ดุสิต เครืองาม หารือการจัดระบบและประมวลเนื้อหาศาสตร์พระราชาอย่างเป็นระบบ โดยเสนอจัดกลุ่มข้อมูล สร้างกลไกสนับสนุนบุคลากร และจัดทำรายชื่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อส่งเสริมงานวิชาการและภาคสนามอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันให้สหกรณ์มีส่วนร่วมในการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เสนอจัดตั้งห้องสมุดศาสตร์พระราชาในกรุงเทพมหานคร และเน้นย้ำบทบาทของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการป้องกันไฟป่าและช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมเรียกร้องการขยายการสนับสนุนบุคลากรและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเผยแพร่ไปยังต่างประเทศ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ดุสิต เครืองาม ในฐานะเป็นกรรมการและเป็นประธานอนุกรรมการ คณะที่ ๔ ซึ่งทําหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ แล้วก็รวบรวมข้อเสนออะไรต่าง ๆ ขออนุญาตกราบเรียน บางประเด็นอาจจะซ้ํากันกับที่ท่านประธานอนุกรรมการได้สรุปไปแล้ว ผมรับฟังวันนี้แล้ว เนื้อหาพอจะสรุปออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้สัก ๓-๔ กลุ่ม ที่คณะกรรมการเราคงจะต้องนําไป รวบรวมประมวลขึ้นมาในรายงานฉบับสมบูรณ์ หรือใส่เข้าไปในหนังสือ
กลุ่มที่ ๑ ก็คือว่าด้วยเรื่องการรวบรวมเนื้อหาของศาสตร์พระราชาว่าจะทําอย่างไร ให้เข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้วก็ครอบคลุมในมิติต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ในมิติที่ปลีกย่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงไปนั้น อาจจะต้องขอใช้วิธีเชื่อมโยงกับเอกสารแหล่งอ้างอิงอื่น ๆ อาจจะใส่เข้าไป ในบรรณานุกรมอะไรต่าง ๆ ผมจําได้ว่ามีอยู่วันหนึ่งที่ผมได้ชมการถ่ายทอดสด พระองค์ท่าน เคยตรัสและทําให้ผมอมยิ้มมาจนถึงทุกวันนี้ เรื่องศาสตร์ทางด้านดนตรี ท่านบอกว่า เพลงสายฝนท่านเคยเห็นแม่บ้านนั่งซักผ้าแล้วก็ร้องเพลงสายฝนไป แล้วท่านก็ตรัสพระสรวล ไปด้วยว่าเพิ่งรู้ว่าเพลงสายฝนทําให้ซักผ้าได้สะอาดขึ้น อะไรทํานองนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นความลึกซึ้ง ทางด้านนั้น
กลุ่มที่ ๒ การสร้างกลไกของบุคลากรที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้แนะนําไปนั้น สําคัญมากเลยครับ ผมก็เลยคิดแล้วว่าเดี๋ยวเราจะรวบรวมเป็นข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เขามีความถนัด ทางด้านนี้อยู่แล้ว อาจจะเป็นสภาวิจัยแห่งชาติ หรืออาจจะเป็น สกว. หรือใครก็สุดแท้แต่ ที่น่าจะต้องรวบรวมรายชื่อที่เขาทําอยู่แล้ว ประเทศไทยใครเป็นอาจารย์ทางด้านเกษตร ใครเป็น อาจารย์ทางด้านสื่อสารโทรคมนาคม เวลาจะประเมินผลงานทางวิชาการกดปุ่มปั๊บจะลิสต์ (List) ออกมาเลย ก็น่าจะมีรายการลิสต์ (List) แบบนี้ละครับ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตร์พระราชาด้าน จุด จุด จุด ทําเป็นลิสต์ (List) ออกมาเลย
