เมธินี แจงข้อมูลสังคมผู้สูงอายุ เตรียมรับมือแรงงานวัยเกษียณ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

เมธินี เทพมณี หารือการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในปี 2574 โดยเสนอให้ใช้ประโยชน์จากข้าราชการและพนักงานของรัฐที่ยังมีศักยภาพหลังเกษียณผ่านการจัดตั้งศูนย์จัดหางานและสร้างเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเพิ่มผลิตภาพและลดภาระงบประมาณบุคลากรของรัฐ

นางเมธินี เทพมณี

เรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกที่เคารพค่ะ ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีเรื่องนี้ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคมเข้ามาสู่สภาในวันนี้ ดิฉันอยากจะขออนุญาตนําเรียนข้อมูลสําคัญที่รัฐบาล ได้ขับเคลื่อนผ่านทางสํานักงาน ก.พ. เพื่อประกอบการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้ ของเรา จากตัวเลขที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมนั้นได้ส่ง ตัวเลขขึ้นมาในการศึกษาครั้งนี้ เราก็ได้มีการทํางานในภาคของสํานักงาน ก.พ. ซึ่งทํางาน ในการสนับสนุนของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยการศึกษาแล้วก็ทําการเช็ก (Check) ตัวเลข ในรอบ ๓ เดือนที่ผ่านมานั้นเราก็พบว่าได้มีการสํารวจอยู่ในหลาย ๆ ประเด็นด้วยกัน เช่น กรณีที่ผู้สูงอายุมีงานทํา ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นสํานักงานสถิติแห่งชาติได้สรุปผลสําคัญ การทํางานของผู้สูงอายุในประเทศไทย ซึ่งรวมทั้งข้าราชการของเราด้วยหรือพนักงานของรัฐ ดังนั้นการบริหารกําลังคนภาครัฐในอนาคตข้างหน้านั้น สํานักงาน ก.พ. ซึ่งทําบทสํารวจ แล้วก็บทของการวิจัยที่เสนอต่อคณะกรรมการ ก.พ. พร้อมจะเสนอรัฐบาลในโอกาสอันใกล้นั้น ได้พบว่าผู้สูงอายุของเราจากการสํารวจของสํานักงานสถิติแห่งชาติ จํานวน ๓,๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่มีโอกาสมีงานทําในกลุ่มของผู้สูงอายุ ๑๐ ล้านคนในรอบสํารวจที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเป็นตัวเลข ประมาณร้อยละ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ของประชากรผู้สูงอายุทั้งหมดที่จะเข้าสู่กลไกการทํางาน ในขณะนี้ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุครบรูปแบบแล้ว ตัวเลขจากคณะกรรมาธิการนั้น ได้บอกว่าในโอกาสที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุครบรูปแบบนั้นหมายถึงในกลไกที่ประเทศของเรา จะเป็นผู้ที่มีสัดส่วนของประชากรขึ้นไปในอายุที่อยู่ประมาณ ๖๕ ปีมากกว่าร้อยละ ๒๐ ของประชากรทั้งหมดนั้นเต็มรูปแบบในปี ๒๕๗๔ ดังนั้นในระยะเวลาที่ใกล้จะถึงรอบ ๑๐ ปี ข้างหน้า เราก็จะต้องมีการเตรียมการอย่างดี และจริงอย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปราย สํานักงาน ก.พ. นั้นเป็นส่วนที่เราขับเคลื่อนโดยกลไกของราชการ โดยขับเคลื่อนหน่วยงาน ของรัฐ ขับเคลื่อนผู้ที่เป็นกลไกของรัฐที่จะนําเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นเมื่อเราทําการศึกษาเราดูตัวเลขในรอบ ๑๐ ปีข้างหน้าที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สุดยอดกลับมาที่คําว่า ก.