สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ พูดถึงปัญหาป่าไม้ที่ถูกทำลายลงไปมาก และเสนอแผนการรักษาป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน สถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้แผ่นดินไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ที่รักทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้นั่งฟังท่านประธานกรรมาธิการกล่าวไว้ในเบื้องต้นว่าป่าไม้ในประเทศไทย ได้ถูกทําลายลงไปจํานวนมากจนน่ากลัว แล้ววันนี้ท่านก็ลุกขึ้นมาทําเรื่องความหลากหลาย ทางชีวภาพ และเมื่อผมนั่งดูท่านกรรมาธิการแต่ละท่านแล้วเป็นคนที่ผมรักเคารพทั้งนั้นเลย เกือบทั้งหมดก็รู้จักผม และผมเคารพท่าน ก็มั่นใจว่าวันนี้เรากําลังทําเรื่องใหญ่ ๆ และเป็นเรื่องที่ดีในอนาคตของชาติบ้านเมือง กระผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญก็เลยเตรียม ภาพต่าง ๆ มานําเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม ทั้งหมดที่ท่านส่งมาทั้งเล่ม ผมคิดว่าเพียบพร้อมไปด้วยความรู้และของจริงทั้งสิ้น

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

กระผมขออัญเชิญปณิธานและผลงานอันเป็น ที่ประจักษ์ของประชาชนในแผ่นดินนี้และต่างประเทศอย่างทั่วถึงกันเป็นภาพแรกครับ จึงขออนุญาตท่านประธานอัญเชิญภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาเพื่อเป็นสิริมงคลต่อวาระนี้ นี่เป็นภาพที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดํารัสเรื่องปลูกป่าในใจคน ความว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง นี่คือใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง พระองค์นึกถึงประชาชน ตลอดเวลาว่าแผ่นดินนี้ต้องรักษาโดยประชาชนคนไทย ภาพต่อไปครับท่านประธาน เป็นพระราชดํารัสเรื่องปลูกป่าไม่ต้องปลูก พระองค์ตรัสว่า ถ้าเลือกได้ที่เหมาะสมแล้ว คําว่า เหมาะสม เห็นไหมครับ ก็ทิ้งป่าไว้ตรงนั้นไม่ต้องไปทําอะไรเลยป่าก็จะเจริญเติบโต มาเป็นป่าที่สมบูรณ์ไม่ต้องไปปลูกเลยสักต้นหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ป่าหมดไปท่านก็ปลูกให้ เป็นตัวอย่าง ผมไปที่จังหวัดกาญจนบุรีมาตั้งแต่เด็กและเดี๋ยวนี้ก็ไปเป็นระยะ ที่อําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่มากกว่า ๒๐,๐๐๐ ไร่ ทําเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนได้ศึกษาเล่าเรียน ขณะนี้รัฐบาลก็ดูแลอยู่ ตั้งอยู่ติดกับหน่วยส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ของ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพอพระทัยที่มีป่าผืนนี้ไว้สําหรับเป็นที่ศึกษาที่ใกล้กรุงเทพฯ มาก ผมจะให้ท่านดู อีกภาพหนึ่งก็คือความหลากหลายทางชีวภาพแบบธรรมชาติไม่ต้องไปปลูก มีทั้งไม้เลื้อย ไม้ยืนต้น หญ้า ตรงนี้คืออะไร ตรงนี้ก็คือว่าเมื่อมีไม้เลื้อย เช่น หวาย ต้นพริกไทย ต้นกระวาน ต้นกานพลูต่าง ๆ เลื้อยเต็มไปหมดภาพก็ดูดี ที่ผมกล่าวทั้งหมดนี้ก็คือเป็นความหลากหลาย ทางชีวภาพ แต่ความหลากหลายทางชีวภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ก็ทรงตรัสไว้ ท่านอาจจะบอกว่าผมนําเสนอนี้เกี่ยวไหม เดี๋ยวผมจะกราบเรียนว่าเกี่ยวอย่างไร ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่านบอกให้เดินสายกลาง พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ท่านกําลังจะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับ ความหลากหลายทางชีวภาพของแผ่นดินไทย พระองค์ตรัสถึงเรื่องของความรู้กับคุณธรรม ท่านบอกว่าต้องรอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลึกซึ้ง คุณธรรม ต้องซื่อสัตย์สุจริต ขยัน อดทน มีสติปัญญา และรู้จักแบ่งปัน จะนําไปสู่อะไร การดูแลคุ้มครองเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม สร้างความสมดุล พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ที่ท่านกําลังนําเสนอก็คือเราจะต้องรับการเปลี่ยนแปลง อีกภาพหนึ่ง ซึ่งผมก็ประทับใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไรจนถึงบัดนี้แล้วก็ตลอดชีวิตคือเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ผมนําเสนอเรื่องนี้ก็คือว่านี่เป็นหน่วยเล็ก ๆ เป็นตัวอย่างของความหลากหลายทางชีวภาพเลย ทําไมผมกล่าวเช่นนั้น พระองค์ตรัสว่ามีพื้นที่ ผมยกตัวอย่าง ๑๐ ไร่ ๓ ไร่คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทํานา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๓ ไร่ทําไม้ยืนต้น แล้วอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือดูแลเรื่องข้าว ปลูกข้าว แล้วก็มีพืชสวนครัว รั้วกินได้ อันนี้คือความหลายหลายทางชีวภาพ อาหารที่เกิดจาก พืชผักเป็นยาทั้งนั้นที่สามารถจะทําให้มนุษย์ดํารงอยู่ในโลกนี้ได้จนถึงวันนี้ ภาพต่อไปครับ ผมกราบเรียนว่าพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน และท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้น้อมนําพระราชดํารัสและพระราชดําริของพระราชวงศ์ ทุกพระองค์มาดูแลอย่างใกล้ชิด ถ้าท่านได้ฟังวิทยุแห่งประเทศไทยเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๙ พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง ผมนั่งฟังแล้วผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีเจาะลึกในรายละเอียด มากทีเดียว ท่านกล่าวถึงสถาบันหรือมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีอยู่ทั่วประเทศ ๓๘ แห่งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ รับสั่งผ่านองคมนตรีมายังท่าน ขอให้รีบพัฒนา สถาบันหรือมหาวิทยาลัยราชภัฏให้สามารถปรับปรุงให้เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ ทั้ง ๓๘ จังหวัด อยู่กระจายกันไป ท่านนายกรัฐมนตรียกตัวอย่างว่าสถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ก็ดูแลเกษตรกร ทําปุ๋ยหมักชีวภาพจากมูลวัวซึ่งมีอยู่มากในจังหวัด ถามว่าผมยกตัวอย่างอันนี้มาทําไม ผมนึกถึงว่าสถาบันอุดมศึกษาเรามีเยอะ ถ้าเรารวมศูนย์ที่ท่านทําอยู่แล้วดีมากเลย เป็นศูนย์กลาง ถ้าให้สถาบันอุดมศึกษาร่วมกันทําจะได้มากกว่านี้ ผมยกตัวอย่าง สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์เขาตั้งมาตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๗๙ ก่อนผมเกิดนานเลย เมื่อก่อนนี้ยังเป็นป่าเขาลําเนาไพรมากเลย ท่านไปดูนะครับ ป่าในอุทยานแห่งชาติลําน้ําน่าน เป็นอย่างไร ถ้าบอกว่าอันนี้ไม่มีความหลากหลายทางชีวภาพผมว่าก็ดูผิดแล้ว นี่คือป่าแท้ ๆ ท่านไปดูได้เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นเช่นนี้อยู่เขียวขจีมีความหลากหลายมาก ท่านไปดูอีกภาพหนึ่ง ป่าดงดิบเขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา อันนี้เป็น ๕ จังหวัดในภาคตะวันออกที่เรากําลังจะทํา ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก แต่อันนี้ก็อยู่ได้ เป็นผลงานของมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ประธานมูลนิธิคือท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน ท่านทําเรื่องนี้มาเป็นสิบ ๆ ปี ความหลากหลายทางชีวภาพ ท่านไปดูได้เลยครับ และผมก็ไปดูมาแล้วใน ๕ จังหวัดนี้เขียวขจีเป็นปอดอันใกล้ที่สุด ของประเทศหรือกรุงเทพฯ ผมอยากจะขอความกรุณาเสนอเพื่อพิจารณา ทั้งหมดที่ท่านเสนอทั้งปึก ผมเห็นด้วยหมดเลย แล้วก็ขออนุญาตเสนอเพื่อพิจารณาเพิ่มเติมไปสุดแท้แต่ท่านจะพิจารณา

