กษิต ภิรมย์ หารือประเด็นการพัฒนาบุคลากรไทยในยุคดิจิทัลและฟินเทค โดยเสนอให้ดึงผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศมาร่วมถ่ายทอดความรู้ เพื่อเสริมศักยภาพที่ยังจำกัดของทรัพยากรมนุษย์ในประเทศ พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมประชาชนให้เข้าสู่สังคมดิจิทัล ผ่านการจัดพื้นที่ให้ความรู้ด้านดิจิทัลซิติเซนอย่างต่อเนื่อง และเสนอให้มีหน่วยงานหลัก เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ขับเคลื่อนแผนงานอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมาย การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ และการกำหนดกรอบการเก็บภาษีจากบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗ ต้องขอขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการแล้วก็กรรมาธิการในการชี้แจงทั้งหลาย คือผมไม่ได้มีประเด็นปัญหาใด ๆ กับข้อเสนอนี้ ก็เห็นด้วยในหลักการ แต่ที่ผมมีความห่วงใย ๓ ประการ และยังไม่ได้คําตอบที่แน่ชัด ที่ท่านประธานกรรมาธิการชี้แจงว่าเราจะเปิดให้ ทางต่างชาติ บุคลากรของต่างชาติเข้ามาทําธุรกิจเหมือนกับว่าให้สิทธิพิเศษบีโอไอ (BOI) อันนั้นเป็นเรื่องเอกชนจะเข้ามาผมไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ที่ผมห่วงใยก็คือผมเห็นว่า ณ วันนี้ บุคลากรในราชการไทย ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็แวดวงวิชาการนั้นมีจํานวนจํากัด ในเรื่องฟินเทค (FinTech) หรือจะเรียกว่าดิจิทัลไฟแนนซ์ (Digital Finance) หรือว่าดิจิทัล อีโคโนมี (Digital Economy) ผมก็ได้เสนอว่าแล้วเราคิดอย่างไรในการที่จะเอาบุคลากร จากต่างประเทศเข้ามา แล้วก็จากองค์กรระหว่างประเทศจะเป็นบรัสเซลส์อะกรีเมนต์ (Brussels Agreement) ที่เมืองบรัสเซลส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โออีซีดี (OECD) ไอทียู (ITU) เวิลด์แบงก์ (World Bank) ไอเอ็มเอฟ (IMF) เอดีบี (ADB) ยูเอ็นดีพี (UNDP) ผมเสนอว่าเราควรจะต้องมีผู้ชํานาญการจากต่างประเทศเข้ามาช่วยหรือไม่ ผมคิดว่าสิงคโปร์ เขาไม่มีอะไรเลย คนเขาก็มีน้อยมาก เหมือนกับเขาซื้อคนเข้ามาเพราะว่าพลังเงินมหาศาล เราก็มีคนแต่ว่าอยากจะได้ผู้ชํานาญการมาช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ช่วยวางระบบ ช่วยคิด ช่วยอะไรต่าง ๆ ก็คือช่วยพัฒนาบุคลากรของไทยระดับต่าง ๆ ทั้งในแง่นโยบายทางด้าน โอเปอเรชัน (Operation) การปฏิบัติการ ตรงนี้ต่างหากที่ผมคิดว่าน่าจะทํา เพราะผมก็เพิ่ง พูดว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็เพิ่งจะมีประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เวิลด์แบงก์ (World Bank) ไอเอ็มเอฟ (IMF) มีอะไรที่จะถ่ายทอดได้ แล้วก็ขอความร่วมมือ จากองค์การระหว่างประเทศ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญนะครับ เพราะว่าคนของเราไม่พอ แวดวงวิชาการมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีรายการเรียนการสอนให้เป็นกิจจะลักษณะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญว่าเราจะสร้างคนอย่างไร