กลุ่มที่ ๓ ที่ผมรวบรวม ฟังดูแล้วก็คือการสร้างกลไกของหน่วยงานต่าง ๆ หรือว่าการบริหารจัดการที่จะทําอย่างไรให้ศาสตร์พระราชามีความยั่งยืนแล้วก็แพร่หลาย มากที่สุด ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็ได้เสนอไปแล้ว แล้วท่านกษิตก็ได้มีความเป็นห่วง ท่าน พลเอก นคร ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าสุดท้ายแล้วเราก็คงจะต้องยกให้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะเป็น หัวหน้าคณะรัฐบาลที่จะต้องลงมาดู สร้างกลไกต่าง ๆ ให้เข้มข้นขึ้น แม้ว่าหน่วยงานปัจจุบัน ที่มีหน้าที่รับผิดชอบแล้วภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กปร. ซึ่งมีฐานะเทียบเท่าเหมือนกับ เป็นกรมโดยจัดตั้งขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ แล้วก็สั่งตรงกดปุ่มหา กปร. กปร. ก็กดปุ่มก็เกิดโครงการขึ้นมาเลย แต่ที่ผ่านมา กปร. เขามีภารกิจหน้าที่เน้นไปเรื่องตรงไหน บอกว่าในปีแรก ๆ ของการดําเนินการโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริให้ กปร. เป็นผู้คิกออฟ (Kick off) งบประมาณออกมา แล้วพอปีที่ ๒ ปีที่ ๓ เป็นต้นไปหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้น ถ้าเรื่องน้ําก็กรมชลประทาน เรื่องที่ดิน ก็กรมพัฒนาที่ดิน ปีต่อ ๆ ไปให้หน่วยงานกรมต่าง ๆ เหล่านั้นไปจัดงบประมาณกันมาเอง แล้วที่ท่านเป็นห่วงอยู่แล้วมีตั้ง ๔,๐๐๐ กว่าโครงการ เราถึงได้บอกว่าสํานักงบประมาณ ต้องลงมาช่วยในการส่งเสริมงบประมาณต่าง ๆ ที่ให้ทําโครงการต่าง ๆ ต่อไปได้อย่างยั่งยืน
กลับมาถึงประเด็นเรื่องสหกรณ์ ก็ขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ผมเองก็นั่ง ๆ เปิด ๆ ในปี ๒๕๕๘ ขอแจ้งเป็นข่าวดีว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์เขาได้ออก ประกาศระเบียบขึ้นมาฉบับหนึ่งว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมการจัดตั้งสหกรณ์ตามโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ หรือการจัดทํากิจกรรมของสหกรณ์ตามแนวพระราชดําริ
ท่าน สปท. ชูชาติได้ยกตัวอย่างสหกรณ์หุบกะพงอะไรขึ้นมาก็เป็นไปตามนั้น แล้วผมก็มานั่งค้นคว้าเมื่อสักครู่นี้ก็ยังมีอีกหลายสหกรณ์ที่เขาตั้งขึ้นมาแล้ว สหกรณ์เขาหินซ้อน ก็เป็นสหกรณ์ที่ตั้งอันเนื่องมาจากพระราชดําริ บางสหกรณ์ก็ตั้งขึ้นมาเพราะว่า ได้รับพระราชทานทุนทรัพย์ก็ยังมีเลย แล้วผมก็ไปเจอท้ายตารางของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่เขาตั้งเป็นโครงการเลย รับสมัครเข้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ มีอีกหลายสิบสหกรณ์ ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เขาทําเป็นลิสต์ (List) เอาไว้เรียบร้อยแล้วว่ามีแนวพระราชดําริ เรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วบัดนี้ยังไม่ได้ตั้งเป็นสหกรณ์ขึ้นมาเลย มีอยู่ในท้ายเอกสารเหล่านี้ ซึ่งตรงนี้ น่าจะถูกใจตามที่ท่าน สปท. ชูชาติ อินสว่าง ได้อภิปรายไว้ สหกรณ์หุบกะพงเกิดเป็น ผลสัมฤทธิ์ขึ้นมาแล้วสหกรณ์อื่นเขายังไม่นําเอาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร ตรงนี้เดี๋ยวเราก็จะ ได้ทําหนังสือตั้งเป็นข้อสังเกตเป็นสรุปอยู่ในรายงานของเราว่าทุกกระทรวงเลย
กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องหลักสูตรการศึกษาตามที่ท่านธรรมศักดิ์ได้แนะนําเอาไว้ ต้องทําอะไร ต้องมีหลักสูตร วันนี้ยังไม่ค่อยพูดถึงเรื่องกระทรวงกลาโหมเท่าไร กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เขาทํามาเยอะมากแล้ว ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยงต่อ ภัยอันตรายเยอะแยะเราก็ต้องให้กําลังใจเขาให้เขาทําต่อไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชัดเจน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ชัดเจน
กลับมาใกล้ตัวเรานิดหนึ่ง กทม. หลายท่านก็คงได้ยิน ผมก็ได้ยินแวบ ๆ ถ้าหูผมไม่ฝาด ท่าน สปท. อํานวย นิ่มมะโน บอกว่าจะลองเสนอจัดตั้งห้องสมุดศาสตร์พระราชา กรุงเทพมหานคร เรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ แล้วก็น่าจะเกิดขึ้นได้เร็ว ตรงนี้ผมคิดว่า หลาย ๆ ภาคส่วนที่จะต้องมาร่วมกัน
ท่าน สปท. ถวิลวดีให้ความเป็นห่วงเรื่องป่าเปียก เรื่องไฟไหม้ป่ายังมีอยู่เยอะ ผมจะขอยกตัวอย่างอันหนึ่ง เราก็จะพยายามศึกษาว่าการนําเอาศาสตร์พระราชามาประยุกต์ แบบบูรณาการมีอยู่ที่ตรงไหนบ้าง เราก็เจอนะครับ เราได้เชิญท่านอธิบดีกรมฝนหลวง และการบินเกษตรมาคุยกันว่ากรมฝนหลวงและการบินเกษตรทุกวันนี้มีภารกิจอย่างไรบ้าง น่าชื่นชมมากครับ เขาทําภารกิจได้เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จากแผนที่ได้ทําเอาไว้ แล้วก็ยัง รายงานมาอีกว่าผลงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกําลังขยายไปสู่ต่างประเทศด้วย มีหลายประเทศครับ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศมองโกเลีย หรือหลาย ๆ ประเทศเขาติดต่อเข้ามาบอกว่าอยากจะขอนําเอาเทคโนโลยีฝนหลวงไปใช้ ตอนนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเขาก็เซ็นเอ็มโอยู (MOU) กับหลายประเทศแล้ว นี่ครับ ศาสตร์พระราชาเรากําลังจะเดินหน้าไปสู่การมีประโยชน์ต่อประชาคมโลก กลับมาที่ประเทศไทย กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเขาไม่เพียงแต่จะทําให้ฝนตกลงมานะครับ แต่ผมก็ถามต่อว่า แล้วฝนหลวงเมื่อมีฝนตกลงมาแล้วได้ประโยชน์อะไรบ้าง ลองช่วยอธิบายมาหน่อยสิ ข้อ ๑ ได้น้ํา น้ํานั้นอาจจะลงไปในพื้นที่เพื่อการเกษตรก็ได้ ข้อ ๒ น้ํานั้นตกลงไปบนอ่างเก็บน้ํา ที่อยู่เหนือเขื่อนเพื่อตุนเป็นต้นทุนเอาไว้ใช้ในฤดูแล้งต่อไป และข้อ ๓ มิใช่เพียงแต่เฉพาะให้ เกษตรกรเขาได้ปลูกผักปลูกข้าว ฝนหลวงยังช่วยทําให้ป่าเปียกด้วย ตรงไหนที่เป็นพื้นที่ สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าหรือว่าเกิดไฟป่าบ่อย กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเขาก็ บูรณาการกับกรมป่าไม้ แล้วก็ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกัน ไฟป่าด้วย ภารกิจเขาเยอะมาก เยอะมากจนกระทั่งกรมฝนหลวงสารภาพมาตรง ๆ ว่า อาจารย์ดุสิตครับ อยากจะได้บุคลากรเพิ่ม อยากจะได้โน่นนี่เพิ่ม เราก็พยายามฟังบ้าง เบรก (Brake) ไว้บ้าง เอาให้แน่นะอยากได้เรื่องนี้เพิ่ม แต่ถ้าภารกิจมากแล้วก็ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ที่หลายท่านบอกว่าป่ายังเป็นเขาหัวโล้นอยู่ ถ้ามีฝนหลวงเกิดขึ้นมาก ๆ เราก็จะได้ป่าที่ชุ่มชื้นมาก เหล่านี้ทุกอย่างเราก็จะพยายามสรุปไว้เป็นข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่จะส่งต่อไปยังรัฐบาล เพื่อจะได้เผยแพร่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ครับ ขอขอบพระคุณครับ