เลิศรัตน์ ชี้ระบบสุขภาพเหลื่อมล้ำ ห่วงงบไม่พอ-ประสิทธิภาพต่ำ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐

เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือปัญหาการบริหารจัดการระบบสุขภาพของประเทศ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ และความจำเป็นในการปรับโครงสร้างองค์กรและงบประมาณ เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ พร้อมยกประสบการณ์ทำงานฟื้นฟูโรงพยาบาลในพังงาหลังสึนามิเป็นตัวอย่างความไม่สมดุลของระบบสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสในการอภิปราย เรื่อง ระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ ที่จริงผมไม่ได้ตั้งใจที่จะอภิปราย เพราะว่าเห็นคุณหมอหลายท่านนั่งอยู่บนพาเนล (Panel) ข้างบนก็คงไม่กล้าที่จะให้ข้อเสนอแนะอะไรท่าน เพราะผมเองก็เป็นแค่ทหาร ไม่ใช่ทหารหมอด้วย แต่ดูแล้วเพื่อนที่เสนอรายชื่ออภิปรายก็มีท่านสุรินทร์คนเดียว ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ก็เลยคิดว่าจะขออนุญาตให้ข้อคิดเห็นบางประการในฐานะผู้ที่เคยป่วย และในฐานะผู้ที่เคย สัมผัสกับการรักษาพยาบาลระดับท้องถิ่นในบางโอกาส เพราะว่าเรากำลังพูดถึงระบบ วันนี้เราพูดถึงแมโคร (Macro) เราพูดถึงการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ เรากำลังพูดถึงการจัดตั้งสำนักงานมาตรฐานและการจัดการสารสนเทศด้านหลักประกัน และด้านสุขภาพ ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการ คุณหมอพรพันธุ์ที่รักยิ่งของผม ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ท่านได้สาธยายให้เห็นถึงปัญหาระบบสุขภาพของประเทศไทยในภาพใหญ่ ๆ ซึ่งก็มีอยู่ ๕-๖ ประเด็นที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระบบการบริหารจัดการที่ยังต้องการ ความเป็นเอกภาพ ต้องการความมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ให้สามารถบริหารจัดการ ด้านสุขภาพ ยิ่งเรามีกองทุนถึง ๓ กองทุนใหญ่ ๆ ที่เป็นเอกเทศต่อกัน ก็ยิ่งเป็นปัญหาต่อรัฐบาล ทุกรัฐบาลที่เข้ามาดำเนินการในเรื่องของการบริหารจัดการ เพราะสิ่งที่สำคัญของการบริหาร จัดการด้านสุขภาพก็คือด้านการงบประมาณและการคลังนั่นเอง อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ได้ชี้แจงว่าถมเท่าไรก็ไม่เต็ม ใช้เงินเท่าไรก็ไม่เพียงพอ ปัญหาการดูแลสุขภาพของประชาชน ในแต่ละประเทศเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง และข้อจำกัดคือเรื่องงบประมาณ ขณะนี้ถ้าเรา ติดตามการเมืองในสหรัฐอเมริกา ๑๐๐ วันของท่านประธานาธิบดีทรัมป์ ประเด็นสำคัญ ประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องของการดูแลสุขภาพของประชาชนคนอเมริกัน เขาพูดถึงโอบามาแคร์ (Obama Care) ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เห็นด้วย ต้องการให้ยกเลิก แล้วก็เสนอทรัมป์แคร์ (Trump Care) เข้าไป พอเสนอเข้าไปก็ทำท่าจะไม่ผ่าน ก็ถอนออกมา ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เสนอ เข้าไปใหม่ ความหมายของทั้ง ๒ แนวคิดในการดูแลสุขภาพคนอเมริกันก็คงจะไปต่างกัน ในเรื่องของงบประมาณ เรื่องของการจะใช้เงินเท่าไร เรื่องของการดูแลคนระดับล่าง กับดูแลคนระดับบน คนระดับล่างเป็นคนยากจน เป็นคนที่ไม่มีสตางค์ และการได้รับ การดูแลด้านสุขภาพก็ดูแลแบบต้องใช้ว่าตามมีตามเกิด ผมเองเคยไปทำงานที่พังงาอยู่ปีหนึ่ง สมัยเกิดสึนามิ ฟื้นฟูพื้นที่ ฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ได้มีโอกาสสัมผัสกับโรงพยาบาล ก็ด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่านได้มี พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผมไปซ่อมแซมโรงพยาบาล ๓-๔ แห่งในจังหวัดพังงา ในช่วงหลังจาก เกิดเหตุสึนามิ ถึงแม้โรงพยาบาลเหล่านั้นจะไม่ได้มีผลกระทบจากการเกิดคลื่นสึนามิโดยตรง แต่ก็มีผู้คนที่หลั่งไหลเข้าไปรับการรักษาเพิ่มมากขึ้น เพราะคนพังงาได้รับผลกระทบ เป็นหมื่น ๆ คน ไม่รวมที่เสียชีวิตอย่างน้อย ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน จากจังหวัดพังงา ผมได้ไปที่ โรงพยาบาลคุระบุรีชัยพัฒน์ ได้ไปอยู่ที่นั่นประมาณสัก ๓ เดือน เพื่อซ่อมแซมปรับปรุงตามที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่านโปรดเกล้าฯ ให้งบประมาณมา ใช้งบประมาณไป ๖๐-๗๐ ล้านบาท โรงพยาบาลคุระบุรีชัยพัฒน์เป็นโรงพยาบาลของรัฐ แต่อยู่ในสภาพที่ต้องเรียกว่าทรุดโทรม ก็โชคดีที่มีพยาบาลคนหนึ่งที่ต้องเรียกว่าใจกล้า ทำหนังสือถึงกองงานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่าโรงพยาบาล ทรุดโทรมมาก ห้องพิเศษหลังคารั่ว ฝ้ารั่ว มีน้ำไหลลงมาไม่สามารถจะใช้งานได้ นั่นสภาพ โดยทั่วไป คนที่มารับบริการซึ่งเป็นคนยากคนจน คนพื้นที่ คนท้องถิ่น ก็อยู่ในสภาพ แบบตามมีตามเกิดแทบจะว่าได้ ท่านได้เสด็จไปทรงประทับทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๙ ผมได้ตามเสด็จไป แล้วท่านก็มอบหมายงาน ให้ปรับปรุงโรงพยาบาลแห่งนี้ เราก็ใช้เงินของสภากาชาดไทยไปประมาณ ๖๐-๗๐ ล้านบาท ปรับปรุงอาคาร ปรับปรุงที่พัก ของบุคลากร แล้วก็ทำรั้วทำอะไรใหม่จนสวยงาม ตอนนี้ต้องถือว่าเป็นโรงพยาบาลที่สวยงาม โรงพยาบาลหนึ่ง จากนั้นมีความต้องการเพิ่มขึ้นก็ได้ทรงให้ไปปรับปรุงอีก ๒-๓ แห่ง คือโรงพยาบาลที่อำเภอเมือง จังหวัดพังงา แล้วก็ยังมีที่เกาะยาวใหญ่ ซึ่งอันนั้นก็ให้หน่วยงานอื่น รับผิดชอบในการปรับปรุง สิ่งหนึ่งที่เห็นนอกจากความทรุดโทรมของอาคาร ผมเชื่อว่า ครุภัณฑ์ด้านการแพทย์คงไม่ต้องมาเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลที่พวกเราได้มีโอกาส ไปใช้ในกรุงเทพมหานคร แต่ทั้งโรงพยาบาลมีหมอคนเดียวที่จะต้องดูแลในทุก ๆ เรื่อง ๆ แล้วก็หมุนเวียนกันมาเพราะไม่มีหมอประจำ โรงพยาบาลอื่นที่มีหมอมากกว่า ๑ หรือ ๒-๓ คน ก็ส่งมาอยู่ที่นี่ ผลัดกันมาอยู่ ๓ เดือน ๖ เดือน แล้วก็เปลี่ยนคนลงมาอยู่ ตอนผมไปเข้าใจว่า จะเป็นหมอฟันซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นในเรื่องของ บุคลากรว่าขาดแคลนจริง ๆ ถึงจะมีโรงพยาบาลที่สร้างขึ้น อันนี้เป็นโรงพยาบาลระดับอำเภอ แต่บุคลากรน้อยนิดแล้วก็ไม่ได้ตรงกับความเชี่ยวชาญ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าคนป่วย เป็นโรคอื่น ๆ เข้าไปที่ไม่ใช่โรคฟันคุณหมอฟันท่านจะวินิจฉัยโรคนั้นอย่างไร ก็จะเห็น ความขาดแคลนจริง ๆ ในเรื่องของการรักษาพยาบาล ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากที่ท่านกรรมาธิการ ได้ชี้แจงเนื่องจากการขาดแคลนในเรื่องงบประมาณ เรื่องการคลัง ประชากรที่เพิ่มมากขึ้น เกือบ ๗๐ ล้านคน ณ วันนี้ทำให้การดูแลรักษาพยาบาลขาดความเท่าเทียมกันนะครับ กลับมาที่กรุงเทพฯ ตอนนี้มีโรงพยาบาลเกิดขึ้นเพื่อดูแลผู้ที่สามารถจ่ายตรงได้ที่เข้าข่าย กระทรวงการคลังยอมให้จ่ายตรงได้ ก็มีโรงพยาบาลมาเพิ่มมาก มีโรงพยาบาลที่อยู่ศูนย์การค้า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐนะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อเพราะว่าเป็นโรงพยาบาลที่ดีมาก มีมาตรฐานชั้นเยี่ยม อยู่สมุทรสาคร คือโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ก็มาเช่าอาคาร อยู่ที่สาทร เพราะฉะนั้นถ้าใครที่เป็นข้าราชการ อดีตข้าราชการก็สามารถเดินทางไปรักษาได้ที่นั่น อยู่ในศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เป็นอาคารที่เช่า ๑-๒ ชั้น แล้วก็ปรับปรุงเป็นสถานพยาบาล