ประการที่ ๒ ผมเป็นห่วงเรื่องดิจิทัลซิติเซน (Digital Citizen) ผมก็เสนอเป็น ความคิดว่าเราจะขอให้รัฐบาลสั่งให้กรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็วิทยุโทรทัศน์ของรัฐ ผมขอเสนอ สถานีหนึ่ง ๑ ชั่วโมงหรือ ๒ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แล้วก็เอาบุคลากรชํานาญการจาก กระทรวงการคลังหรือธนาคารชาติให้ความรู้กับประชาชนทุกวันต่อไปนี้ว่าเขาควรจะวางตัว อย่างไร เขามีสิทธิอย่างไร เขาจะได้รับการบริการอย่างไร เขาจะมีบัตรไอที (IT) ประจําตัวไหม ที่จะทําได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ต่อไปนี้เขาจะรับบําเหน็จบํานาญอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ทุกอย่างนี้ จะไปด้วยระบบดิจิทัล ต้องสอนคน เป็นเรื่องที่สําคัญ เราไม่ใช่ประเทศสิงคโปร์ ไม่ใช่ฮ่องกง เมืองแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ คนมันง่าย และคนเขามีการศึกษา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของเรามันไม่ใช่ แล้วการสร้างคนเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มดําเนินการเพื่อจะได้รองรับเทคโนโลยี สมัยใหม่ได้
ประการที่ ๓ ผมก็เสนอว่าจะมีหลาย ๆ หน่วยงานมาประสานกัน มีคณะกรรมการ ผมไม่เชื่อการทํางานแบบนี้อยู่ในแวดวงราชการมานานครับ ผมก็เสนอว่า เอาธนาคารชาติเป็นแกนไหม หรือถ้าเผื่อไม่พอใจธนาคารชาติ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังไหม ขอหน่วยงานอันนี้เป็นหน่วยงานหลัก ส่วนจะไปประสานงานกันอย่างไร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าในการทํางานของระบบราชการไทยถ้าเผื่อไม่มีเจ้ามือเจ้าภาพแล้ว ไม่ค่อยจะเคลื่อน แล้วในเมื่อธนาคารชาติเขามีคณะทํางานเรื่องฟินเทค (FinTech) แล้วก็ สร้างจากตรงนี้ให้ธนาคารชาติเป็นแกน ผมอยากจะฟังข้อคิดเห็นว่าเอาด้วยกับไม่เอาด้วยกับ ข้อเสนอของผมหรืออยากจะได้กระทรวงการคลังผมก็ไม่ได้มีปัญหา ต้องเริ่มจากที่ไหน สักแห่งหนึ่งให้เป็นกิจจะลักษณะ ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ แต่ว่าอยากจะให้การทํางานนั้น มีความชัด มีการจัดระดับความสําคัญ เราจะได้รู้ทิศทางว่าไปที่ไหน อย่างไร เราจะได้วิ่งไปด้วยกัน อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญไม่มีข้อเถียงเลยว่าระบบดิจิทัลต้องมาอยู่กับชีวิตของพวกเราไปอีกนาน และเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา แต่มาเตรียมฐานให้พร้อมเป็นเรื่องเป็นราว แม้กระทั่งเรื่องกฎหมาย ก็ถามว่าที่กรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศมีคนไหม สํานักงานอัยการสูงสุดมีคนไหม กระทรวงยุติธรรมมีกี่คนที่รู้เรื่องกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ เราส่งคนไปฝึกอบรมไปเรียนหรือยัง ที่ลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิก (London School of Economic) หรือที่ไหนก็ตาม หรือจะไปที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด หรือที่มหาวิทยาลัยเยล และเราได้พูดกับกูเกิล (Google) กับแอปเปิล (Apple) พวกนี้อย่างไรว่าจะร่วมมือกันอย่างไร เราจะเก็บภาษีไหมครับ เขามาขายของที่เมืองไทย หรือว่าอาลีบาบา (Alibaba) เขาขายของฟรีไม่ต้องเสียภาษี จะต้องวางกฎเกณฑ์กันอย่างไร ไม่อย่างนั้นบริษัทแอดเวอร์ไทส์เมนต์ (Advertisement) ของเราทั้งหมดตายลูกเดียวครับ สู้ไม่ได้ มันต้องช่วยกันคิดแล้วก็มาช่วยกันทํา แล้วก็ต้องรู้ว่าใครทํา อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ ผมอยากจะให้เสนอจาก สปท. ไปที่รัฐบาลให้ชัด สเปซิฟิก (Specific) ว่าอะไรอยู่ที่ไหน ใครจะทํา จะได้ช่วยรัฐบาลให้เขาสั่งการได้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน