่น้องประชาชนซึ่งถือได้ว่าเป็นเจ้าของประเทศในการที่จะตัดสิน กําหนดทิศทางของ การบริหารประเทศ ความมั่นคงในทางการเมืองก็จะเกิดขึ้น ถ้าหากเราได้มีการปฏิรูป แนวทางทางการเมืองที่เสนอดังกล่าวนี้ไป สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือจะทําให้รัฐบาลในทุก ๆ รัฐบาล มีเสถียรภาพ นอกจากนั้นจะทําให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน แล้วก็จะทําให้ประชาชนอยู่ในภาวะทางเศรษฐกิจที่ดี ประชาชนมีงานทํา และมีรายได้อย่างพอเพียงต่อการยังชีพ การทําให้ประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีคุณภาพ มีความผาสุก นี่คือ ๕ ประการเป้าหมายสําคัญของการที่จะสร้างกลไก สร้างแนวทาง ในการเสนอปฏิรูปทางการเมืองเพื่อให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าว ส่วนรายละเอียด กระบวนการ ขั้นตอน เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจ ผมขออนุญาตท่านประธานให้ท่านสมพงษ์ สระกวี ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมาธิการในชุดนี้ได้โปรดกรุณาให้รายละเอียดและข้อมูล ต่อท่านประธานและที่ประชุมเพื่อจะได้พิจารณาต่อไปด้วย ขออนุญาตครับ