พ. หรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน พนักงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นมีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน พลเรือนนั้นอยู่ที่ ๔๐๐,๐๐๐ คน ในรอบ ๑๐ ปีข้างหน้าเราจะมีผู้เกษียณอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน ก็ประมาณ ๑ ใน ๔ ของข้าราชการวันนี้ทั้งหมด ก็จะเหลือ ๓ ใน ๔ และถ้าเราคุมกรอบ อัตรากําลังไม่บรรจุข้าราชการเพิ่ม หรือบรรจุเพิ่มให้น้อยที่สุดเพื่อปรับรูปแบบเป็นสัดส่วน ข้าราชการที่มีจํานวนอัตรากําลังจิ๋วแต่แจ๋วอย่างที่พวกเราอยากเห็น คอนซูม (Consume) หรือเก็บค่าใช้จ่ายของรัฐน้อยที่สุด ซึ่งขณะนี้วงเงินงบประมาณแผ่นดินก็มีตัวเลขสํารวจว่า ในงบประมาณแผ่นดินที่ตั้งประจําปีนั้นงบที่เป็นงบบุคลากรกินตัวเลขไปสูงมากในขณะนี้ สัดส่วนของการใช้ตัวเลขของงบบุคลากรภาครัฐอยู่ที่ประมาณ สมมุติว่าเป็นตัวเลขประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ นั่นก็แปลว่ารัฐบาลไทยจะมีโอกาสลงทุน พัฒนาเหลืออีกครึ่งเดียว หรือไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ําไปถ้าหากว่ามีตัวเลขอื่น ๆ มาผนวกกัน ก็แปลว่าในสัดส่วนนั้นเราก็จําเป็นที่จะต้องใช้บริการผู้สูงอายุให้มากขึ้นในการทําโพรดักทิวิตี (Productivity) ให้ประเทศนี้ แล้วก็จะต้องใช้โอกาสนั้นในการขับเคลื่อนบุคลากรที่ยังคงแข็งแรง แล้วอายุเฉลี่ยขององค์การอนามัยโลกได้กําหนดไว้ว่าคนไทยนั้นดูจากสุขภาพ ดูจาก สิ่งแวดล้อม ดูจากสังคมความเป็นอยู่ เราจะมีอายุยืนยาวจนถึง ๗๕ ปี นั่นหมายความว่า จาก ๖๐ ปีนั้นเราจะอยู่ได้อย่างแข็งแรงมีคุณภาพอีกถึงประมาณ ๑๕ ปี ดังนั้นในช่วง ๑๕ ปี สํานักงาน ก.พ. จึงได้มีมติเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมานี้เห็นชอบกับ อ.ก.พ. วิสามัญ เฉพาะกิจ เรื่องการพัฒนาระบบบริหาร รองรับการบริหารกําลังคนภาครัฐเข้าสู่สังคมสูงอายุ โดยให้เรา เร่งจัดตั้งหน่วยงานสนับสนุนในการจัดหางานให้ข้าราชการมีงานทําอย่างต่อเนื่อง หรือเรา เรียกว่าเพลซเมนต์เซ็นเตอร์ (Placement Center) แล้วก็จะมีรูปแบบทํางานเชิงรุกที่จะ เข้าถึงผู้อยู่ในข่ายที่ต้องการสนับสนุนในการจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันต่าง ๆ เข้ามาเป็น พาร์ตเนอร์ (Partner) กับเรา ในการทํางานนั้นอาจจะเป็นโอกาสที่เป็นการทํางานระยะสั้น แต่เมื่อเราจะสามารถจ้างข้าราชการที่เกษียณอายุแล้วกลับเข้ามาทํางานกับเราได้ ในการจ้างงานรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมก็จะสามารถทําให้เราใช้ประโยชน์จากกําลัง คนสูงวัยได้อย่างมีคุณภาพและในราคาที่ไม่แพง อย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายนะคะ ดังนั้นบทบาทแรกที่สํานักงาน ก.พ. ได้รับมอบหมายให้ทําก็คือเป็นแหล่งข้อมูลกลาง หรือฐานข้อมูลอย่างที่ท่านกรุณาแนะนํา สําหรับบุคลากรภาครัฐที่ใกล้เกษียณอายุ หรือเกษียณไปแล้วที่มีความประสงค์จะทํางานต่อไปนั่นก็คือคําที่ท่านได้กรุณาแนะนําว่า เราจะต้องมีการสํารวจ ถามความสมัครใจ วันนี้จะต้องเป็นระบบสมัครใจก่อน เพราะว่า กติกาของเราคือ ๖๐ ปีเกษียณ ในวันนี้เราก็จะมีธนาคารคลังข้อมูลสําหรับผู้สูงอายุ ที่มีความพร้อมและมีความสมัครใจที่จะเข้าสู่กลไกการทํางานในช่วงอายุงาน ๑๕ ปี ข้างหน้าต่อไป อันที่ ๒ สํานักงาน ก.พ. ได้รับมอบหมายให้เราบริการให้คําแนะนําปรึกษา หรือเรียกว่าเป็นแคเรียร์เคาน์เซลลิง (Career Counseling) โดยมีโอกาสที่จะให้การสนับสนุน กับผู้สูงอายุที่ต้องการจะทํางาน สมัครใจจะทํางานว่าสนใจงานด้านใด เงื่อนไขการทํางาน เป็นอย่างไร มีการทํางานเต็มเวลาหรือเป็นการทํางานบางส่วน และทําการให้ข้อมูล เพื่อการทําจ็อบแมตชิง (Job Matching) หรือว่าจัดคู่คนกับงานที่เหมาะสมให้กับท่านผู้สูงอายุ ที่สนใจ รวมทั้งจัดทําประวัติการทํางาน เสนอแนะกับหน่วยงานที่ต้องการสรรหากําลังคน ซึ่งตรงนี้เป็นจุดแข็งของสํานักงาน ก.พ. เป็นอย่างยิ่ง ก็คือสํานักงาน ก.พ. จะทราบว่า ส่วนราชการใดต้องการคนประเภทใด คุณสมบัติอย่างไร สเปก (Spec) สูงหรือไม่ ราคา เป็นอย่างไร ราคากลางเป็นอย่างไร ดังนั้นในส่วนนี้สํานักงาน ก.