เพิ่มพงษ์ เชาวลิต เสนอการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติให้มีอำนาจในการพิจารณาและตัดสินใจเกี่ยวกับงบประมาณในการกีฬา และเสนอแนะว่าเมื่อมีมติออกมาแล้วควรปฏิบัติตาม 4-5 ข้อ เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการกีฬาที่มีประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. ๑๑๐ ก็ขอให้ข้อสังเกตสั้น ๆ นะครับ โดยหลักการก็เห็นด้วยอยู่แล้ว ในการตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติขึ้นมา แต่โดยประสบการณ์ผมเอง ได้ทํางานในรูปแบบของคณะกรรมการแห่งชาติมาเป็นเวลานาน มีข้อเสนอแนะ ๒-๓ ประเด็นนะครับ
อันแรก ก็คือการทํางานแบบคณะกรรมการนี้มีองค์ประกอบอยู่ประมาณ ๒-๓ ส่วน ต้องมีส่วนสําคัญก็คือ ๑. กรรมการ ๒. ฝ่ายเลขานุการ ๓. กลไกการปฏิบัติ ตัวกรรมการนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมาก กรรมการระบบราชการมีการตั้งจํานวนมากแต่ว่า ไม่ประสบผลสําเร็จเท่าที่ควร ตั้งมาก็อย่างนั้น การปฏิบัติ มติต่าง ๆ ทํางานทําอะไรไม่ได้ และเราก็มีรูปแบบกรรมการมาก ผมจะให้คณะกรรมการนโยบายชุดนี้พิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมติ นโยบาย คําสั่ง แนวทางทําอย่างไรให้มีผลทางปฏิบัติ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะไม่อย่างนั้นถ้าผลปฏิบัติน้อยกรรมการก็จะไม่ค่อยมีความหมายเท่าไร และเท่าที่ผมดูแล้ว คณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องกรรมการในสายวิชาชีพ มีองค์ความรู้มีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากให้ดูองค์ประกอบของทางกรรมการนะครับ องค์ประกอบของกรรมการที่เป็นหน่วยราชการโดยตําแหน่ง ผมดูแล้วคงจะให้ประโยชน์ ในเรื่องของความรู้ทางการกีฬาค่อนข้างน้อยนะครับ มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งก็มีจํานวนหนึ่ง จะเพิ่มจํานวนได้มากน้อยแค่ไหนท่านลองไปพิจารณาดูนะครับ อันนี้เป็นเรื่องกรรมการว่าจะต้อง ออกยุทธศาสตร์นโยบายขึ้นมา สิ่งที่สําคัญก็คือคณะกรรมการชุดนี้มีอํานาจในเรื่องของ งบประมาณแค่ไหนตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอํานาจในเรื่องของ การพิจารณากลั่นกรองหรือให้ความเห็นชอบเรื่องงบประมาณ เรื่องอื่น ๆ จะทํางานค่อนข้าง ยากมาก
อันที่ ๒ คือองค์ประกอบของฝ่ายเลขานุการ ที่จริงการจัดตั้งหน่วยงาน ทุกอย่างเวลาเขาจะมีการตั้งกรรมการก็จะมีการตั้งหน่วยงานฝ่ายเลขานุการขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นกรมหรือเป็นอะไรก็ตามแต่ แต่ครั้งนี้เนื่องจากว่ามีการตั้งกรรมการมาแล้ว เราใช้หน่วยงานเดิมซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ แต่ข้อสังเกตเมื่อสักครู่นี้ท่านชิดชัยได้มี การพูดไปแล้ว ผมเห็นด้วยว่าโครงสร้างของสํานักงานปลัดกระทรวงส่วนใหญ่จะเป็น หน่วยงานทางธุรการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุ คน เงิน เป็นของกระทรวงต่าง ๆ แต่หน่วยงานต่าง ๆ อยู่ที่กรมนะครับ ฉะนั้นผมคิดว่าการให้ทางสํานักงานปลัดกระทรวง มาดูแลฟังก์ชัน (Function) ในฐานะฝ่ายเลขานุการและเราก็มอบหมายแค่รองปลัดกระทรวง กับทาง ผอ. สํานัก ก็จะขาดการทํางานที่ยึดโยง อย่างเช่น สมมุติว่าคณะกรรมการ ป.ป.ส. ให้สํานัก ป.ป.ส. ทั้งสํานักงานเป็นตัวองค์ประกอบของฝ่ายเลขานุการของ คณะกรรมการ ตรงนี้จะเป็นปัญหานะครับ แล้วเท่าที่ดูเนื้องานของฝ่ายเลขานุการนี้ ไม่ใช่เนื้องานทางธุรการอย่างเดียว แต่หมายถึงการจัดทําแผน จัดทํานโยบาย จัดทํา ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ตรงนี้ ถ้าองค์ประกอบของฝ่ายเลขานุการน้อยเกินไปหรือเบาเกินไป ไม่สามารถทํางานกรรมการตามที่มอบหมายได้ อันนี้ผมคิดว่าลองทบทวน สร้างฝ่ายเลขานุการให้มีความเข้มแข็งอย่างไร สามารถจะมีความรอบรู้ในเรื่องของ นโยบายการกีฬาทั้งหมดและสามารถผลิตนโยบายออกมาได้เลย ตรงนี้เป็นเรื่องที่ สําคัญมากนะครับ
อันที่ ๓ ก็คือเมื่อเป็นมติต่าง ๆ ออกมาแล้ว ออกมาสู่การปฏิบัติเลยครับ การมีมติออกมาในทางปฏิบัตินี้มีอยู่ ๔-๕ ส่วน ก็คือ ๑. ทําอย่างไร นโยบายการกีฬาออกมาแล้ว มีผลทางปฏิบัติจริง ตรงนี้เป็นเรื่องที่สําคัญนะครับ ๒. เมื่อมีนโยบายออกมาแล้ว มีงบประมาณสามารถที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการผลักดันนโยบาย ซึ่งอันนี้เราคงต้องมาพูดถึง ตั้งแต่ขั้นตอนคําขอ การสร้างเอกภาพในการทําคําของบประมาณต่าง ๆ ถ้าทําตรงนี้ชัดเจน เราสามารถควบคุมการทํางานได้ ๓. เมื่อมีงบประมาณเรียบร้อยแล้วปฏิบัติต่อไป เราจะสนับสนุนช่วยเหลืออย่างไรให้สมาคมหรือหน่วยงานอื่น ๆ สามารถดําเนินการตรงนี้ได้ สุดท้ายก็คือต้องมีวิชาการนะครับ เพราะว่าเท่าที่อ่านดูในร่าง พ.ร.บ. นี้วิทยาศาสตร์การกีฬา จะมีหลายเรื่องที่มีความสําคัญ ถ้าองค์กรนี้มีวิชาการที่ดีพอก็สามารถจะดําเนินการได้ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะให้ทางคณะกรรมาธิการกลับไป เผื่อจะเป็นประโยชน์ ในการพิจารณาครับ ขอบคุณครับ