ข้อ ๑ ต้องให้ประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ท่านจะมี นักวิชาการ หรืออะไร ถ้าประชาชนเขาไม่ให้ความร่วมมือ พืชพันธุ์ธัญญาหารก็จะหายไป ต้นไม้ก็จะหายไป ถูกลักตัดไป ไม่มีรั้วที่ไหนจะดีเท่ากับรั้วประชาชน ถ้าเราจะรักษาป่า หรือความหลากหลายทางชีวภาพไว้

ข้อ ๒ ต้องให้สถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่มีส่วนร่วมและช่วยดูแลรักษาป่า เพื่อพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ อันนี้ขอพูดเป็นภาษาอังกฤษ ท่านอาจารย์สุมณฑาครับ ผมเป็นลูกศิษย์อาจารย์นะครับ คือแอเรียเบส (Area based) ไปสอดคล้องกับที่ ท่านศาสตราจารย์ คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ กล่าวก็คือการทําอนุกรมวิธาน พืชอะไร ที่อยู่จังหวัดอุตรดิตถ์ท่านรู้ไหม รู้ไม่หมดครับ แต่ว่าคนอุตรดิตถ์เขาก็จะรู้ คนเชียงใหม่ก็รู้ ถ้าสถาบันนั้นตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่เขาก็จะรู้ลึกมากกว่าเรา

ข้อ ๓ ต้องให้หน่วยงานในพื้นที่ที่เราคิดว่าเล็กที่สุด ก็คือ อปท. เทศบาล อบต. ให้เขามีส่วนร่วมให้มากที่สุด ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อโปรดพิจารณาผ่านไปยัง กรรมาธิการ อะไรที่ผมเสนอที่จะเป็นประโยชน์ต่อเรื่องของวาระนี้ท่านก็นําไปแล้วกัน กราบขอบพระคุณท่านอย่างยิ่งครับ