คุรุจิต นาครทรรพ ตั้งข้อกังวลต่อข้อเสนอความเป็นอิสระของคณะกรรมการตำรวจในการบริหารงานบุคคล โดยมองว่าอาจเปิดช่องให้เกิดการวิ่งเต้นภายในแทนการแทรกแซงทางการเมือง จึงเรียกร้องให้มีการออกแบบกลไกที่โปร่งใส เป็นธรรม และมีการคานอำนาจกันได้ เพื่อให้การแต่งตั้งผู้นำตำรวจเกิดจากคุณธรรม ไม่เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาโครงสร้าง ก.ตร. ที่มีจำนวนสมาชิกเป็นเลขคู่ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของประธาน และชี้ให้เห็นว่าความเป็นอิสระของตำรวจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเมืองเพียงด้านเดียว แต่ยังรวมถึงภาระงาน แรงกดดันจากสื่อ และความโปร่งใสในการบริหาร จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานและกระบวนการปฏิรูปที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ท่านประธานครับ พอเห็นหัวข้อเรื่องของ ความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคลของตํารวจจากการแทรกแซงทางการเมืองที่ท่าน พลตํารวจโท อํานวยได้นําเสนอในวิป (Whip) ผมก็อยากจะยกมือให้อยู่แล้ว แล้วจริง ๆ ก็ขอให้กําลังใจคณะกรรมาธิการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แต่พอได้มาอ่าน ในรายละเอียดก็เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน อย่างท่านเพิ่มพงษ์หรือท่านคํานูณ อ่านแล้วก็ยังรู้สึกไม่ตกผลึกว่าสิ่งที่ท่านเสนอนี้จะนําไปสู่ผลลัพธ์ที่ท่านอยากได้จริงหรือไม่ คือท่านก็พยายามอธิบาย เห็นเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) แล้วผมก็ชื่นชมนะครับ แล้วก็ พยายามคิดตามไปด้วย ง่าย ๆ ก็คือท่านอยากให้มีความเป็นอิสระเหมือน ก.อ. ก.ต. ทีนี้ องค์กรตํารวจบริหารงานบุคคลไม่ใช่แบบ ก.อ. กต. ซึ่งมีอัยการอยู่สัก ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน หรือ ก.ต. ผมไม่ทราบ แต่ก็คงใกล้ ๆ กัน ตํารวจน่าจะมีสัก ๒๒๐,๐๐๐ คนนะครับ ทีนี้ท่านก็เหมือนกับบอกว่าเป็นเพราะว่ามีการเมือง ก็เลยมีการวิ่งซื้อขายตําแหน่งกับ นักการเมือง แต่โครงสร้างที่ท่านเสนอในกรรมการ ก.ตร. ใหม่ โดยจะโอนอํานาจของ การแต่งตั้ง ผบ.ตร. มาอยู่ใน ก.ตร. ผมก็เป็นห่วงว่า ๑. จะมีรอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นแคนดิเดต (Candidate) ที่จะเป็น ผบ.ตร. อยู่ในนั้นสัก ๕-๖ คน ถ้าเวลาประชุมในวาระเรื่องนี้ก็ต้อง ออกไป จะเหลือกรรมการอยู่กี่คนก็แล้วแต่ ก็จะมีผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมาจากพลตํารวจโทขึ้นไป ๓-๔ คน แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิ ก็เป็นห่วงว่าในระบบนี้ที่มีรอง ผบ.ตร. เข้ามาอยู่ด้วย แล้วก็มี ผู้ทรงคุณวุฒิ จะเปลี่ยนจากการวิ่งเต้นซื้อขายตําแหน่งกับนักการเมืองมาเป็นการวิ่งเต้น ซื้อขายตําแหน่งในตํารวจด้วยกันเองหรือเปล่า แล้วระบบการเลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ หรือรอง ผบ.ตร. ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ ก.