พ. ก็มีความพร้อมที่จะ ดําเนินการตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย และถ้าท่านกรรมาธิการจะกรุณาบรรจุสิ่งเหล่านี้ เข้าไปเพื่อสนับสนุนให้สํานักงาน ก.พ. ทํางานชิ้นนี้สําเร็จก็น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศ ของเราในอนาคตต่อไปเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งสิ่งหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ทําก็คือการประเมิน ความรู้ ทักษะ ความสามารถของบุคคลที่จะก้าวเข้าสู่การทํางานหลังเกษียณ แล้วก็สามารถ พัฒนาเพิ่มเติมในทักษะที่ท่านยังคงต้องการที่จะปรับเพิ่มหรือปรับทักษะให้เข้าสู่การทํางาน ในโอกาสถัด ๆ ไป เช่นในกรณีของการที่เราจะขับเคลื่อนดิจิทัลไทยแลนด์ (Digital Thailand) แล้วรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะกระจายงานเหล่านี้สู่ชุมชนหมู่บ้านโดยการตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน ไปที่หมู่บ้านทั้งหลายหลายหมื่นหมู่บ้าน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าผู้คนที่อยู่ในท้องถิ่นจะได้มีโอกาส เข้าไปมีกลไกในการมีส่วนร่วมอันนี้ โดยมีการทํางานในภาคท้องถิ่นร่วมกัน ซึ่งข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐนั้นก็กระจายอยู่ทั่วประเทศ และได้มีโอกาสที่จะเข้าสู่กลไกการทํางาน แบบใหม่ ลดโหลด (Load) การจ้างงานในระบบของข้าราชการหรือพลเรือนภาครัฐ ลดโหลด (Load) ของการที่จะมีภาระงบประมาณค่าใช้จ่ายของภาครัฐในการให้บําเหน็จ บํานาญ ในโอกาสอันยาวไกลต่อไป ซึ่งเราก็เชื่อว่าในเรื่องนี้จะทําให้รัฐบาลบริหารกําลังคนภาครัฐ ได้ยาวนานขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น แล้วก็ใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น รวมทั้งเราได้รับมอบ ให้ทําโครงการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์จากพี่ ๆ ซึ่งเป็นผู้ที่เก่งและมีความรู้ความสามารถ ในระดับต่าง ๆ เข้าสู่กลไกของการที่จะทํางานหลังจากผู้อาวุโสเหล่านั้นหมดเวลาในการทํางาน หรือไม่สมัครใจในการทํางาน หรือสุขภาพอาจจะไม่ได้ในการทํางาน ดังนั้นกลไกนี้จะต้องมี การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดิฉันก็หวังว่าในช่วง ๑๐ ปีข้างหน้าข้าราชการของเราซึ่งกําลังจะเกษียณ ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ ๑๐๒,๐๐๐ รายนั้นจะเป็นโค้ชชิง (Coaching) ที่ดีให้กับรุ่นน้อง ที่จะก้าวเข้าสู่การทํางาน และรวมทั้งตัวข้าราชการเหล่านั้นก็จะเป็นกําลังสําคัญของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนอย่างมีคุณภาพต่อไป ในส่วนนี้อยากจะขอเรียนอีกคําพูดเดียวก็คือว่า ทั้งหมดที่พูดนั้นไม่ได้แปลว่าจะลดทอนการเข้ารับราชการของคนรุ่นใหม่ ของบุคลากร ที่ผลิตออกมาจากระบบการศึกษาเข้าสู่ระบบราชการ ทั้งนี้ก็จะได้มีการมองว่าสายงานใด เหมาะสมที่จะรับคนรุ่นใหม่เข้ามา สายงานใดที่ควรจะต้องใช้บุคลากรที่ทรงคุณค่า ทรงคุณวุฒิ มีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี สามารถทํางานเป็นตัวแทนประเทศได้ไม่ว่าอายุของท่านนั้นจะเกิน ๖๐ ปีแล้วหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตามในสิ่งนี้ดิฉันขออนุญาตรับคําอภิปรายของท่านสมาชิก ที่เกี่ยวกับสํานักงาน ก.พ. แล้วก็ขออนุญาตเสนอข้อมูลสําคัญให้กับท่านกรรมาธิการ เพื่อประกอบการศึกษาในเชิงรายละเอียดต่อไป ถ้ามีความประสงค์จะดําเนินการนะคะ และสํานักงาน ก.พ. ในส่วนที่รับมอบหมายนโยบายจากรัฐบาลมาก็พร้อมจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่ออนาคตข้างหน้าของประเทศไทยต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