ไม่แน่ใจว่ามีเตียงนอนหรือเปล่า แต่สามารถเดินเข้าไปรับการรักษาแล้วก็ใช้บัตรจ่ายตรงได้ มีหมอพอสมควร เพราะโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ก็มีมาตรฐาน มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ หรือแม้แต่โรงพยาบาลที่รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงโปรดให้สร้างขึ้นคือโรงพยาบาล ที่อยู่ทางพระรามเก้า เป็นศูนย์แพทย์ อันนั้นก็เป็นโรงพยาบาลที่มีคนไปรับการรักษามากมายเลย เพราะว่าราคาก็ถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชน แล้วผู้ที่เป็นอดีตข้าราชการก็สามารถที่จะใช้ บัตรจ่ายตรงได้ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าเรื่องของโรงพยาบาลเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง สถานพยาบาลต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครเอง ทั้งในต่างจังหวัดต่าง ๆ และปัจจุบันนี้ ก็ทราบดีว่าโรงพยาบาลเอกชนมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากขึ้นเพราะเขาแข่งขันกันพัฒนา เขาก็รู้ว่ามี ดีมานด์ (Demand) ของคนป่วยทั้งในประเทศและต่างประเทศค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น จึงมีการก่อสร้างโรงพยาบาลแล้วก็มีการปรับปรุงโรงพยาบาลให้เป็นยิ่งกว่าโรงพยาบาล คือเป็นยิ่งกว่าโรงแรม ๕ ดาวแทบจะว่าได้ อันนี้เป็นเรื่องจริงเลย ซึ่งคนที่จะเข้าไปรักษา ก็จะต้องเป็นระดับผู้ที่มีสตางค์พอสมควร หรือเป็นชาวต่างชาติที่เขามีเงินมากและต้องการ ที่จะรับการดูแลรักษาที่ดี ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนตอนนี้ก็กลายเป็นธุรกิจที่อยู่ในตลาดหุ้น เมื่อไรเอาโรงพยาบาลเอกชน เข้าตลาดหุ้นก็จะมีคนเข้าไปขอไอพีโอ (IPO) แล้วก็ซื้อกันแข่งขันกัน หุ้นของโรงพยาบาล ก็ขึ้นไปโดยลำดับกลายเป็นธุรกิจที่ดีประเภทหนึ่งของตลาดหุ้นเลย ไม่น่าเชื่อว่าในขณะที่ คนโดยทั่วไปยังต้องดิ้นรนหาหมอที่จะดูแลรักษา หาสถานพยาบาลที่พอจะทำให้เขา มีชีวิตรอดได้ แต่คนส่วนหนึ่งสามารถสร้างโรงพยาบาลขึ้นมาเป็นธุรกิจแล้วก็ทำให้มี ความร่ำรวยขึ้นเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทได้ อันนี้ไปดูได้เลยทุกโรงพยาบาลที่เป็น โรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลขณะนี้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าการรักษาพยาบาลกลายเป็นธุรกิจไปแล้ว แล้วก็คงไม่ใช่สำหรับคนทั่วไป สำหรับคนจำนวนหนึ่งเท่านั้น เมื่อมีคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติขึ้นมาก็คงต้องมาดู ในประเด็นเหล่านี้ด้วยว่าจะทำให้การดูแลด้านสุขภาพของคนทั่วไปมีความสมดุล มีความเสมอภาคมากน้อยเพียงใดนอกเหนือจากความไม่เท่าเทียมกันในแต่ละกองทุน ที่เรามีขึ้นมาทั้ง ๓ กองทุนแล้ว ผมก็คงขออนุญาตให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการถึงเรื่องต่าง ๆ ที่ตัวเองได้ประสบจากการรักษาพยาบาล จากการดูแลเรื่องสุขภาพ ทั้งในต่างจังหวัด และในกรุงเทพฯ เพื่อประกอบเป็นข้อมูล คงไม่ได้อภิปรายเพิ่มเติม เพราะว่าเรื่องของ การบริหารจัดการด้านสุขภาพซึ่งเป็น ๑ ใน ๒๗ วาระปฏิรูปที่ ป.ย.ป. จะนำไปขับเคลื่อน เร่งรัดให้เสร็จในปีนี้นั้นทั้ง ๒ ประเด็น คือ การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ และการจัดตั้งสำนักงานมาตรฐานและการจัดการสารสนเทศนั้นพวกเราก็ได้อภิปรายไป พอสมควรแล้ว แล้วก็คงมีข้อมูลเพียงพอที่จะไปดำเนินการเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ ด้านสุขภาพแก่พี่น้องประชาชนได้อย่างดีที่สุด ก็ขอขอบคุณ แล้วก็ขอสนับสนุนให้การขับเคลื่อน ในวาระนี้ได้สามารถประสบความสำเร็จเป็นผลงานของ สปช. และ สปท. ต่อไป ขอบพระคุณครับ