ตร. ก็จะเกิดระบบอุปถัมภ์หรือวิ่งเต้นแบบที่ ท่านไม่อยากจะมี ก็เลยกลายเป็นเอาการเมืองย้ายมาสู่วงการนายตํารวจเสียเองหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องออกแบบให้แก้ปัญหานะครับ ผมนั่งฟังก็พยายามจด ผมคิดว่าถ้าผมเป็นตํารวจก็อยากจะมีกําลังใจในการทํางาน และตํารวจมีความเสี่ยงภัย ต้องพกอาวุธ ต้องพร้อมตายในหน้าที่ได้ ผู้บังคับบัญชาใช้ไป ในงานเสี่ยงภัยก็ต้องตายในหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องมีความก้าวหน้า และความก้าวหน้า ก็ต้องมาจากระบบคุณธรรม ระบบคุณธรรมก็คือการแต่งตั้ง การเลื่อนยศ เลื่อนตําแหน่ง สรรหา ต้องมาจากความรู้ความสามารถ ความเสียสละ ความอุทิศตน ความวิริยะอุตสาหะ ความกล้าหาญ ตํารวจต้องมีความกล้าหาญและเอาใจใส่ และมีจิตสํานึกที่จะบริการประชาชน ไม่ใช่มีจิตสํานึกที่จะใช้อํานาจบาตรใหญ่กับประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงก็อยากจะ ฝากท่าน แล้วก็พร้อมที่จะยกมือให้กับวาระนี้ ก็คือว่าสิ่งที่ท่านเสนอไม่ใช่กลายเป็นว่าอีกสัก ๔ ปีก็จะเกิดการใช้อํานาจเชิงการเมือง (Politicking) โดยตํารวจภายในคณะกรรมการ ก.ตร. เสียเองหรือเปล่า แล้วก็จะไม่ได้แก้ปัญหาอะไร กลายเป็นย้ายจากการวิ่งเต้นจากนักการเมือง มาเป็นวิ่งเต้นกับกรรมการ ก.ตร. หรือเปล่า แล้วตํารวจเท่าที่ผมเข้าใจก็มีหลายเหล่า เหมือนกับทหาร เหล่าราบ ม้า ปืนใหญ่ ตํารวจก็มีภูธร นครบาล ตชด. ตํารวจปราบปราม สอบสวนกลาง ท่านให้เลือกจากกําลังพลซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูธรกับนครบาล ผู้ทรงคุณวุฒิ ก็มาจากอันนี้ เพราะฉะนั้นตํารวจเหล่าอื่นจะได้รับความเป็นธรรมได้หรือไม่ อย่างไร ก็ต้อง มีการคานอํานาจกันด้วย
แล้วก็จุกจิกเล็กน้อย ก็คือว่าท่านมีองค์ประกอบ ผมเห็นว่ามี ๑๖ คน เป็นเลขคู่ ผมก็ไม่ทราบว่าดีหรือเปล่า ๑๖ คน ๖ บวก ๑ ได้ ๗ ทําไมไม่เป็นเลขคี่ จะได้ ไม่ต้องให้ประธานโหวต (Vote) ได้ ๒ หนอะไรอย่างนี้ จะเป็น ๑๕ คน หรือจะเป็น ๑๗ คน แล้วปัญหาของความเป็นอิสระบางทีท่านนึกแต่ฝ่ายการเมืองอย่างเดียวจากที่เพื่อนสมาชิกพูด
บางทีผมสังเกตตํารวจกลัวสื่อมวลชนเหมือนกันนะครับ เพราะว่าตํารวจ ถ้าเทียบทรานแซกชัน (Transaction) ธุรกรรม กับอัยการ กับศาล ตํารวจเยอะกว่าหลายสิบ หลายร้อยเท่า มีคดีตีหัวหมาที่ไหนก็ไม่รู้ คดีจราจร คดีอะไร แค่นักข่าวเอาไปลงในทางลบ ตํารวจก็ต้องเดือดร้อนนั่นแล้ว ผมเคยเห็นวารสารตํารวจไม่รู้ตอนไหน ตอนรับราชการอยู่ เพราะท่านมีความกังวลว่าคนจะไปฟ้องที่ไหน ประธานคณะกรรมาธิการการตํารวจของ สภาผู้แทนราษฎรไปตรวจแถวตํารวจอยู่ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งผมว่าทําไมต้อง ทําถึงขนาดนั้นด้วย เพราะฉะนั้นไม่ใช่เป็นการแทรกแซงจากการเมืองอย่างเดียว ไม่ใช่ ผบ.ตร. คนเดียวแล้วก็เป็นอัศวินม้าขาวจะทําอะไรได้ แล้ว ก.ตร. ก็ไม่ได้แต่งตั้ง ผบ.ตร. เพียงท่านเดียว ผมเข้าใจว่าแต่งตั้งนายพลหรือรองผู้บังคับการขึ้นไปอะไรด้วย เพราะฉะนั้นท่านจะให้ ความเป็นธรรมกับเขาที่จะว่ารักษาระบบคุณธรรม ความรู้ความสามารถ ความอุทิศตน ได้อย่างไร และท่านจะเอาการเมืองออกจากการแต่งตั้ง แต่อย่าเอาการเมืองเข้ามาอยู่ใน ก.ตร. เสียเองจะทําได้หรือเปล่า ก็มีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ฝากไว้เท่านี้นะครับ ก็พร้อมจะสนับสนุน
แล้วสุดท้าย ผมคิดว่าในเรื่องปฏิรูป ๙ เรื่องที่ท่านลิสต์ (List) มาในหน้าแรก ของแผนปฏิรูปในรายงานของท่าน ผมเองก็อยากจะเห็นเรื่องที่ ๓ ควบคู่ไปกับเรื่องที่ ๒ คือท่านบอกว่าให้เป็นอิสระอย่างเดียวแต่ท่านไม่มีมาตรฐานมันก็เละ เพราะฉะนั้นจริง ๆ เหมือนกับอ่านแล้วยังคิดไปไม่สุดว่าจะดีจริงอย่างที่ท่านว่าหรือเปล่าถ้าไม่เห็น เพราะท่าน มีมาตรฐานในการแต่งตั้ง ขอบคุณครับ