ปิยะธิดา แจงความคืบหน้าสืบสานศาสตร์พระราชา เสนอขับเคลื่อนยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ เมษายน ๒๕๖๐

ปิยะธิดา ประดิษฐบาทุกา รายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา โดยครอบคลุมการศึกษาปรัชญาและทฤษฎีศาสตร์พระราชา การวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่า 4,000 โครงการในหลายภูมิภาค พร้อมเสนอแนวทางขับเคลื่อนอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือของทั้งหกภาคส่วน และเสนอข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อการปฏิรูปประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนชื่อรายงานเพื่อสะท้อนบทบาทเชิงรุกและจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นางสาวปิยะธิดา ประดิษฐบาทุกา กรรมการ

เรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้เกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสาวปิยะธิดา ประดิษฐบาทุกา สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๙๘ ขอนําเสนอรายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา ในเบื้องต้นเพื่อให้เห็นภาพรวมในการทํางานของคณะกรรมการ จึงขอนําเสนอกรอบ การดําเนินงานตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการ ดังต่อไปนี้

ประการแรก ก็คือศึกษาความหมาย ปรัชญา ทฤษฎีแห่งศาสตร์พระราชา ที่ครอบคลุมในพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงประกอบเพื่อพสกนิกรของพระองค์ตลอดมา เป็นส่วนที่แสดงให้เห็นความเชื่อมโยง ของพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างสําคัญยิ่ง รวมถึงแนวทางในการเรียนรู้หลักการสําคัญที่สมควรศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการสืบสาน ศาสตร์พระราชา รวมทั้งการนําเสนอส่วนสําคัญที่เป็นหัวใจของศาสตร์พระราชา ศาสตร์พระราชา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และผลสัมฤทธิ์ของการดําเนินการตามศาสตร์พระราชาในระดับชุมชน ระดับชาติ และระดับนานาชาติ

ประการที่ ๒ คือการร่วมขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ที่มีการพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อให้ดําเนินการต่อไปอย่างยั่งยืน คณะกรรมการได้พิจารณาศึกษา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จํานวน ๔ โครงการ ใน ๔ ภูมิภาค และได้ศึกษา เพิ่มเติมอีก ๓ โครงการเพื่อนําข้อมูลมาวิเคราะห์ประกอบเพิ่มเติม

ประการที่ ๓ ยังมีการศึกษาวิเคราะห์การบริหารโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดําริต่าง ๆ ที่มีจํานวนมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ โดยแบ่งออกเป็นโครงการพัฒนา ด้านแหล่งน้ํา ด้านเกษตร ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านส่งเสริมอาชีพ ด้านสาธารณสุข ด้านคมนาคม และสื่อสาร ด้านสวัสดิการสังคมและการศึกษา และโครงการพัฒนาแบบบูรณาการ โดยคณะกรรมการได้รวบรวมข้อมูลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สํานักงบประมาณ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนําข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และจัดทําข้อเสนอแนะ ในการดําเนินการ เพื่อให้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริต่าง ๆ สามารถปรับตัว และดําเนินการต่อไปได้อย่างยั่งยืนในบริบทของสังคมและประเทศที่เปลี่ยนไป

ประการที่ ๔ คือการกําหนดกลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา ให้ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยผ่านความร่วมมือแบบบูรณาการของกลไก ๖ ภาคส่วน ได้แก่ กลไกภาคประชาชน กลไกภาคศาสนา ภาคเอกชน ภาคสื่อและประชาสังคม กลไกภาควิชาการและกลไกภาครัฐ โดยกลไกทุกภาคส่วนจะต้องมีการเชื่อมโยง และสนับสนุนกัน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาอย่างยั่งยืน โดยมีกลไกภาครัฐบาลเป็นกลไกหลัก เนื่องจากมีบุคลากรและงบประมาณพร้อม อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับชาติหรือระดับนโยบาย และระดับพื้นที่ และที่สําคัญกลไกการมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่จะมีพลังให้ได้รับการสนับสนุน จากรัฐในการกําหนดนโยบายที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา

ดังนั้นกรอบการดําเนินงานตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการ ประการที่ ๕ ก็คือการจัดทําข้อเสนอต่อรัฐบาลในการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูป ประเทศ

กรอบการดําเนินงานตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการ ในประการสุดท้าย คือการเผยแพร่องค์ความรู้แห่งศาสตร์พระราชา พระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ประชาชนชาวไทยได้ยึดถือปฏิบัติ และเพื่อน้อมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ คณะกรรมการจึงมีความประสงค์ จะจัดทําหนังสือเกี่ยวเนื่องด้วยศาสตร์พระราชา จํานวน ๒ เล่ม ได้แก่ หนังสือศาสตร์พระราชา และหนังสือรวบรวมพระราชดํารัสที่ได้พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้า ถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด คณะกรรมการได้ตั้ง คณะอนุกรรมการขึ้นมา ๔ คณะ เพื่อดําเนินงานตามกรอบที่วางไว้ดังที่กล่าวไปแล้ว และที่ผ่านมาคณะกรรมการมีการประชุมจํานวนทั้งหมด ๑๕ ครั้ง โดย ๒ ครั้งเป็น การประชุมร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อพิจารณาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ ถึงฉบับที่ ๑๒ ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการประชุมร่วมกับสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อพิจารณามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้คณะกรรมการยังมีการเดินทางศึกษาดูงานจํานวน ๙ ครั้ง และมีการจัดสัมมนา เชิงปฏิบัติการอีกจํานวน ๒ ครั้ง ดิฉันขอสรุปรายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการ ขับเคลื่อนสืบสานฝ่ายพระราชาแต่เพียงเท่านี้ แต่ก่อนที่ประธานอนุกรรมการทั้ง ๔ ท่าน จะนําเสนอรายละเอียด เนื้อหา และความคืบหน้าของงานแต่ละคณะอนุกรรมการ ดิฉันจะขอ นําเรียนที่ประชุมเพื่อทราบว่าคณะกรรมการได้มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมชื่อเรื่องรายงาน ของคณะกรรมการ จากเดิมคือ การขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา เป็น การขับเคลื่อน สืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ ขอบพระคุณค่ะ