เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หารือถึงความสำคัญของการสื่อสารในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียที่ทั้งมีประโยชน์และก่อปัญหา เช่น ข่าวปลอมและการแบ่งข้างในสังคม จึงเสนอให้มีการปฏิรูปสื่ออย่างสร้างสรรค์ผ่านแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจน พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการใหญ่เพื่อขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน สื่อ และประชาชน พร้อมเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การตรวจสอบประเมินผล และการส่งเสริมการใช้สื่ออย่างมีคุณภาพและจริยธรรมอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพนะครับ กระผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. หมายเลข ๑๑๐ วาระของการนําเสนอ ในเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวานนะครับ ซึ่งผมคิดว่าสมาชิก สปท. ทุกท่านได้เห็นความสําคัญ ทางด้านการสื่อสาร หรือว่าสื่อมวลชนกันมากแล้ว จริง ๆ การสื่อสารของคนเราเป็นเรื่องที่ มีความสําคัญทําให้เราได้มีความรู้ มีความเข้าใจกันมากขึ้น ในสมัยก่อนสื่อสารมวลชนของเรา อาจจะจํากัดในภาวะที่ยังไม่ได้เจริญมาก อาจจะเป็นการส่งข่าว เป็นการสื่อสาร เป็นการส่งจดหมาย ส่งหนังสือกันไป แต่เมื่อโลกมีความเจริญขึ้น มีเทคโนโลยีต่าง ๆ ขึ้นมากมายก็ปรากฏในเรื่องวิธีการสื่อสาร ถึงมนุษย์เรามากขึ้น ธุรกิจในเรื่องของหนังสือพิมพ์ก็ดี วิทยุก็ดี โทรทัศน์ก็ดี ก็มี ความเจริญก้าวหน้าขึ้นตามลําดับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะมีทั้งส่วนที่ดีแล้วก็ส่วนที่เป็นจุดอ่อน ที่ทําให้เกิดการเรียนรู้ต่าง ๆ ขึ้น ยิ่งในยุคสมัยปัจจุบันหลายท่านคงทราบดี เรามีความเจริญ ทางเทคโนโลยี การขนส่ง การคมนาคม การสื่อสารมากขึ้น เทคโนโลยีสมัยใหม่ การสื่อสาร ออนไลน์ (Online) ก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมากในขณะนี้ ทางด้านการสื่อสารออนไลน์ (Online) มีทั้งเรื่องที่ดีสามารถทําให้คนเรารับรู้ข่าวสารได้อย่างกว้างขวาง สิ่งที่เกิดขึ้น ในมุมโลกต่าง ๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีจุดอ่อน จุดบกพร่องต่าง ๆ การเกิดขึ้นในเรื่องของเฮตสปีช (Hate Speech) ก็ดี เรื่องการเมืองการแบ่งข้างก็ดี ก็เป็น ส่วนหนึ่งที่ทําให้เรื่องเหล่านี้มีความรุนแรงมากขึ้น คณะกรรมาธิการด้านการสื่อสารมวลชน จึงได้แบ่งการศึกษาออกเป็น ๓ ส่วน ในเรื่องของสื่อสิ่งพิมพ์ส่วนหนึ่ง วิทยุโทรทัศน์ ส่วนหนึ่ง แล้วก็สื่อสารออนไลน์ (Online) ส่วนหนึ่ง สื่อสารออนไลน์ (Online) เป็นเรื่องของ สื่อสารสมัยใหม่ ซึ่งระยะหลังการหลอมรวมของทุกสื่อมาที่โซเชียลมีเดีย (Social Media) มากขึ้น ด้วยเหตุนี้เราเลยตั้งคณะอนุกรรมาธิการคณะหนึ่งที่มีการศึกษาในเรื่องการใช้สื่อ อย่างสร้างสรรค์ เพราะเรามีความคิดเห็นว่าแต่ละสื่อหรือวิธีการสื่อสารการเรียนรู้ หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมาก ถ้าเราสามารถที่จะใช้ให้ดี จะส่งผลถึงการเรียนรู้ของมนุษย์ หรือของต่าง ๆ ได้มากขึ้น จะเป็นการยกระดับ ในเรื่องของความเป็นประชาธิปไตยหรืออะไรต่าง ๆ ได้มากขึ้น ก็เลยได้ศึกษาวิธีการปฏิรูป การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ขึ้นมา เราได้มีการประมวลว่าสื่อสารตัวหลักเองก็ยังมีบางจุด ที่อาจจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุง แต่ว่าสื่อใหม่อย่างสื่อออนไลน์ (Online) ในเรื่องนี้ มีการนําเสนอข่าวสารได้มากและทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ทั้งหมด แต่อาจจะมีข้อบกพร่อง บางส่วน อาจจะเป็นที่มาของการเสนอข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง หรือว่าบิดเบือน หรือเลือกข้าง ซึ่งทําให้ความรับรู้ของประชาชนด้อยลงไป เพราะฉะนั้นถ้าเรายังขาดเรื่องของ กระบวนการในการดูแล การเข้าไปตรวจสอบ หรือการกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ของประชาชน จะเกิดปัญหาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านความมั่นคงก็ดี ปัญหาในเรื่องของ ระบอบประชาธิปไตยก็ดี หรือในเรื่องของการแบ่งข้างเลือกข้าง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเหตุผลที่เรา ได้เห็นมาจนถึงปัจจุบันนี้ จากตรงนี้เองคณะกรรมาธิการก็ได้ศึกษาแล้วก็เห็นว่า ถ้าจะดําเนินการในการปฏิรูปสื่ออย่างสร้างสรรค์จะมีแนวทางต่าง ๆ หรือข้อเสนออยู่ ๕ แนวทางหลัก ๆ ซึ่งแนวทางเหล่านี้เป็นส่วนสําคัญที่ทําให้สื่อเราได้รับการทํางาน อย่างสร้างสรรค์เต็มที่
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
แนวทางแรก เรามองว่าในช่วงที่ผ่านมา การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ก็ดี หน่วยงานของภาครัฐ ของเอกชน หรือสมาคมต่าง ๆ ได้มี ความพยายามที่จะกระตุ้นหรือว่าสร้างสิ่งที่ดีต่าง ๆ ลงไปในสื่อเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้มากขึ้น แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ของหลายหน่วยไม่ว่าจะเป็นภาครัฐก็ดี ภาคเอกชนก็ดี ภาคหน่วยงานต่าง ๆ ก็ดี หรือภาคที่เกี่ยวข้องกับสื่อยังมีลักษณะของการต่างคนต่างทํา ยังไม่สามารถจัดทําการได้ อย่างเป็นเอกภาพ ซึ่งตรงนี้เราก็ได้มีการเสนอว่าควรจะส่งเสริมให้มีการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ ควรจัดทําเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ จริง ๆ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เป็นสิ่งที่รัฐบาล กําลังดําเนินการอยู่ขณะนี้ในเรื่องของโซเชียลมีเดีย (Social Media) เป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะจริง ๆ เราคาดว่าในระยะ ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีจากนี้การสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) การสื่อสารออนไลน์ (Online) เป็นสื่อสารสําคัญและมีแนวโน้มที่มี ความสําคัญมากขึ้น ถ้าไม่ได้จัดทําเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติอย่างชัดเจน มีเป้าหมาย มีแนวทาง มีระบบการจัดการที่ดี ผมคิดว่าเราไม่สามารถจะดําเนินการได้อย่างเต็มที่ ตรงนี้คิดว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่ควรจะจัดทําขึ้นมา
แนวทางที่ ๒ คือการสร้างกลไกการบริหารจัดการและการกํากับดูแล การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ กลไกในการบริหารจัดการมีทั้งของภาครัฐ มีทั้งการจัดการกันเอง ตรงนี้เราจะต้องมีแนวทางในการจัดการต่าง ๆ ให้มีมากขึ้น
แนวทางที่ ๓ การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ จริง ๆ ไม่ใช่เป็นการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่เป็นการกําหนดกรอบ หรือกําหนดเอากฎหมายมาบังคับ แต่สิ่งที่สําคัญมากที่สุด ก็คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ประชาชนมีส่วนร่วม ต่อการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์แล้วก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างถูกต้องเป็นการพัฒนาที่ดี แล้วการตรวจสอบที่ดีที่สุดก็คืออาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชน อันนี้จะเป็นแนวทาง ที่ ๓ ที่เราดําเนินการ
แนวทางที่ ๔ เป็นการสร้างแนวทางและรูปแบบขับเคลื่อนการปฏิรูปการใช้สื่อ อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งถือว่าจะเอาการใช้ของภาครัฐก็ดี ภาคเอกชนก็ดี ภาคสื่อก็ดี ภาคประชาชน เข้ามาขับเคลื่อนอย่างมีเอกภาพอย่างไร ตรงนี้จะเป็นแนวทางที่สําคัญ
แนวทางที่ ๕ ก็คือเรื่องการมีกระบวนการตรวจสอบและประเมินผล ในการดําเนินการทุกอย่างถ้ามีการตรวจสอบในรูปแบบต่าง ๆ เราก็สามารถดําเนินการได้
ทั้ง ๕ แนวทาง จุดตั้งต้นจะอยู่ที่การสร้างยุทธศาสตร์ชาติหรือการสร้าง แผนแม่บทในเรื่องของการใช้สื่อสร้างสรรค์ขึ้นมา เราก็เลยมองว่าจริง ๆ แล้วเพื่อขจัด ในการที่ต่างหน่วยต่างทํา ซึ่งถ้าต่างหน่วยต่างทําการยกระดับการสร้างความรับรู้ของ ประชาชนอาจจะไม่สามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความจําเป็นในการจัดตั้ง หรือการจัดกลไกการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ หรือการจัดทําแผนในการดูแลตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ ทางอนุกรรมาธิการก็เลยได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งที่เข้ามาดูแล ในเรื่องยุทธศาสตร์ตรงนี้ ซึ่งแน่นอนโดยหลักการของทางราชการก็ได้เสนอท่านนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นหน่วยบังคับบัญชาสูงสุดของ หน่วยราชการต่าง ๆ มีรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านสื่อเป็นรองประธาน นอกนั้นก็จะเป็นหน่วยราชการประมาณ ๑๕ หน่วยที่มีบทบาทสําคัญในเรื่องของการใช้สื่อ อย่างสร้างสรรค์ แต่ละหน่วยจะมีบทบาทสําคัญในตรงนี้ ซึ่งมีภารกิจบางส่วนในเรื่องของ การส่งเสริมการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์อยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมายังเป็นต่างหน่วยต่างทํา ก็รวมขึ้นมาให้ชัดเจนแล้วมีการขับเคลื่อนที่เป็นเอกภาพมากขึ้นโดยอยู่ภายใต้เลขานุการของ ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นอกจากนั้นเราก็จะมีผู้แทน ของสื่อมวลชนและนักวิชาการเข้ามาร่วมจํานวนหนึ่งตามปรากฏในจอภาพที่ท่านได้เห็นอยู่แล้ว
ภารกิจและหน้าที่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ข้อแรก ก็คือการจัดทํา แผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บทในเรื่องของการรณรงค์และการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์แล้วก็นํา แผนนี้ไปสู่การปฏิบัติ แผนนี้จะเน้นในเรื่องของการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน ส่งเสริมการใช้สื่อ ส่งเสริมการสร้างสรรค์เนื้อหาสาระต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นแผนที่บังคับใช้ กฎหมายเป็นหลักแต่เป็นแผนในการส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้มากขึ้น เพราะโลกสมัยนี้ อย่างที่เรียนแล้วว่ายุทธศาสตร์ใน ๕ ปีหรือ ๑๐ ปีข้างหน้าการเรียนรู้จากโซเชียลมีเดีย (Social Media) จะเป็นเรื่องหลัก
ข้อ ๒ คือการติดตามประสานงานและสั่งการ เมื่อเรามีแผนยุทธศาสตร์ เรียบร้อยแล้ว การติดตามประสานงาน การดําเนินการให้แผนหรือการดําเนินการเป็นไป อย่างประสานสอดคล้องกันก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้
ข้อ ๓ ก็คือการกําหนดนโยบายและกิจกรรมการปฏิบัติ รวมทั้งโครงการต่าง ๆ
ข้อ ๔ ก็คือการส่งเสริมให้มีการใช้สื่ออย่างมีคุณภาพ อย่างมีจริยธรรม และมีจิตสํานึก
ซึ่งอันนี้เป็นชุดแรกที่จะดําเนินการ ผมคิดว่าเมื่อมีการจัดตั้งยุทธศาสตร์ตรงนี้ เรียบร้อยแล้วการดําเนินงานทางแผนแม่บทและยุทธศาสตร์เหล่านี้จะมีส่วนสําคัญ ในการผลักดันให้การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนกระบวนการในการขับเคลื่อนจะเป็นอย่างไร ผมขออนุญาตให้ท่านจุไรรัตน์ ได้ดําเนินการเพิ่มเติมให้กับเพื่อนสมาชิกได้รับทราบอีกสักนิดนะครับว่ากระบวนการ ดําเนินการหลังจากแผนยุทธศาสตร์แล้วเราจะมีการขับเคลื่อนอย่างไร ขอเชิญครับ