สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๗ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

มนู เลียวไพโรจน์ หารือเรื่องการท่องเที่ยว โดยเน้นการบูรณาการงานจากหลายหน่วยงานเพื่อเสริมประสิทธิภาพ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การสร้างความยั่งยืน การกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายและพระราชบัญญัติ

นายมนู เลียวไพโรจน์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผม นายมนู เลียวไพโรจน์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ อุตสาหกรรมและบริการ สปท. หมายเลข ๑๑๕ กระผมขอเรียนถึงประเด็นสําคัญในเรื่องของ การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะได้นําเสนอให้ท่านสมาชิกได้พิจารณาในเช้าวันนี้นะครับ ก็คือเรื่องที่กําหนดถึงวัตถุประสงค์การพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งมุ่งเน้นเป้าประสงค์อยู่ ๓ ประการหลักด้วยกัน

ประการแรก ก็คือการบูรณาการงานด้านการท่องเที่ยวเพื่อเสริมประสิทธิภาพ ในการดําเนินการ จะเห็นได้ชัดนะครับว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นไม่เฉพาะ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอย่างเดียวที่จะต้อง รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังจะมีหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ภาครัฐบาล และภาคอื่น ๆ จะต้องร่วมมือมาบูรณาการกัน เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรวมทั้ง สภาอุตสาหกรรมของแต่ละจังหวัด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าไทย แล้วก็ภาคเอกชนอื่น ๆ เช่น สภาเอสเอ็มอี (SMEs) ของประเทศ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะต้องเป็นหน่วยงานที่มาร่วมกันเสริมสร้างและพัฒนาภาคการท่องเที่ยวของประเทศ ให้มีความเจริญก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป นั่นเป็นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือการที่มีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อเพิ่มการกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ํา จะเห็นได้ชัดว่าพื้นที่ท่องเที่ยว ต่าง ๆ ของประเทศไทยไม่เฉพาะในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ ๆ เท่านั้น แต่มีทุกหนทุกแห่ง ทั่วประเทศไทยทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมของราษฎรหรือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ชุมชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการท่องเที่ยวและผู้ที่ดําเนินการ การท่องเที่ยวทั่วไป นั่นก็เป็นเรื่องของการต้องให้มีส่วนร่วม และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในพื้นที่นั้นเป็นการมีส่วนร่วมที่มีประโยชน์อย่างยิ่งแล้วก็ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางการกระจาย รายได้ไปสู่พื้นที่ทั่วประเทศ และในขณะเดียวกันก็ลดความเหลื่อมล้ําของประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ ด้วยนะครับ

ประการที่ ๓ ก็คือการสร้างความยั่งยืนทางด้านการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวนั้น ไม่สามารถจะดําเนินการได้เฉพาะครั้งเฉพาะคราวแล้วก็เลิกกันไป แต่การท่องเที่ยว จะต้องดําเนินการให้เกิดความยั่งยืน การเกิดความยั่งยืนได้นั้นหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องมีการบูรณาการกันอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วตอนต้นว่าหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน จะต้องมาร่วมกัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการ และการบูรณาการนั้นก็จะเกิดประโยชน์ต่อ การเสริมสร้างเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ํา รวมทั้งสร้างความยั่งยืน และจะต้องดําเนินการ อย่างต่อเนื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางกลุ่มการท่องเที่ยวของคณะอนุกรรมาธิการ อุตสาหกรรมและบริการได้พิจารณาดําเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการพัฒนา การท่องเที่ยวที่ สปช. ได้ดําเนินการไปแล้วขณะนี้ก็มีหลายเรื่องด้วยกันที่อยู่ในระหว่าง การดําเนินการ และ สปท. เราก็จะดําเนินการผลักดันให้เกิดขึ้น ในขณะนี้ประเด็นที่ทาง สปท. สมควรที่จะเร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปนั้นก็จะมีเช่นการปฏิรูปองค์กรด้านการท่องเที่ยว ทั้งระบบ แล้วก็บูรณาการการทํางานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของ การปรับปรุงกฎหมายและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว รวมถึงการบังคับ ใช้กฎหมาย เรื่องที่ ๓ การบริการขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการบริหาร จัดการ จัดเก็บรายได้ และการกระจายงบประมาณให้เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการ และการดําเนินงาน เรื่องที่ ๔ การปฏิรูปมาตรฐานการจัดการแหล่งท่องเที่ยวของไทย ให้อยู่ในระดับสากล เรื่องที่ ๕ ก็คือส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางด้านการท่องเที่ยวของ คนในท้องถิ่น ซึ่งกระผมได้กราบเรียนไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ทางกลุ่มการท่องเที่ยวจะได้ดําเนินการเพื่อนําเสนอต่อท่านสมาชิกต่อไป ในโอกาสนี้กระผมขออนุญาตเรียนเชิญท่านกลินท์ สารสิน ในฐานะประธานกลุ่มการท่องเที่ยวของ คณะอนุกรรมาธิการอุตสาหกรรมและบริการจะได้เรียนรายงานให้กับท่านสมาชิกได้กรุณา รับทราบต่อไป ขอเรียนเชิญครับ